วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

งานแสดง

ปีนี้โอกิจบชั้นอนุบาลหนึ่ง ไอโกะจบชั้นป.1 พอสิ้นปีการศึกษา โรงเรียนก็จะจัดงานแสดงของเด็กๆ ให้ผู้ปกครองดู

ป.1 เล่นเรื่อง นันทิยะยอดกตัญญู ไอโกะเล่นเป็นม้า แล้วก็ร้องเพลงประกอบช่วงหนึ่ง ตอนที่พาไอโกะไปเรียนที่หนูน้อยครั้งแรก แม่คิดว่าไอโกะคงไม่มีทางได้เล่นหรือแสดงอะไรแน่ๆ เพราะขี้อายมาก แต่แม่ก็คิดผิด เพราะไอโกะก็ทำได้เหมือนเพื่อนๆ ทั้งๆ ที่ก็ยังเป็นคนขี้อายเหมือนเดิม คงเป็นเพราะรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ

ครูสมัยนี้คงจะเก่งกว่าสมัยก่อน เพราะเด็กทั้งห้อง คุณครูก็จัดการแสดงให้ทุกคนต้องมีบทมีส่วนร่วมได้ทุกคน สมัยก่อนจะมีคนกล้าๆ และมีความสามารถไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้แสดงอะไรแบบนี้ ตอนประชุม ครูกุ้งเล่าให้ฟังด้วยว่ามีการคาสติ้งด้วยนะ คือ จะบอกว่ามีตัวแสดงอะไรบ้าง แล้วให้นักเรียนเลือกบทที่อยากเล่นสองอย่าง เสร็จแล้วก็ให้ลองทำท่าให้ดู ผ่านการทดสอบแล้วจึงจะได้บทนั้นไป


ส่วนห้องของโอกิมีการแสดงเรื่อง มามะ มาปลูกต้นไม้ โอกิได้เล่นเป็นพระอาทิตย์ มีบทที่ต้องคุยกับหนอน เรื่องทำไมโลกถึงร้อน คุณครูให้บทมาให้พ่อแม่ช่วยซ้อมด้วย โอกิต้องพูดทั้งหมด 4-5 ประโยค ยาวเหมือนกัน ตอนแรกแม่ก็กลัวว่าจะจำไม่ได้ แต่สุดท้ายป่าป๊าก็ติดสินบนว่าจะซื้อรถให้โอกิ ถ้าแสดงได้ดี ดูเหมือนจะทำให้ตั้งใจซ้อมมากขึ้นมาทันตาเห็น

เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์ชุมนุม โรงเรียนประกาศหยุดไปสองสามวัน ทำให้นักแสดงไม่มีเวลาซ้อมด้วยกัน พอเล่นจริงก็เลยขลุกขลักเล็กน้อย โอกิไม่ได้ลืมบท เสียงดังฟังชัดใช้ได้ แต่ว่าท่าทางยังเขินอยู่ แล้วก็ไม่ค่อยมองมาทางคนดูเท่าไหร่ แต่สรุปแล้วก็ใช้ได้

ตอนที่รู้ว่าโอกิเล่นเป็นพระอาทิตย์ ป่าป๊าถามว่า "ทำไมโอกิถึงได้เป็นพระอาทิตย์ เพราะโอกิพูดเก่งใช่มั้ย" โอกิตอบว่า "ไม่ใช่ เพราะโอกิยกมือ" (ครูถามว่าใครจะเป็นพระอาทิตย์ให้ยกมือ) ป่าป๊าเลยถามต่อว่า "อ้าว แล้วทำไมโอกิไม่เป็นหนอนล่ะ" ก็ได้รับคำตอบว่า "หนอน โอกิก็ยก แต่คุณครูไม่เรียก"

วันจันทร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2553

โอกุหนึ่งขวบ

ปีนี้เราไปเช็งเม้งกันวันอาทิตย์ที่ 21 มี.ค. เย็นวันเสาร์ก่อนไป ป่าป๊าถามแม่ว่าปีที่แล้วได้พาโอกุไปเช็งเม้งด้วยหรือเปล่า แม่ตอบว่า ก็เราไปเช็งเม้งตอนเช้า แล้วก็กลับมาคลอดโอกุตอนเย็นไง ดูสิ ป่าป๊าลืมไปเลย ปีนี้เลยเป็นปีแรกที่โอกุได้ไปเช็งเม้ง

จะว่าไปแม่ก็รู้สึกว่ามันเร็วเหลือเกิน เหมือนเพิ่งจะคลอดออกมาแป๊บเดียวครบปีนึงแล้ว วันอาทิตย์ที่ไปเช็งเม้ง แม่ก็นึกๆ ในใจว่า เออ พรุ่งนี้โอกุก็ครบขวบแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ พอวันจันทร์ตอนบ่าย แม่ก็พาโอกุไปฉีดวัคซีน ตอนจะขึ้นรถ มะเว้ก็ถามแม่ว่า "วันนี้โอกุ happy birthday ใช่มั้ย" แม่ก็เบลอๆ แล้วก็บอกว่าไม่ใช่ ต้องพรุ่งนี้ เสร็จแล้วก็นึกได้ เออ วันนี้วันที่ 22 นี่นา เออ ใช่ๆ ตายจริง ลืมไปเลย

พอฉีดวัคซีนเสร็จก็เลยลงไปดูที่ร้าน S&P ในโรงพยาบาลว่ามีขนมเค้กหรือเปล่า เดี๋ยวตอนโตๆ ไม่เห็นมีรูปฉลองวันเกิดเหมือนของพี่ทั้งสองคน จะน้อยใจว่าแม่ไม่รัก แต่ที่โรงพยาบาลไม่มีเค้กการ์ตูน พนักงานเช็คให้ว่าที่คาร์ฟูร์ใกล้บ้างเราเหลือก้อนนึงพอดี แม่ก็เลยแวะไปซื้อก่อนกลับบ้าน

คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดคือ โอกิ เพราะชอบมากเวลาปิดไฟร้องเพลง happy birthday เพลงยังไม่ทันจบดี โอกิก็รีบชิงลงมือเป่าเทียนทันที โอกุก็ตบมือตามเสียงเพลง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวเองเป็นเจ้าของวันเกิด แต่โดนแย่งซีนไปแล้ว แม่ถามป่าป๊าเรื่องรูป จะเอามาลงบล็อก แต่ป่าป๊าบอกว่าถ่ายออกมาไม่สวย เลย ไม่มีรูปประกอบ แต่แม่ก็ไปหารูปอื่นๆ มาทำสไลด์ให้แทนนะ

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ช้าง ช้าง ช้าง

ช่วงนี้ "เรื่องเล่าเช้านี้" พยายามโปรโมทช้าง เพื่อไม่ให้น้อยหน้าแพนด้า ก็เลยเปิดเพลงช้าง ช้าง ช้าง ประกอบภาพทุกวัน โอกิฟังบ่อยๆ แล้วอยู่ดีๆ ก็บ่นกับป่าป๊าว่า "ป่าป๊า ไม่เห็นมีขาเลย ทำไมช้างไม่มีขาล่ะ" ป่าป๊าฟังทีแรกก็งงๆ ว่าอะไร ทำไมช้างไม่มีขา แล้วก็นึกได้ว่า อ๋อ ในเพลงช้างพูดถึงอวัยวะทุกส่วน แต่ไม่พูดถึงขาเลยนั่นเอง


วันรุ่งขึ้น โอกิก็มาบอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า โอกิแต่งเพลงช้างมีขาได้แล้วนะ ป่าป๊าฟังนะ"


ช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นค้า (ขา) หรือเปล่า
ช้างมันตัวโตไม่เบา
จมูกยาวๆ เรียกว่างวง
มีเขี้ยวใต้งวงเรียกว่างา
มีหูมีตาหางยาว





รูปช้างของโอกิ

ผู้ติดตาม


View My Stats