ไอโกะ-โอกิ
วันนี้แม่พาทั้งสองคนไปฉีดวัคซีน ไอโกะฉีดวัคซีนหัดรวมที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ส่วนโอกิฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หลังจากไปหาอาม่าที่คลีนิคกายภาพบำบัด แม่ก้พาไอโกะไปพระรามเก้าก่อน คนเยอะมากๆๆ คงเป็นเพราะเป็นวันหยุด ตอนแรกแม่ก็กำลังๆ คิดๆ อยู่ว่าจะเปลี่ยนโอกิไปพระรามเก้า หรือเปลี่ยนไอโกะกลับมากรุงเทพดี แม่ลองโทรไปถามราคาวัคซีนของทั้งสองที่เพื่อเปรียบเทียบกัน ก็พบว่าของกรุงเทพแพงกว่าเกือบสองเท่า แต่พยาบาลที่พระรามเก้าพูดทำนองว่าถ้าฉีดยายี่ห้ออะไรก็ควรใช้ยี่ห้อเดิม แม่ก็เลยชักไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนดีหรือเปล่า ก็เลยคิดว่าคราวนี้ต่างคนต่างฉีดที่เดิมก่อนแล้วกัน เสร็จแล้วก็นึกได้ว่า ตอนนั้นไอโกะแม่ก็เปลี่ยนโรงพยาบาลเลย เพราะหมอไม่สนับสนุนนมแม่ ไม่ได้รู้ว่ายาที่ฉีดจะต้องยี่ห้อเดียวกันหรือเปล่า
แต่พอมาถามคุณหมอที่พระรามเก้า คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร จะย้ายก็ได้ แม่ก็เลยต้องต่อรองกับหมอว่า ขอให้คุณหมอคิดค่าตรวจ เพราะถ้าคุณหมอไม่คิดค่าตรวจ แม่ก็จะไม่กล้าพาโอกิมาอีกคน ที่ผ่านมาคุณหมอไม่เคยคิดค่าตรวจไอโกะเลย เพราะลูกคุณหมอสองคนเคยเรียนคุมองกับแม่ สรุปวันนี้คุณหมอก็เลยยอมคิดค่าตรวจ ทำให้แม่รู้สึกโล่งใจมาก คิดว่าคราวหน้าอาจจะพาโอกิมา แม่ถามเรื่องโอกิไม่ยอมโตด้วยเหมือนกัน คุณหมอก็บอกว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วก็แนะนำว่าให้พยายามทำให้การกินเป็นเรื่องสนุก แล้วก็ไม่ให้กินขนมของเล่น แต่แม่ก็บอกหมอว่า ตอนไอโกะนี่รู้จักกินเป็นเรื่องเป็นราว ไม่กินอะไรไร้สาระ แต่พอถึงโอกินี่ แม่หมดหนทางมาก ขอให้กินเถอะ อะไรก็ยอมทั้งนั้น ขนม ลูกอม อะไรที่เด็กๆ ไม่ควรกิน ซึ่งไอโกะไม่เคยได้กิน แต่โอกินี่ได้กินหมด แต่โอกิก็กินนิดเดียวอยู่ดี คือไม่ใช่ว่าชอบกินของไม่มีประโยชน์ แล้วก็เลยไม่ยอมกินของมีประโยชน์นะ ไม่ว่าอะไรๆ ก็กินน้อยทั้งนั้น ขนาดยาคูลท์ ซึ่งแม่คิดว่าไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบกิน โอกิยังกินไม่หมดขวดเลย ทั้งๆ ที่ชอบนะ
สรุปคุณหมอก็เลยสั่งวิตามินรวมมาให้โอกิกินเสริมขวดนึง ซึ่งแม่คิดว่าก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้นว่าโอกิอาจจะได้สารอาหารอะไรเพิ่มเติมบ้าง
เนื่องจากวันนี้มีคนเยอะมาก ไอโกะก็ต้องรอนานกว่าจะได้ฉีดวัคซีน เด็กคนอื่นๆ ที่ฉีดก่อนจะร้องไห้กันทุกคน ไม่ว่าเล็กๆ ไม่กี่เดือน หรือโต 7-8 ขวบ ทุกคนจะเข้าห้องไปแบบปกติ เด็กเล็กๆ ก็จะเข้าไปแบบไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แว้บเดียวก็จะได้ยินเสียงร้องไห้จ้าออกมาเป็นชุดๆ แม่เลยแกล้งบอกไอโกะว่า "เนี่ย เค้าเรียกว่าห้องร้องไห้นะ ไอโกะเห็นมั้ย ใครเดินเข้าไป ออกมาร้องไห้กันทุกคนเลย" ไอโกะฟังแล้วก็อมยิ้ม พอแม่พูดต่อว่า "แต่ไอโกะไม่เคยร้องไห้เลยนะ ตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เวลาที่ถูกฉีดยา ไม่เคยร้องไห้สักครั้ง แล้วคราวนี้จะร้องมั้ยนะ" ไอโกะก็ส่ายหน้าว่าไม่ร้อง แม่แกล้งพูดดักไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าคราวนี้จะร้องหรือเปล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่ฉีดก็นานมาแล้ว
พอถึงคิวไอโกะ แม่ก็พาเดินเข้าไป คราวนี้ฉีดที่ต้นแขน พยาบาลอุ้มไอโกะนั่งบนเตียง แล้วบอกให้แม่จับแขนอีกข้างไว้ เพื่อกันไอโกะปัด ตอนแรกไอโกะทำท่าจะมองตอนที่ฉีด แม่เลยถามว่าไอโกะอยากมองเหรอ หันมาทางนี้ดีกว่า ไอโกะก้เลยหันมาอีกทาง พยาบาลฉีดแป๊บเดียว ไอโกะไม่ร้องเลย ท่าทางภูมิใจตัวเองมาก แม่กลับมาบอกป่าป๊าว่า เรื่องเจ็บปวดทางกายนี่ไอโกะไม่เคยหวั่น แต่เรื่องทางใจนี่ ร้องไห้ง่ายมาก ใครพูดอะไรผิดไปจากที่ตัวเองคิดหรือคาดไว้นิดเดียวก็ร้องไห้ซะแล้ว
เสร็จจากไอโกะ ก็พาโอกิไปโรงพยาบาลกรุงเทพ แม่ถามคุณหมอเรื่องโอกิไม่ยอมโต คุณหมอก็บอกว่า คุณหมอยังไม่คิดว่ามีอะไรน่ากังวล เพราะถึงแม้จะช้าไปนิด แต่ก็ยังมีความก้าวหน้า แต่พอคุณหมอรู้ว่ายังกินนมแม่อยู่ ก็บอกว่าให้เลิกได้แล้ว เพราะนมแม่จางแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว แล้วก็แนะนำให้ลองกินพีเดียชัวร์ ในขณะที่คุณหมอบอกว่านมแม่ไม่ได้ประโยชน์แล้ว แต่กลับแนะนำพีเดียชัวร์ได้อย่างเป็นคุ้งเป็นแคว แถมเอาตัวอย่างจากตู้มาให้เองด้วย แม่เลยตัดสินใจได้แล้วว่าคราวหน้าไปพระรามเก้าดีกว่า ความจริงคุณหมอที่พระรามเก้าก็ไม่ได้สนับสนุนนมแม่สุดๆ แต่ก็ไม่เคยบอกให้เลิก หรือบอกว่านมแม่ไม่มีประโยชน์ แม่ชักสงสัยเหมือนกันว่า ที่ WHO เค้ารณรงค์กันให้กินนมแม่อย่างน้อยสองปีนี่ หมอไม่รู้เรื่อง หรือหมอไม่เชื่อว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นกันแน่ ในฐานะที่แม่อุตส่าห์นั่งทำเว็บสนับสนุนนมแม่มาตั้งเป็นปี จะให้อยู่กับหมอคนละแนวแบบนี้ก็กระไรอยู่ ถึงเวลาต้องคอนเวิร์สกันซะแล้ว แล้วโอกิก็ทิ้งทวนด้วยการฉีดยาโดยไม่ร้องไห้ด้วยหเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ทุกครั้งจะร้องตลอดเลย