ไอโกะกับโอกิกำลังเล่นกันก่อนนอน สองคนช่วยกันรื้อของเล่นออกมา แล้วก็เอาถุงมาใส่ แล้วแม่ก็ได้ยินโอกิพูดว่า "เดี๋ยวโอกิไปเช็คอีเมล์ก่อนนะ" แล้วก็หยิบถุงที่ใส่ของเดินไปมา
อีกวันนึง แม่แกล้งถามโอกิว่า "วันนี้เช็คอีเมล์หรือยัง" โอกิทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไอโกะสงสัยมากถามว่า "หม่าม้า เช็คอีเมล์คืออะไร" แม่บอกว่าก็ถามโอกิดูสิ ไอโกะก็เลยถามว่า "โอกิ เช็คอีเมล์คืออะไร บอกเจ๊หน่อยสิ" โอกิตอบว่า "เช็คอีเมล์ ก็คือทำงาน"
วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ตัดผม
นานมาแล้วโอกิเคยไปตัดผมที่ร้าน แล้วก็ร้องไห้ หลังๆ มานี้เลยให้กูโจ้ตัดให้เพราะกูโจ้ตัดผมเป็น ส่วนใหญ่โอกิก็ไม่ค่อยยอมให้ความร่วมมือเท่าไหร่ ต้องหลอกล่อกันนานกว่าจะยอมให้ตัด คราวนี้โอกิผมยาวจนทิ่มลูกตาแล้ว แม่บอกให้กูโจ้ตัด โอกิก็ไม่ยอม จนแม่บอกว่างั้นแม่ตัดให้นะ โอกิก็ตกลง แม่ก็ตัดไม่เป็นหรอก แต่เห็นว่าเด็กส่วนใหญ่ที่แม่ตัดผมให้ก็เบี้ยวๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นของโอกิก็ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วแม่ก็เลยจัดการตัดผมให้โอกิกลายเป็น "เด๋อ 1"
สองสามวันถัดมา แม่สังเกตเห็นว่า ไอโกะเดินลงมาจากข้างบน มัดผม และติดกิ๊บแสกข้างเรียบร้อย ดูว่าน่ารักดี แม่ก็เลยชม ไอโกะก็ยิ้มอายๆ พอป่าป๊าเห็น ป่าป๊าก็ชม เพราะไอโกะไม่ค่อยติดกิ๊บแบบนี้ แต่พอตอนเย็นๆ ไอโกะอาบน้ำเสร็จ ผมเปียกนิดหน่อย เดินมาที่โต๊ะกินข้าว มือก็พยายามจัดผมให้เรียบร้อย แม่มองๆ ดูแล้วก็รู้ว่าหน้าตาแปลกๆ ทำไมผมข้างหน้ามันเต่อๆ ก็เลยเรียกไอโกะมาดูใกล้ๆ
ไอโกะท่าทางไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เอามือจับผมข้างหน้าไว้แน่น ยืนบิดไปบิดมา ไม่พูดไม่จา แม่ถามก็ไม่ตอบ เดาได้ไม่ยากเลยว่าไอโกะต้องแอบไปตัดผมตัวเองมา ไอโกะคงจะกลัวแม่กับป่าป๊าดุอยู่เหมือนกัน แม่เลยบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก วันหลังจะตัดเองก็บอก เดี๋ยวแม่ช่วยดูให้ จะได้สวยๆ กว่านี้
สอบสวนแล้วก้ได้ความว่า ไอโกะเห็นเจ๊ผิงตัดปลายผมตัวเองนิดหน่อย ไอโกะก็เลยลองตัดของตัวเองบ้าง ตัดที่ห้องกูโจ้ ไม่มีใครเห็น เวลาตัดก็เอามือจับผมไว้ เอากรรไกรตัด แล้วก็เอาผมไปทิ้ง กลายเป็น "เด๋อ 2" ไปโดยปริยาย ตอนที่ตัดเสร็จก็คงจะรู้สึกว่าตัวเองหน้าตาเด๋อด๋า ต้องถูกจับได้แน่ๆ เลยปกปิดเสียแนบเนียนด้วยการติดกิ๊บนั่นเอง พอแม่เรียกว่าเด๋อ 2 ไอโกะก็เถียงว่าไม่เอา "ไอโกะจะเป็นเด๋อ 1"
| From Home |
สองสามวันถัดมา แม่สังเกตเห็นว่า ไอโกะเดินลงมาจากข้างบน มัดผม และติดกิ๊บแสกข้างเรียบร้อย ดูว่าน่ารักดี แม่ก็เลยชม ไอโกะก็ยิ้มอายๆ พอป่าป๊าเห็น ป่าป๊าก็ชม เพราะไอโกะไม่ค่อยติดกิ๊บแบบนี้ แต่พอตอนเย็นๆ ไอโกะอาบน้ำเสร็จ ผมเปียกนิดหน่อย เดินมาที่โต๊ะกินข้าว มือก็พยายามจัดผมให้เรียบร้อย แม่มองๆ ดูแล้วก็รู้ว่าหน้าตาแปลกๆ ทำไมผมข้างหน้ามันเต่อๆ ก็เลยเรียกไอโกะมาดูใกล้ๆ
ไอโกะท่าทางไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เอามือจับผมข้างหน้าไว้แน่น ยืนบิดไปบิดมา ไม่พูดไม่จา แม่ถามก็ไม่ตอบ เดาได้ไม่ยากเลยว่าไอโกะต้องแอบไปตัดผมตัวเองมา ไอโกะคงจะกลัวแม่กับป่าป๊าดุอยู่เหมือนกัน แม่เลยบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก วันหลังจะตัดเองก็บอก เดี๋ยวแม่ช่วยดูให้ จะได้สวยๆ กว่านี้
สอบสวนแล้วก้ได้ความว่า ไอโกะเห็นเจ๊ผิงตัดปลายผมตัวเองนิดหน่อย ไอโกะก็เลยลองตัดของตัวเองบ้าง ตัดที่ห้องกูโจ้ ไม่มีใครเห็น เวลาตัดก็เอามือจับผมไว้ เอากรรไกรตัด แล้วก็เอาผมไปทิ้ง กลายเป็น "เด๋อ 2" ไปโดยปริยาย ตอนที่ตัดเสร็จก็คงจะรู้สึกว่าตัวเองหน้าตาเด๋อด๋า ต้องถูกจับได้แน่ๆ เลยปกปิดเสียแนบเนียนด้วยการติดกิ๊บนั่นเอง พอแม่เรียกว่าเด๋อ 2 ไอโกะก็เถียงว่าไม่เอา "ไอโกะจะเป็นเด๋อ 1"
| From Home |
วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2551
เขาสก
หลังจากปิดเทอมที่แล้ว เราไปเที่ยวรีสอร์ทที่ เขาสก จ.สุราษฎร์ กันกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนของไอโกะกับโอกิ หลังจากทริปแรกที่ขอนแก่นประสบความสำเร็จอย่างดีคือ เด็กๆ สนุกที่มีเพื่อนไปเที่ยวด้วยเยอะแยะ พ่อๆ แม่ๆ ก็ถูกใจที่ปล่อยให้ลูกๆ เล่นกันเองได้ คือลูกไม่ต้องการพ่อแม่มาก เหมือนเวลาไปเที่ยวกันเอง
หลังจากไปขอนแก่น เราก็ไปเกาะมันนอกกัน แล้วคราวนี้ก็ไปเขาสก ทริปนี้ไปนานที่สุด 4 คืน แล้วก็คนเยอะที่สุดคือ 8 ครอบครัว 35 คน ผู้ใหญ่ 21 เด็ก 14 นั่งรถไฟไป แล้วกลับเครื่องบิน คราวนี้เป็นครั้งแรกที่โอกิได้นอนบนรถไฟ ไอโกะเคยแล้วครั้งหนึ่งตอนไปอุดร ตั้งแต่เริ่มจองตั๋วจัดทริปนี้ตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว เด็กๆ ก็ได้แต่เฝ้ารอ คอยถามพ่อแม่อยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่จะได้ไป แถมพวกที่ไปยังไปเกทับเพื่อนๆ ในห้องที่ไม่ได้ไปอีกด้วย
สรุปว่าสนุกสมใจเด็กๆ ทีเดียว รีสอร์ทชื่อภูเขาและลำธาร ตรงตัวเลยคือ มีภูเขาล้อมรอบแล้วก็มีลำธาร บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับคู่รักมาฮันนีมูน มีเงาะให้เก็บกินสดๆ จากต้น หวานอร่อยถูกใจไอโกะกับโอกิมาก น่าจะกินกันไปเป็นกิโลทีเดียว ครั้งแรกที่โอกิเห็นหมอกลอยบนยอดเขา โอกิตื่นเต้นมากรีบชี้ให้แม่ดูแล้วก็ตะโกนเสียงดังว่า "หม่าม้าดูนั่น ความฝัน" แม่ขำแทบแย่ เล่าให้ใครฟังเขาก็คิดว่าโอกิมองว่าหมอกเหมือนความฝันหรือไง แต่ที่จริงแล้วโอกิต้องการจะบอกว่า "ควันไฟ" แต่พูดไม่ถูกตะหาก
มีอยู่วันนึงที่พวกเราได้ไปพายเรือคายัคกันด้วย ตอนแรกก็ดูเหมือนไม่น่าจะยาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ยากเหมือนกันเพราะ น้ำแรงอยู่หลายช่วง ทำให้มีเรือร่มไปสามลำ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร เรือของเราไม่ล่ม แต่โอกิได้เลือดมาเล็กน้อย เนื่องจากแม่พายเรือเข้าไปพงไม้แล้วมีต้นไม้ที่มีหนามอยู่ด้วย โอกิหลบไม่ทัน เลยโดนหนามเกี่ยวตรงเปลือกตากับหน้าผากสามจุด เป็นลูกผู้ชายต้องมีอะไรบู๊ๆ หน่อยถึงจะดี
ระยะทางจากจุดที่ลงเรือถึงรีสอร์ทน่าจะประมาณสองกิโลโดยรถ แต่โดยเรือก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเหมือนกัน ตอนที่เริ่มลงเรือพายไปแรกๆ ยังไม่มีอะไรตื่นเต้น โอกิถามว่า "หม่าม้า เมื่อไหร่จะถึงเกาะมันนอกเสียที" ฮากันทั้งขบวน สงสัยจะจำได้ว่าตอนไปเกาะมันนอกก็นั่งเรือแบบนี้มั้ง ส่วนไอโกะ หลังจากที่เห็นเรือนิหน่าคว่ำ แล้วได้ยินเสียงนิหน่าร้องลั่น ก็เริ่มกลัวๆ แต่ยังพอเก็บอาการได้ ไม่ร้องไห้ ได้แต่ถามว่า เมื่อไหร่จะถึง แม่ก็เลยบอกว่า "นั่นไง ไอโกะเห็นภูเขานั้นไหม ที่อยู่ตรงที่พักเราไง" พอจะหลอกไอโกะให้ใจชื้นได้บ้าง เพราะไอโกะเห็นแล้วก็จำได้ ดีใจ "อ๋อ ใกล้จะถึงแล้วนี่ หม่าม้า" แต่ความจริงแล้วอีกตั้งพักใหญ่กว่าจะถึง
คราวนี้มีเรื่องที่แม่ดีใจคือ โอกิยอมลงสระน้ำแล้ว เพราะที่ผ่านมาโอกิไม่เคยยอมลงสระน้ำเลย แม่อยากจะให้หัดว่ายน้ำก็ไม่สำเร็จ ชวนลงสระทีไร โอกิไม่เอาสักที คราวนี้ที่นี่เป็นสระกลมขนาดไม่ใหญ่ มีแต่เด็กๆ กลุ่มเราเล่นกัน โอกิก็เลยยอมหลวมตัวลงเล่น แม่หลอกไปหลอกมาจนโอกิยอมกระโดดน้ำ หลังจากค้นพบว่าโดดน้ำนี่มันก็สนุกดี โอกิก็กระโดดน้ำไม่หยุดเลย จนมือเหี่ยวไปหมด น้ำเข้าจมูกจนขี้มูกไหล ก็ยังไม่อยากเลิกเลย
หลังจากไปขอนแก่น เราก็ไปเกาะมันนอกกัน แล้วคราวนี้ก็ไปเขาสก ทริปนี้ไปนานที่สุด 4 คืน แล้วก็คนเยอะที่สุดคือ 8 ครอบครัว 35 คน ผู้ใหญ่ 21 เด็ก 14 นั่งรถไฟไป แล้วกลับเครื่องบิน คราวนี้เป็นครั้งแรกที่โอกิได้นอนบนรถไฟ ไอโกะเคยแล้วครั้งหนึ่งตอนไปอุดร ตั้งแต่เริ่มจองตั๋วจัดทริปนี้ตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว เด็กๆ ก็ได้แต่เฝ้ารอ คอยถามพ่อแม่อยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่จะได้ไป แถมพวกที่ไปยังไปเกทับเพื่อนๆ ในห้องที่ไม่ได้ไปอีกด้วย
สรุปว่าสนุกสมใจเด็กๆ ทีเดียว รีสอร์ทชื่อภูเขาและลำธาร ตรงตัวเลยคือ มีภูเขาล้อมรอบแล้วก็มีลำธาร บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะกับคู่รักมาฮันนีมูน มีเงาะให้เก็บกินสดๆ จากต้น หวานอร่อยถูกใจไอโกะกับโอกิมาก น่าจะกินกันไปเป็นกิโลทีเดียว ครั้งแรกที่โอกิเห็นหมอกลอยบนยอดเขา โอกิตื่นเต้นมากรีบชี้ให้แม่ดูแล้วก็ตะโกนเสียงดังว่า "หม่าม้าดูนั่น ความฝัน" แม่ขำแทบแย่ เล่าให้ใครฟังเขาก็คิดว่าโอกิมองว่าหมอกเหมือนความฝันหรือไง แต่ที่จริงแล้วโอกิต้องการจะบอกว่า "ควันไฟ" แต่พูดไม่ถูกตะหาก
มีอยู่วันนึงที่พวกเราได้ไปพายเรือคายัคกันด้วย ตอนแรกก็ดูเหมือนไม่น่าจะยาก แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้วก็ยากเหมือนกันเพราะ น้ำแรงอยู่หลายช่วง ทำให้มีเรือร่มไปสามลำ แต่ไม่มีใครเป็นอะไร เรือของเราไม่ล่ม แต่โอกิได้เลือดมาเล็กน้อย เนื่องจากแม่พายเรือเข้าไปพงไม้แล้วมีต้นไม้ที่มีหนามอยู่ด้วย โอกิหลบไม่ทัน เลยโดนหนามเกี่ยวตรงเปลือกตากับหน้าผากสามจุด เป็นลูกผู้ชายต้องมีอะไรบู๊ๆ หน่อยถึงจะดี
ระยะทางจากจุดที่ลงเรือถึงรีสอร์ทน่าจะประมาณสองกิโลโดยรถ แต่โดยเรือก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเหมือนกัน ตอนที่เริ่มลงเรือพายไปแรกๆ ยังไม่มีอะไรตื่นเต้น โอกิถามว่า "หม่าม้า เมื่อไหร่จะถึงเกาะมันนอกเสียที" ฮากันทั้งขบวน สงสัยจะจำได้ว่าตอนไปเกาะมันนอกก็นั่งเรือแบบนี้มั้ง ส่วนไอโกะ หลังจากที่เห็นเรือนิหน่าคว่ำ แล้วได้ยินเสียงนิหน่าร้องลั่น ก็เริ่มกลัวๆ แต่ยังพอเก็บอาการได้ ไม่ร้องไห้ ได้แต่ถามว่า เมื่อไหร่จะถึง แม่ก็เลยบอกว่า "นั่นไง ไอโกะเห็นภูเขานั้นไหม ที่อยู่ตรงที่พักเราไง" พอจะหลอกไอโกะให้ใจชื้นได้บ้าง เพราะไอโกะเห็นแล้วก็จำได้ ดีใจ "อ๋อ ใกล้จะถึงแล้วนี่ หม่าม้า" แต่ความจริงแล้วอีกตั้งพักใหญ่กว่าจะถึง
คราวนี้มีเรื่องที่แม่ดีใจคือ โอกิยอมลงสระน้ำแล้ว เพราะที่ผ่านมาโอกิไม่เคยยอมลงสระน้ำเลย แม่อยากจะให้หัดว่ายน้ำก็ไม่สำเร็จ ชวนลงสระทีไร โอกิไม่เอาสักที คราวนี้ที่นี่เป็นสระกลมขนาดไม่ใหญ่ มีแต่เด็กๆ กลุ่มเราเล่นกัน โอกิก็เลยยอมหลวมตัวลงเล่น แม่หลอกไปหลอกมาจนโอกิยอมกระโดดน้ำ หลังจากค้นพบว่าโดดน้ำนี่มันก็สนุกดี โอกิก็กระโดดน้ำไม่หยุดเลย จนมือเหี่ยวไปหมด น้ำเข้าจมูกจนขี้มูกไหล ก็ยังไม่อยากเลิกเลย
วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2551
เรื่อง (ไม่) น่ารักของโอกิ
เวลาที่นั่งรถกลับมาบ้าน ทุกครั้งจี่จี๊โชวจะมารออุ้มโอกิลงจากรถ หรือบางทีก็คอยช่วยขนของ ถ้าอารมณ์ดีๆ โอกิก็จะร้องเรียกจี่จี๊เสียงดัง แล้วก็ยอมให้อุ้มลงจากรถอย่างเบิกบาน แต่เวลาอารมณ์ไม่ดี โอกิก็จะโวยวายไม่ยอมให้อุ้ม แล้วก็พูดว่า "หม่ะแต้ๆๆ" แม่ได้ยินโอกิพูดคำนี้บ่อยๆ แต่ไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร วันนึงขณะที่โอกิขี่จักรยานเล่น ท่าทางมีความสุข แม่เลยถามโอกิว่า "หม่ะแต้แปลว่าอะไร" โอกิยื่นหน้ามาตอบชัดถ้อยชัดคำว่า "หม่ะแต้..ก็คือ..ไม่รัก" หนอยแน่ะ นอกจากขู่ว่าไม่รักใครต่อใครภาษาไทยแล้ว พม่าก็ไม่เว้นนะ
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ มีอยู่วันหนึ่งลมพัดแรงมาก ต้นไม้ ใบไม้โยกไปโยกมาเสียงดังน่ากลัว โอกิมองไปที่หน้าต่างแล้วก็บอกว่า "หม่าม้า... ลมแรงนะเนี่ย อายุมาแน่เลย"
สองพี่น้องชอบทะเลาะกันเป็นประจำเรื่องแย่งของเล่น ป่าป๊าลงโทษหลายวิธี ทั้งดุ ตี ไม่ให้กินไอติม บางทีก็ให้แยกกันไปนั่งคนละมุม สำนึกได้แล้วค่อยมากอดกัน ฯลฯ ลงโทษแบบไหนก็ไม่เข็ด คนเล็กก็ชอบแกล้ง คนโตก็ชอบฟ้อง เป็นแบบนี้ทุกวัน ล่าสุดป่าป๊าบอกว่า ถ้าแย่งของเล่นกันอีกจะถูกยึดของเล่น ไม่ให้เล่นทั้งคู่ วันนั้นเล่นลูกโป่งกันแล้วก็ทะเลาะกันอีก ป่าป๊าเลยยึดลูกโป่ง อดเล่นทั้งคู่ โอกิหันไปเล่นโน้ตบุ๊คแม่แทน ไอโกะรีบไปฟ้องป่าป๊าว่าน้องเล่นคอมพิวเตอร์หม่าม้า ป่าป๊าเดินมาจ้องโอกิที่กำลังจิ้มๆ คีย์บอร์ด เตรียมจัดการ โอกิหันมามองแล้วก็พูดหน้าตาเฉยว่า "อันนี้ก็น่าจะยึดไปด้วยนะเนี่ย"
ไอโกะได้รับอนุญาตให้ใช้กรรไกรได้แล้ว ทุกอย่างที่ไอโกะเล่น โอกิก็ต้องการเล่นด้วย ไม่ให้เล่นก็จะเล่น ชอบแอบเอากรรไกรมาเล่น เครื่องตัดกระดาษก็เหมือนกัน พอแม่เห็นโอกิแอบๆ ใช้เครื่องตัดกระดาษ เลยแกล้งตะโกนถามว่า "คนนั้นน่ะ..เดี๋ยวมือขาดแน่ อยากมือขาดใช่มั้ยครับ" เสียงตอบกลับมาว่า "อยาก"
อาทิตย์ที่แล้วไปสวนรถไฟกัน กลับมืด พอออกมาจะขึ้นทางด่วนรถก็ติดมาก แม่เลยบ่นว่า "ตาย ตาย ทำไมรถมันเยอะยังงี้เนี่ย" โอกิถามสวนกลับมาทันทีว่า "หม้าม้า ทำไมหม่าม้าต้องตายด้วย" แม่ฟังทีแรกก็งงเหมือนกันว่าทำไมโอกิถามยังงี้
เรื่องรถติดนี่ป่าป๊าก็เล่าให้ฟังด้วยว่า มีอยู่วันหนึ่ง รถติดเยอะ พอรถหยุดนิ่งๆ โอกิก็ยกมือดันๆ ไปข้างหน้า ป่าป๊าก็สงสัยว่าโอกิทำอะไร หันไปมอง พอโอกิเห็นป่าป๊ามองก็อมยิ้ม แล้วก็ไล่รถต่อ "ไปๆ อย่าหยุด อย่าหยุด"
โอกิชอบกินช็อคโกแลตมาก ป่าป๊าเคยขอโอกิกินช็อคโกแลตในรถ โอกิไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ให้ บอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า..โน่น รถใหญ่ๆ" ชวนคุยจนป่าป๊าลืม นึกได้อีกที โอกิกินช็อคโกแลตหมดไปแล้ว
แม่มักจะเตรียมของที่จะต้องเอาไปที่ร้านไว้ก่อนตอนกลางคืน ใส่ถุงวางไว้ข้างๆ กระเป๋า โอกิเห็นแล้วบอกว่า "หม่าม้า อย่าลืมเอาลงไปนะ..เอาไปทำงาน หาเงินเยอะๆ เอามาซื้อของนะ"
บางทีโอกิก็เก็บของเล่นเอง เก็บไปบอกไปว่า "หม่าม้าได้ไม่เหนื่อย"
โอกิขี่เล่นกับไอโกะหน้าบ้าน อาเน่นั่งดูอยู่ด้วย โอกิก็ชวนอาเน่ว่า "อาเน่มา.. มานั่งสมาธิกัน....สุปฏิปันโน ภะคะวะโต..."
ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ มีอยู่วันหนึ่งลมพัดแรงมาก ต้นไม้ ใบไม้โยกไปโยกมาเสียงดังน่ากลัว โอกิมองไปที่หน้าต่างแล้วก็บอกว่า "หม่าม้า... ลมแรงนะเนี่ย อายุมาแน่เลย"
สองพี่น้องชอบทะเลาะกันเป็นประจำเรื่องแย่งของเล่น ป่าป๊าลงโทษหลายวิธี ทั้งดุ ตี ไม่ให้กินไอติม บางทีก็ให้แยกกันไปนั่งคนละมุม สำนึกได้แล้วค่อยมากอดกัน ฯลฯ ลงโทษแบบไหนก็ไม่เข็ด คนเล็กก็ชอบแกล้ง คนโตก็ชอบฟ้อง เป็นแบบนี้ทุกวัน ล่าสุดป่าป๊าบอกว่า ถ้าแย่งของเล่นกันอีกจะถูกยึดของเล่น ไม่ให้เล่นทั้งคู่ วันนั้นเล่นลูกโป่งกันแล้วก็ทะเลาะกันอีก ป่าป๊าเลยยึดลูกโป่ง อดเล่นทั้งคู่ โอกิหันไปเล่นโน้ตบุ๊คแม่แทน ไอโกะรีบไปฟ้องป่าป๊าว่าน้องเล่นคอมพิวเตอร์หม่าม้า ป่าป๊าเดินมาจ้องโอกิที่กำลังจิ้มๆ คีย์บอร์ด เตรียมจัดการ โอกิหันมามองแล้วก็พูดหน้าตาเฉยว่า "อันนี้ก็น่าจะยึดไปด้วยนะเนี่ย"
ไอโกะได้รับอนุญาตให้ใช้กรรไกรได้แล้ว ทุกอย่างที่ไอโกะเล่น โอกิก็ต้องการเล่นด้วย ไม่ให้เล่นก็จะเล่น ชอบแอบเอากรรไกรมาเล่น เครื่องตัดกระดาษก็เหมือนกัน พอแม่เห็นโอกิแอบๆ ใช้เครื่องตัดกระดาษ เลยแกล้งตะโกนถามว่า "คนนั้นน่ะ..เดี๋ยวมือขาดแน่ อยากมือขาดใช่มั้ยครับ" เสียงตอบกลับมาว่า "อยาก"
อาทิตย์ที่แล้วไปสวนรถไฟกัน กลับมืด พอออกมาจะขึ้นทางด่วนรถก็ติดมาก แม่เลยบ่นว่า "ตาย ตาย ทำไมรถมันเยอะยังงี้เนี่ย" โอกิถามสวนกลับมาทันทีว่า "หม้าม้า ทำไมหม่าม้าต้องตายด้วย" แม่ฟังทีแรกก็งงเหมือนกันว่าทำไมโอกิถามยังงี้
เรื่องรถติดนี่ป่าป๊าก็เล่าให้ฟังด้วยว่า มีอยู่วันหนึ่ง รถติดเยอะ พอรถหยุดนิ่งๆ โอกิก็ยกมือดันๆ ไปข้างหน้า ป่าป๊าก็สงสัยว่าโอกิทำอะไร หันไปมอง พอโอกิเห็นป่าป๊ามองก็อมยิ้ม แล้วก็ไล่รถต่อ "ไปๆ อย่าหยุด อย่าหยุด"
โอกิชอบกินช็อคโกแลตมาก ป่าป๊าเคยขอโอกิกินช็อคโกแลตในรถ โอกิไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่ได้ให้ บอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า..โน่น รถใหญ่ๆ" ชวนคุยจนป่าป๊าลืม นึกได้อีกที โอกิกินช็อคโกแลตหมดไปแล้ว
แม่มักจะเตรียมของที่จะต้องเอาไปที่ร้านไว้ก่อนตอนกลางคืน ใส่ถุงวางไว้ข้างๆ กระเป๋า โอกิเห็นแล้วบอกว่า "หม่าม้า อย่าลืมเอาลงไปนะ..เอาไปทำงาน หาเงินเยอะๆ เอามาซื้อของนะ"
บางทีโอกิก็เก็บของเล่นเอง เก็บไปบอกไปว่า "หม่าม้าได้ไม่เหนื่อย"
โอกิขี่เล่นกับไอโกะหน้าบ้าน อาเน่นั่งดูอยู่ด้วย โอกิก็ชวนอาเน่ว่า "อาเน่มา.. มานั่งสมาธิกัน....สุปฏิปันโน ภะคะวะโต..."
วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551
เรียนวาดรูป
ตอนก่อนเปิดเทอม แม่พาไอโกะไปเรียนวาดรูปกับครูแหลมที่พิพิทธภัณฑ์เด็ก แม่นินาเป็นคนแนะนำแม่ตั้งแต่เทอมที่แล้ว แต่ตอนนั้นแม่คิดว่ามันไกลบ้าน แล้วก็ต้องเรียนทั้งวัน ไปรับส่งลำบาก เทอมที่แล้วนินาเลยเรียนกับเจนนี่สองคน ไม่ชอบทั้งคู่ เทอมนี้แม่เจนนี่ก็เลยไม่พาไปเรียน แต่แม่นินาถือคติว่าลูกยิ่งไม่ชอบ ยิ่งต้องพาไป เป็นการฝึกหัด ที่แม่อยากให้ไอโกะไปเรียนก็เพราะไอโกะชอบวาดรูป แต่แม่วาดไม่เป็น สอนไม่ได้ ถ้าไอโกะได้เรียนกับครูดีๆ น่าจะดี

ปรากฎว่า ไอโกะไม่ชอบเลย ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ทำงานเสร็จทุกวัน ตั้งแต่วันแรก ป่าป๊าก็คิดว่าแม่ไม่ควรจะฝืน เพราะป่าป๊าคิดว่าเรียนทั้งวันในสถานที่และครูที่ไม่คุ้นเคยมันนานเกินไป แบบนี้แทนที่จะทำให้ไอโกะชอบวาดรูป อาจจะทำให้เกลียดไปเลยก็ได้ แต่แม่กลับคิดว่าควรจะฝึกให้ไอโกะรู้จักปรับตัวกับอะไรใหม่ๆ บ้าง แล้วแม่ก็เชื่อว่าไอโกะไม่มีทางเกลียดการวาดรูปหรอก
ในระหว่างที่เรียนสองสัปดาห์ เวลาที่พาไอโกะไปส่ง แล้วไอโกะก็ร้องไห้ไม่อยากลงจากรถ แม่ก็สับสนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าแม่ตัดสินใจถูกหรือผิด ควรจะให้เรียนต่อไป หรือเลิกกลางคันดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ด้วยการขู่ ปลอบ หลอกล่อ แลกด้วยของรางวัลของแม่ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอโกะได้เรียนรู้อะไรบ้างหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ได้ผลงานที่ป่าป๊าชมว่าสวยกลับมาบ้านทุกวัน

ตอนกรอกใบสมัครเรียน เขาถามว่าลูกมีลักษณะนิสัยอย่างไร มีอะไรที่อยากให้คุณครูช่วยเหลือแก้ไข แม่ก็เขียนไปว่า ไอโกะขี้กลัว ร้องไห้เก่ง ไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ฯลฯ พอจบคอร์ส ครูแหลมก็ประชุมผู้ปกครองสรุปให้ฟังว่าลูกแต่ละคนเป็นยังไง แม่ก็คิดว่าสงสัยแม่ต้องโดนครูด่าแน่ๆ เพราะไอโกะร้องไห้ไม่ยอมเข้าห้องเกือบทุกวัน แต่ปรากฎว่า ครูแหลมบอกว่าไอโกะเป็นเด็กผู้หญิง มีลักษณะนิสัยแบบนี้ ก็ดีแล้ว แล้วครูทุกคนก็จะไม่มีใครดุไอโกะเลย (เท่าที่แม่สังเกต ครูที่นี่จะค่อนข้างดุ เด็กต้องทำงานให้เสร็จ ไม่มีการพะเน้าพะนอเอาใจเด็กเหมือนที่อื่นๆ) เพราะรู้ว่าใช้วิธีการดุกับเด็กที่มีนิสัยแบบไอโกะไม่ได้ แม่อยากให้ไอโกะไปเรียนอีกเทอมหน้า แต่ไอโกะบอกว่าไม่อยากไปแล้ว แม่ได้แต่หวังว่าไอโกะน่าจะเปลี่ยนใจ
แถม 1: มีอยู่วันหนึ่ง เลิกเรียนวาดรูปแล้วแม่พาไอโกะไปเจเจมอลล์ที่อยู่ใกล้ๆ ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อกางเกงขายาวให้โอกิ ตอนที่ขับรถเข้าไปในห้าง ไอโกะอ่านป้ายที่ติดไว้เสียงดังว่า "เปิดทุกวัน ถูกทุกวัน" พอเข้าไปเดินดู แม่เห็นเสื้อยืดคิตตี้ก็เลยซื้อให้ไอโกะ (ปลอบใจ) แล้วก็ซื้อรูปรถให้โอกิด้วย เพื่อไม่ให้ไอโกะว่างเกินไปเวลาที่แม่เดินดูของ แม่เลยให้ไอโกะคอยจดว่าเราซื้ออะไรไปเท่าไหร่ ไอโกะก็จดตามไปเรื่อยๆ ร้านแรกเสื้อ 2 ตัว 118 บาท ร้านที่สอง กางเกง 1 ตัว 80 บาท ร้านที่สาม กางเกง 1 ตัว 160 บาท คราวนี้ไอโกะจดไปแล้วก็ถามแม่ว่า "หม่าม้า..ทำไมมันไม่ถูกเหมือนที่เค้าบอก" "นั่นไง..ไอโกะ ก็เค้าหลอกเราให้มาซื้อของไง เหมือนโฆษณาผงซักฟอกนั่นแหละ"
เราเดินกันไปเรื่อยๆ ไอโกะเห็นของเล่น แล้วก็อยากได้ แม่บอกว่ามันแพง ไม่ซื้อหรอก ไอโกะหน้ามุ่ยทำอะไรไม่ได้ พอเดินผ่านร้านหนังสือ ไอโกะก็อยากได้อีก แม่เอาราคามาให้ดูพอเห็นเลข 49 ไอโกะรีบบอกว่า "แต่มันไม่ได้แพงมากนี่นา" จริงๆ แม่ก็ตั้งใจจะซื้อให้อยู่แล้ว พอหยิบให้คนขายจะจ่ายเงิน คนขายก็บอกว่า 40 บาท แม่จ่ายเงินให้คนขาย ไอโกะสกิดแม่แล้วก็กระซิบถามว่า "หม่าม้า...ทำไมมันไม่ใช่ 49 บาทล่ะ" วันนี้ไอโกะคงจะงงๆ ว่า ทีเขียนว่าถูกกลับไม่ถูกอย่างที่เขียน แต่เวลาเขียน 49 ทำไมขาย 40

แถม 2 : "ป่าป๊ารู้มั้ย วันนี้ตอนที่ไอโกะพยายามจะหยิบถัง แล้วไอโกะหยิบไม่ถึง เพราะว่ามันสูง แล้วไอโกะก็พูดในใจว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แล้วไอโกะก็หยิบได้เลย"

ปรากฎว่า ไอโกะไม่ชอบเลย ร้องไห้ทุกวัน แต่ก็ทำงานเสร็จทุกวัน ตั้งแต่วันแรก ป่าป๊าก็คิดว่าแม่ไม่ควรจะฝืน เพราะป่าป๊าคิดว่าเรียนทั้งวันในสถานที่และครูที่ไม่คุ้นเคยมันนานเกินไป แบบนี้แทนที่จะทำให้ไอโกะชอบวาดรูป อาจจะทำให้เกลียดไปเลยก็ได้ แต่แม่กลับคิดว่าควรจะฝึกให้ไอโกะรู้จักปรับตัวกับอะไรใหม่ๆ บ้าง แล้วแม่ก็เชื่อว่าไอโกะไม่มีทางเกลียดการวาดรูปหรอก
ในระหว่างที่เรียนสองสัปดาห์ เวลาที่พาไอโกะไปส่ง แล้วไอโกะก็ร้องไห้ไม่อยากลงจากรถ แม่ก็สับสนเหมือนกัน ไม่รู้ว่าแม่ตัดสินใจถูกหรือผิด ควรจะให้เรียนต่อไป หรือเลิกกลางคันดี แต่สุดท้ายเราก็ผ่านมันมาได้ ด้วยการขู่ ปลอบ หลอกล่อ แลกด้วยของรางวัลของแม่ แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอโกะได้เรียนรู้อะไรบ้างหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ได้ผลงานที่ป่าป๊าชมว่าสวยกลับมาบ้านทุกวัน

ตอนกรอกใบสมัครเรียน เขาถามว่าลูกมีลักษณะนิสัยอย่างไร มีอะไรที่อยากให้คุณครูช่วยเหลือแก้ไข แม่ก็เขียนไปว่า ไอโกะขี้กลัว ร้องไห้เก่ง ไม่กล้าแสดงออก ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ฯลฯ พอจบคอร์ส ครูแหลมก็ประชุมผู้ปกครองสรุปให้ฟังว่าลูกแต่ละคนเป็นยังไง แม่ก็คิดว่าสงสัยแม่ต้องโดนครูด่าแน่ๆ เพราะไอโกะร้องไห้ไม่ยอมเข้าห้องเกือบทุกวัน แต่ปรากฎว่า ครูแหลมบอกว่าไอโกะเป็นเด็กผู้หญิง มีลักษณะนิสัยแบบนี้ ก็ดีแล้ว แล้วครูทุกคนก็จะไม่มีใครดุไอโกะเลย (เท่าที่แม่สังเกต ครูที่นี่จะค่อนข้างดุ เด็กต้องทำงานให้เสร็จ ไม่มีการพะเน้าพะนอเอาใจเด็กเหมือนที่อื่นๆ) เพราะรู้ว่าใช้วิธีการดุกับเด็กที่มีนิสัยแบบไอโกะไม่ได้ แม่อยากให้ไอโกะไปเรียนอีกเทอมหน้า แต่ไอโกะบอกว่าไม่อยากไปแล้ว แม่ได้แต่หวังว่าไอโกะน่าจะเปลี่ยนใจ
แถม 1: มีอยู่วันหนึ่ง เลิกเรียนวาดรูปแล้วแม่พาไอโกะไปเจเจมอลล์ที่อยู่ใกล้ๆ ตั้งใจว่าจะไปหาซื้อกางเกงขายาวให้โอกิ ตอนที่ขับรถเข้าไปในห้าง ไอโกะอ่านป้ายที่ติดไว้เสียงดังว่า "เปิดทุกวัน ถูกทุกวัน" พอเข้าไปเดินดู แม่เห็นเสื้อยืดคิตตี้ก็เลยซื้อให้ไอโกะ (ปลอบใจ) แล้วก็ซื้อรูปรถให้โอกิด้วย เพื่อไม่ให้ไอโกะว่างเกินไปเวลาที่แม่เดินดูของ แม่เลยให้ไอโกะคอยจดว่าเราซื้ออะไรไปเท่าไหร่ ไอโกะก็จดตามไปเรื่อยๆ ร้านแรกเสื้อ 2 ตัว 118 บาท ร้านที่สอง กางเกง 1 ตัว 80 บาท ร้านที่สาม กางเกง 1 ตัว 160 บาท คราวนี้ไอโกะจดไปแล้วก็ถามแม่ว่า "หม่าม้า..ทำไมมันไม่ถูกเหมือนที่เค้าบอก" "นั่นไง..ไอโกะ ก็เค้าหลอกเราให้มาซื้อของไง เหมือนโฆษณาผงซักฟอกนั่นแหละ"
เราเดินกันไปเรื่อยๆ ไอโกะเห็นของเล่น แล้วก็อยากได้ แม่บอกว่ามันแพง ไม่ซื้อหรอก ไอโกะหน้ามุ่ยทำอะไรไม่ได้ พอเดินผ่านร้านหนังสือ ไอโกะก็อยากได้อีก แม่เอาราคามาให้ดูพอเห็นเลข 49 ไอโกะรีบบอกว่า "แต่มันไม่ได้แพงมากนี่นา" จริงๆ แม่ก็ตั้งใจจะซื้อให้อยู่แล้ว พอหยิบให้คนขายจะจ่ายเงิน คนขายก็บอกว่า 40 บาท แม่จ่ายเงินให้คนขาย ไอโกะสกิดแม่แล้วก็กระซิบถามว่า "หม่าม้า...ทำไมมันไม่ใช่ 49 บาทล่ะ" วันนี้ไอโกะคงจะงงๆ ว่า ทีเขียนว่าถูกกลับไม่ถูกอย่างที่เขียน แต่เวลาเขียน 49 ทำไมขาย 40

แถม 2 : "ป่าป๊ารู้มั้ย วันนี้ตอนที่ไอโกะพยายามจะหยิบถัง แล้วไอโกะหยิบไม่ถึง เพราะว่ามันสูง แล้วไอโกะก็พูดในใจว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แล้วไอโกะก็หยิบได้เลย"
วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2551
โอกิไปโรงเรียน Part III


สองสัปดาห์แรกผ่านไป ป่าป๊าคิดว่าควรจะช่วยโอกิลดความเครียดด้วยการให้หยุดวันพุธหนึ่งวัน คือ ไปสองวันหยุดหนึ่งวัน แม่คิดว่าก็ดีเหมือนกัน แต่ไม่อยากบอกคุณครู เพราะคุณครูคงไม่เห็นด้วยแน่ๆ บังเอิญว่ามีนัดฉีดวัคซีนพอดี ก็เลยถือโอกาสว่าหยุดเรียนเพื่อไปฉีดวัคซีน แม่ก็ลืมไปว่าโอกิก็ไม่ชอบฉีดยา ไปทีไรร้องไห้ทุกที ไม่เหมือนไอโกะที่ไม่กลัวฉีดยาเลย ฉีดทีไรไม่เคยร้อง พอบอกโอกิว่าไม่ต้องไป โรงเรียน แต่ไปฉีดวัคซีนแทน โอกิไม่ได้ดีใจที่ได้หยุดเรียนเลย แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ไปโรงพยาบาลก็ดีกว่าไปโรงเรียนนั่นแหละ
วันที่ได้หยุดโรงเรียน ท่าทางโอกิก็งงๆ เหมือนกัน จะดีใจก็ไม่เต็มที่ คงไม่คิดว่าจะได้หยุด แต่แม่ก็รู้สึกว่าหยุดไปวันนึงแบบนี้ ช่วยได้เยอะทีเดียว จนทุกคนคิดว่าโอกิปรับตัวได้แล้ว เพราะงอแงน้อยลงมาก ตอนเช้าก็ไม่ลีลาเยอะ สัปดาห์ต่อมาป่าป๊าเลยคิดว่าน่าจะโอเคแล้ว ไม่ต้องหยุดวันพุธก็ได้ แต่ปรากฎว่าโอกิเริ่มโยเยอีก สัปดาห์ที่ผ่านมาป่าป๊าก็เลยให้หยุดวันพุธอีก คราวนี้ไปทำฟัน ดูเหมือนโอกิจะมีเรื่องโชคช่วยอยู่เรื่อย เพราะโรงพยาบาลโทรมาแจ้งเรื่องนัดตรวจฟันพอดี
ตอนเช้าๆ ก่อนไปโรงเรียน โอกิไม่ค่อยงอแง ยอมไปโดยดี แต่มักจะต่อรองให้ป่าป๊าอยู่โรงเรียนด้วยทุกครั้ง ป่าป๊าก็จะใช้แผนไปเล่นด้วยตอนเช้า พอโอกิเผลอๆ ก็จะแอบออกมา ไม่ให้รู้ตัว พอโอกิรู้ว่าป่าป๊าหายไปก็จะร้องไห้ทุกที เวลาเย็นๆ แม่ไปรับก็จะถามครูว่า วันนี้โอกิร้องไห้หรือเปล่า แรกๆ ครูก็จะบอกว่าร้องครึ่งวันเช้า ตอนบ่ายไม่ร้อง หรือร้องเป็นพักๆ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว มีอยู่วันนึงแม่ถามครูเรื่องโอกิร้องไห้หรือเปล่า ครูนุ่นบอกว่า พอคุณพ่อกลับไปก็โอกิไม่ร้องเลย แม่ยังไปบอกว่าป่าป๊าว่าโอกิไม่ร้องแล้ว แต่ป่าป๊าบอกว่าเจอพ่อบุ๊ค พ่อบุ๊คเล่าให้ฟังว่าพอป่าป๊ากลับ โอกิร้องกระหน่ำเลย อีกวันนึงเจอเพื่อนป่าป๊าอีกคน ก็เล่าให้ฟังเหมือนกันว่าโอกิร้องลั่นโรงเรียนเลย
สรุปได้ว่าสงสัยครูจะไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่กังวล ก็เลยหลอกว่าโอกิไม่ร้องแล้ว ครูคงไม่รู้ว่าโอกิมีแฟนคลับเยอะ คอยรายงานความเป็นไปที่โรงเรียนให้ฟังตลอด
ป่าป๊าก็รู้ว่าทุกครั้งที่หนีออกมา โอกิต้องร้องไห้ สุดท้ายก็เลยคิดว่าจะไม่หลอกแล้วว่าอยู่ด้วย คือจะไม่แอบหนี แต่จะกลับให้เห็นแล้วก็บอกไปเลยว่าป่าป๊าจะกลับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ป่าป๊าก็เลยไม่แอบ แต่บอกโอกิว่าป่าป๊าจะไปทำงานแล้ว โอกิร้องไห้ใหญ่เลย ป่าป๊าบอกว่า "ป่าป๊าต้องไปทำงานครับ อยู่กับโอกิไม่ได้ เข้าใจมั้ยครับ" โอกิร้องไห้เต็มที่ "กิไม่เข้าใจ๊ ฮือๆ กิไม่เข้าใจ ฮือๆ"
นอกจากเรื่องร้องไห้แล้ว เรื่องกินข้าว กินนมก็เป็นเรื่องที่แม่ต้องคอยถามครูตลอด เพราะโอกิไม่ค่อยกินเท่าไหร่ เท่าที่ถามๆ ก็รู้สึกว่าโอกิจะกินข้าวได้ดี กินเองได้ ไม่ต้องป้อนเหมือนเด็กคนอื่น แต่นม(น้ำเต้าหู้)ไม่ค่อยยอมกิน วันก่อนครูอ้อมเล่าให้ฟังว่า เห็นโอกิกินนมหมดถ้วยเลย ครูก็เลยปรบมือให้แล้วก็ชมว่าโอกิเก่งจังเลย กินนมหมดถ้วยเลย แต่ปรากฎว่าครูริญมาบอกว่า โอกิเทนมของตัวเองให้อาคิที่นั่งอยู่ข้างๆ เหลือติดถ้วยไว้นิดหน่อย แล้วก็เอามากินต่อจนหมด รู้มากจริงๆ นะ
แต่เรื่องดีๆ ของโอกิก็มีเหมือนกันนะ เพราะครูบอกว่า เวลาครูบอกให้ทำอะไร โอกิจะทำตามคำสั่งได้ดี ทำก่อนเพื่อนๆ เลย มีวันนึงโอชนเพื่อนล้มร้องไห้ โอกิก็รีบไปยกมือไหว้แล้วก็บอกว่า "ขอโทษค้าบ" ครูชมใหญ่เลย (แม่เล่าให้ป่าป๊าฟัง ป่าป๊าสงสัยว่าโอกิเนี่ยนะชนเพื่อนล้ม ตัวเล็กซะขนาดนี้ 555) แต่เรื่องมารยาทในการไหว้นี่ โอกิทำได้ดีมากๆ เลย เจอใครก็ไหว้ทันที ไม่ต้องทวงเหมือนไอโกะเลย ยิ่งเวลาที่ไปไหนด้วยกัน เวลาพวกพนักงานที่ยืนตามประตูยกมือไหว้ผู้ใหญ่ โอกิเห็นปุ๊บจะยกมือไหว้ตอบทันที ใครเห็นก็ชมกันทั้งนั้น
วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
โอกิไปโรงเรียน Part II
แม่คิดว่าโอกิคงจะรู้สึกไม่สบายใจมากๆ ไม่ชอบและอึดอัดกับการไปโรงเรียนสุดๆ ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าไอโกะ เพราะตอนนั้นไอโกะจะร้องตอนเช้า เวลาจะไป แต่พอกลับมาอยู่บ้านแล้วจะลืม แต่ของโอกินี่ดูเหมือนจะคิดถึงมันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยมั้ง เวลาที่คนโตๆ เครียดและไม่สบายใจ ก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยการกินเหล้า ฟังเพลง ชอปปิ้ง ระบายกับเพื่อน ไปเที่ยว ฯลฯ แล้วเด็กๆ ล่ะจะจัดการกับความเครียดและไม่สบายใจของตัวเองอย่างไร
นอกจากการร้องไห้แล้ว แม่รู้สึกว่าโอกิก็พยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ในหลายๆ ทาง ตัวอย่างเช่น พยายามขอร้องและบอกป่าป๊าให้รับรู้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" เพราะคิดว่าป่าป๊าเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายได้ ถ้าป่าป๊าบอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไป เมื่อขอร้องป่าป๊าไม่สำเร็จก็คิดแผนถ่วงเวลาการไปโรงเรียน ด้วยการเรียกร้องโน่นนี่ จะให้จี่จี๊อาบน้ำให้ พอจี่จี๊อุ้มไปก็เปลี่ยนใจ จะให้อาเน่อาบ พออาเน่จะพาไปอาบ ก็บอกจะกินนมก่อน พอเอานมให้กิน ก็จะกินขนมปัง พอเอาขนมปังให้ก็จะขี่จักรยาน สุดท้ายก็โดนบังคับให้ต้องไปโรงเรียนอยู่ดีอีกแผนหนึ่งก็คือ ประท้วงด้วยการทำตัวป่วน ไม่ยอมลงจากรถ ไม่ยอมให้ใครอุ้ม ไม่ยอมเข้าบ้าน พูดไม่รู้เรื่อง ทำเอาแม่และป่าป๊าเวียนหัวมากๆ
เวลาที่ผู้ใหญ่พูดกันว่าควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการตัดสินใจนั้น แม่ว่าบางทีเราก็ลืมไปว่า อารมณ์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นกัน แล้วบางครั้งก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้ถ้าใช้อารมณ์เป็นเหุตผลในการตัดสินใจในบางเรื่อง การที่โอกิไม่ชอบไปโรงเรียน ก็คงมีเหตุผลที่เป็นความรู้สึกกลัวของเด็กนั่นแหละ แม่นึกถึงตัวเองว่าตอนป.6 ที่จะเข้ามาเรียนกรุงเทพนั้นแม่ก็กลัวเหมือนกัน แล้วก็ไม่ยอมมาจนกระทั่ง ม.3 หลังจากที่อี๊นิจเข้ามาก่อนแล้ว หลายๆ ครั้งที่เราก็ไม่กล้าไปไหน หรือไปทำอะไรคนเดียว ก็อยากจะชวนใครสักคนไปเป็นเพื่อนพอคิดอย่างนี้แล้ว แม่ก็รู้สึกเข้าใจและเห็นใจโอกิขึ้นมาทันที
อาเน่พยายามอธิบายว่า "โอกิต้องไปโรงเรียนนะครับ ถ้าไม่ไปโรงเรียน เดี๋ยวจะเซ่อช่า ไม่รู้เรื่อง กลายเป็นเด็กโง่นะ รู้มั้ย" โอกิก็ร้องไห้ไปตอบไปว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน กิอยากเป็นเด็กโง่ ฮือๆ" อาเน่พยายามใหม่ "โอกินะ ไปโรงเรียนวันนี้ แล้วก็พรุ่งนี้อีกวัน ก็จะหยุดแล้วนะ" โอกิก็ตอบว่า "ไม่อยากไปแล้ว อยากหยุดวันนี้เลย ฮือๆ"
ด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่อย่างเรา ทำให้โอกิต้องยอมจำนนไปโรงเรียนอย่างปฏิเสธไม่ได้ จะว่าไปอาจจะเรียกได้ว่าแม่และป่าป๊าก็ใช้กำลังในการตัดสินใจเหมือนกัน เพราะเหตุผลของลูกไม่เป็นที่ยอมรับ (ของสังคม:)
เมื่อโอกิยอมรับสภาพได้แล้วว่า ยังไงๆ ก็ต้องไปโรงเรียนอยู่ดี ความต้องการถัดมาก็คือ ขอให้มีใครไปเป็นเพื่อนสักคนก็ยังดี จากที่เคยพูดว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" วันนั้นโอกิตื่นตั้งแต่ตีสี่ แล้วก็บอกแม่ว่า "อยากให้ป่าป๊าไปโรงเรียนด้วย ไม่อยากให้ป่าป๊าไปทำงาน" แม่เลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวโอกิไปถามครูภานะ ว่าให้ป่าป๊าอยู่ด้วยได้หรือเปล่า ถ้าครูภาบอกว่าได้ก็ได้นะ" พอได้ยินดังนั้น โอกิรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ประหนึ่งว่าตัวเองแก้ปัญหาหนักอกได้แล้ว คงจะนึกในใจว่าในที่สุดก็หาทางออกได้แล้ว แล้วโอกิก็หลับต่อจนเช้า ลุกจากที่นอน เดินลงข้างล่างเอง อาบน้ำ กินนม เร่งให้ป่าป๊าพาไปโรงเรียน บ๊ายบายคนที่บ้านอย่างร่าเริง จนอาเน่ (ที่ไม่รู้เรื่องข้อตกลง) คิดว่าโอกิปรับตัวได้แล้ว
พอถึงโรงเรียนไอโกะก็พาโอกิไปเก็บกระเป๋า ป่าป๊ารีบไปหาครูภา เล่าเรื่องข้อตกลงให้ฟัง ยังไม่ทันเตี๊ยมกันดี ทั้งสองคนก็รีบเดินมาหา โอกิยังไม่ทันอ้าปากพูด ครูภาก็ชิงตัดบทว่า "ไม่ได้นะครับ ป่าป๊าอยู่กับโอกิไม่ได้ ตอนเย็นถึงจะมารับ" เท่านั้นแหละ ฝันสลายลงไปต่อหน้าต่อตา โอกิปล่อยโฮแบบไม่ต้องอายใคร (คงไม่มีเด็กคนไหนอายเวลาร้องไห้หรอก)ป่าป๊าก็เลยต้องรีบกลับไปทำงาน (แบบไม่ค่อยสบายใจเช่นกัน)
เวลาผ่านไปทีละวัน โอกิก็ยังไม่รู้สึกดีกับการไปโรงเรียน เรียกได้ว่าครุ่นคำนึงถึงความทุกข์ของการไปโรงเรียนแทบจะตลอดเวลา นอนไม่ค่อยหลับกระสับกระส่าย อาเน่บอกว่า อายุยังไม่ถึงสามขวบ รู้จักที่จะกลุ้มจนนอนไม่หลับ แล้วโตๆ อีกหน่อยจะขนาดไหนกัน
โอกิคงจะประเมินสถานการณ์ว่าจะเอาไงดีว้า หลังจากที่ครูภาไม่ยอมให้ป่าป๊าอยู่ด้วย โอกิก็หันมาขอร้องแม่แทนว่า "อยากให้หม่าม้าไปด้วย" แม่ก็ตกปากรับคำเพื่อให้โอกิสบายใจ วันถัดมา โอกิก็ไม่งอแงตอนเช้า แต่ตื่นตีห้าเหมือนเดิม ลุกมาย้ำกับแม่ว่าอยากให้แม่ไปด้วย กินนม ขนมปัง อาบน้ำแต่งตัว พร้อมไปโรงเรียน ระหว่างทางก็ดูสองข้างทาง พูดคุยเป็นปกติ ไม่มีอาการเครียดให้เห็น แต่พอถึงโรงเรียนปุ๊บ โอกิก็รีบบอกให้แม่อุ้มทันที หลังจากนั้นก็ติดหนึบเลย "ไม่อยากหาครูอ้อม ไม่อยากหาครูนุ่น" เจอครูบีก็ "ไม่อยากหาครูบี" "อยากให้โรงเรียนปิด" แม่ต้องอุ้มไปส่งที่ห้องให้ครูริญ แล้วโอกิก็ปล่อยโฮเต็มความสามารถอีกครั้งหนึ่ง ตอนเย็นป่าป๊าไปรับ กลับมาเล่าให้แม่ฟังว่า วันนี้เค้าเล่าลือกันทั้งโรงเรียนว่าโอกิจะปิดโรงเรียน
วันนี้โอกิก็เปลี่ยนแผนใหม่ด้วยการให้ป่าป๊าไปส่ง เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่จะขอร้องคุณครูให้ป่าป๊าอยู่ด้วย ก่อนไปก็เต็มไปด้วยความหวังเหมือนเดิม ร่าเริงตั้งแต่ออกจากบ้านถึงโรงเรียน พอป่าป๊าจูงไปส่งคุณครูที่หน้าประตู โอกิก็บอกคุณครูว่า "อยากให้ป่าป๊าอยู่ด้วย" คุณครูเลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวให้ป่าป๊าไปใส่บาตรด้วยกันแล้วค่อยกลับนะ" โอกิฟังไม่ทันจบก็ปล่อยโฮทันที ป่าป๊าบอกว่า โอกิทำเหมือนผู้ใหญ่ที่หลอกตัวเอง คือ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางที่ป่าป๊าจะอยู่ด้วยได้ แต่ก็มีความหวัง พอคุณครูตอบ ก็แทบจะไม่ได้ฟังหรอกว่าคุณครูพูดอะไร เหมือนรู้ว่าถึงบทนี้แล้ว ก็ร้องได้เลย คุณครูอุ้มโอกิไปพร้อมกับเสียงร้องไห้ "ฮือๆ ฮือๆ ให้เจ๊โกะไปด้วย ให้เจ๊โกะไปด้วย" ไอโกะเป็นที่พึงสุดท้ายแล้ว ไอโกะก็สงสารน้อง เดินตามไปติดๆ ยื่นมือให้แล้วก็บอกว่า "เจ๊อยู่นี่...เจ๊อยู่นี่..." ป่าป๊าได้แต่ยืนดูพี่น้องเดินจากไป ด้วยอารมณ์ขำปนสงสาร เฮ้อ!
นอกจากการร้องไห้แล้ว แม่รู้สึกว่าโอกิก็พยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ในหลายๆ ทาง ตัวอย่างเช่น พยายามขอร้องและบอกป่าป๊าให้รับรู้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" เพราะคิดว่าป่าป๊าเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายได้ ถ้าป่าป๊าบอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไป เมื่อขอร้องป่าป๊าไม่สำเร็จก็คิดแผนถ่วงเวลาการไปโรงเรียน ด้วยการเรียกร้องโน่นนี่ จะให้จี่จี๊อาบน้ำให้ พอจี่จี๊อุ้มไปก็เปลี่ยนใจ จะให้อาเน่อาบ พออาเน่จะพาไปอาบ ก็บอกจะกินนมก่อน พอเอานมให้กิน ก็จะกินขนมปัง พอเอาขนมปังให้ก็จะขี่จักรยาน สุดท้ายก็โดนบังคับให้ต้องไปโรงเรียนอยู่ดีอีกแผนหนึ่งก็คือ ประท้วงด้วยการทำตัวป่วน ไม่ยอมลงจากรถ ไม่ยอมให้ใครอุ้ม ไม่ยอมเข้าบ้าน พูดไม่รู้เรื่อง ทำเอาแม่และป่าป๊าเวียนหัวมากๆ
เวลาที่ผู้ใหญ่พูดกันว่าควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการตัดสินใจนั้น แม่ว่าบางทีเราก็ลืมไปว่า อารมณ์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นกัน แล้วบางครั้งก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้ถ้าใช้อารมณ์เป็นเหุตผลในการตัดสินใจในบางเรื่อง การที่โอกิไม่ชอบไปโรงเรียน ก็คงมีเหตุผลที่เป็นความรู้สึกกลัวของเด็กนั่นแหละ แม่นึกถึงตัวเองว่าตอนป.6 ที่จะเข้ามาเรียนกรุงเทพนั้นแม่ก็กลัวเหมือนกัน แล้วก็ไม่ยอมมาจนกระทั่ง ม.3 หลังจากที่อี๊นิจเข้ามาก่อนแล้ว หลายๆ ครั้งที่เราก็ไม่กล้าไปไหน หรือไปทำอะไรคนเดียว ก็อยากจะชวนใครสักคนไปเป็นเพื่อนพอคิดอย่างนี้แล้ว แม่ก็รู้สึกเข้าใจและเห็นใจโอกิขึ้นมาทันที
อาเน่พยายามอธิบายว่า "โอกิต้องไปโรงเรียนนะครับ ถ้าไม่ไปโรงเรียน เดี๋ยวจะเซ่อช่า ไม่รู้เรื่อง กลายเป็นเด็กโง่นะ รู้มั้ย" โอกิก็ร้องไห้ไปตอบไปว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน กิอยากเป็นเด็กโง่ ฮือๆ" อาเน่พยายามใหม่ "โอกินะ ไปโรงเรียนวันนี้ แล้วก็พรุ่งนี้อีกวัน ก็จะหยุดแล้วนะ" โอกิก็ตอบว่า "ไม่อยากไปแล้ว อยากหยุดวันนี้เลย ฮือๆ"
ด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่อย่างเรา ทำให้โอกิต้องยอมจำนนไปโรงเรียนอย่างปฏิเสธไม่ได้ จะว่าไปอาจจะเรียกได้ว่าแม่และป่าป๊าก็ใช้กำลังในการตัดสินใจเหมือนกัน เพราะเหตุผลของลูกไม่เป็นที่ยอมรับ (ของสังคม:)
เมื่อโอกิยอมรับสภาพได้แล้วว่า ยังไงๆ ก็ต้องไปโรงเรียนอยู่ดี ความต้องการถัดมาก็คือ ขอให้มีใครไปเป็นเพื่อนสักคนก็ยังดี จากที่เคยพูดว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" วันนั้นโอกิตื่นตั้งแต่ตีสี่ แล้วก็บอกแม่ว่า "อยากให้ป่าป๊าไปโรงเรียนด้วย ไม่อยากให้ป่าป๊าไปทำงาน" แม่เลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวโอกิไปถามครูภานะ ว่าให้ป่าป๊าอยู่ด้วยได้หรือเปล่า ถ้าครูภาบอกว่าได้ก็ได้นะ" พอได้ยินดังนั้น โอกิรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ประหนึ่งว่าตัวเองแก้ปัญหาหนักอกได้แล้ว คงจะนึกในใจว่าในที่สุดก็หาทางออกได้แล้ว แล้วโอกิก็หลับต่อจนเช้า ลุกจากที่นอน เดินลงข้างล่างเอง อาบน้ำ กินนม เร่งให้ป่าป๊าพาไปโรงเรียน บ๊ายบายคนที่บ้านอย่างร่าเริง จนอาเน่ (ที่ไม่รู้เรื่องข้อตกลง) คิดว่าโอกิปรับตัวได้แล้ว
พอถึงโรงเรียนไอโกะก็พาโอกิไปเก็บกระเป๋า ป่าป๊ารีบไปหาครูภา เล่าเรื่องข้อตกลงให้ฟัง ยังไม่ทันเตี๊ยมกันดี ทั้งสองคนก็รีบเดินมาหา โอกิยังไม่ทันอ้าปากพูด ครูภาก็ชิงตัดบทว่า "ไม่ได้นะครับ ป่าป๊าอยู่กับโอกิไม่ได้ ตอนเย็นถึงจะมารับ" เท่านั้นแหละ ฝันสลายลงไปต่อหน้าต่อตา โอกิปล่อยโฮแบบไม่ต้องอายใคร (คงไม่มีเด็กคนไหนอายเวลาร้องไห้หรอก)ป่าป๊าก็เลยต้องรีบกลับไปทำงาน (แบบไม่ค่อยสบายใจเช่นกัน)
เวลาผ่านไปทีละวัน โอกิก็ยังไม่รู้สึกดีกับการไปโรงเรียน เรียกได้ว่าครุ่นคำนึงถึงความทุกข์ของการไปโรงเรียนแทบจะตลอดเวลา นอนไม่ค่อยหลับกระสับกระส่าย อาเน่บอกว่า อายุยังไม่ถึงสามขวบ รู้จักที่จะกลุ้มจนนอนไม่หลับ แล้วโตๆ อีกหน่อยจะขนาดไหนกัน
โอกิคงจะประเมินสถานการณ์ว่าจะเอาไงดีว้า หลังจากที่ครูภาไม่ยอมให้ป่าป๊าอยู่ด้วย โอกิก็หันมาขอร้องแม่แทนว่า "อยากให้หม่าม้าไปด้วย" แม่ก็ตกปากรับคำเพื่อให้โอกิสบายใจ วันถัดมา โอกิก็ไม่งอแงตอนเช้า แต่ตื่นตีห้าเหมือนเดิม ลุกมาย้ำกับแม่ว่าอยากให้แม่ไปด้วย กินนม ขนมปัง อาบน้ำแต่งตัว พร้อมไปโรงเรียน ระหว่างทางก็ดูสองข้างทาง พูดคุยเป็นปกติ ไม่มีอาการเครียดให้เห็น แต่พอถึงโรงเรียนปุ๊บ โอกิก็รีบบอกให้แม่อุ้มทันที หลังจากนั้นก็ติดหนึบเลย "ไม่อยากหาครูอ้อม ไม่อยากหาครูนุ่น" เจอครูบีก็ "ไม่อยากหาครูบี" "อยากให้โรงเรียนปิด" แม่ต้องอุ้มไปส่งที่ห้องให้ครูริญ แล้วโอกิก็ปล่อยโฮเต็มความสามารถอีกครั้งหนึ่ง ตอนเย็นป่าป๊าไปรับ กลับมาเล่าให้แม่ฟังว่า วันนี้เค้าเล่าลือกันทั้งโรงเรียนว่าโอกิจะปิดโรงเรียน
วันนี้โอกิก็เปลี่ยนแผนใหม่ด้วยการให้ป่าป๊าไปส่ง เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่จะขอร้องคุณครูให้ป่าป๊าอยู่ด้วย ก่อนไปก็เต็มไปด้วยความหวังเหมือนเดิม ร่าเริงตั้งแต่ออกจากบ้านถึงโรงเรียน พอป่าป๊าจูงไปส่งคุณครูที่หน้าประตู โอกิก็บอกคุณครูว่า "อยากให้ป่าป๊าอยู่ด้วย" คุณครูเลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวให้ป่าป๊าไปใส่บาตรด้วยกันแล้วค่อยกลับนะ" โอกิฟังไม่ทันจบก็ปล่อยโฮทันที ป่าป๊าบอกว่า โอกิทำเหมือนผู้ใหญ่ที่หลอกตัวเอง คือ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางที่ป่าป๊าจะอยู่ด้วยได้ แต่ก็มีความหวัง พอคุณครูตอบ ก็แทบจะไม่ได้ฟังหรอกว่าคุณครูพูดอะไร เหมือนรู้ว่าถึงบทนี้แล้ว ก็ร้องได้เลย คุณครูอุ้มโอกิไปพร้อมกับเสียงร้องไห้ "ฮือๆ ฮือๆ ให้เจ๊โกะไปด้วย ให้เจ๊โกะไปด้วย" ไอโกะเป็นที่พึงสุดท้ายแล้ว ไอโกะก็สงสารน้อง เดินตามไปติดๆ ยื่นมือให้แล้วก็บอกว่า "เจ๊อยู่นี่...เจ๊อยู่นี่..." ป่าป๊าได้แต่ยืนดูพี่น้องเดินจากไป ด้วยอารมณ์ขำปนสงสาร เฮ้อ!
วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
โอกิไปโรงเรียน Part I
เปิดเทอมปีนี้โอกิอายุสองขวบครึ่งพอดี แม่กับป่าป๊าตกลงกันว่าโอกิน่าจะไปโรงเรียนได้แล้ว เร็วกว่าไอโกะครึ่งปี เพราะตอนนั้นไอโกะไปโรงเรียนอายุสามขวบเต็มแล้ว ก่อนหน้านี้ทุกคนก็คาดหวังว่า การไปโรงเรียนของโอกิน่าจะราบรื่นดี เพราะมีไอโกะไปก่อนแล้ว แล้วโอกิก็เคยไปรับไอโกะที่โรงเรียนบ่อยๆ ไปเล่นไปอะไรๆ จนทั้งครูทั้งนักเรียนกว่าครึ่งโรงเรียนรู้จักโอกิหมดแล้ว
แต่สวรรค์อาจจะไม่อยากให้ชีวิตโอกิราบเรียบก็เป็นได้ ถึงต้องจัดให้มีอุปสรรคบ้างเป็นแบบฝึกหัดชีวิต เนื่องจากเป็นเด็กใหม่ โรงเรียนจึงจัดให้เปิดเทอมก่อนเด็กเก่า 1 อาทิตย์ ดังนั้นโอกิจึงต้องไปโรงเรียนก่อนโดยไม่มีไอโกะ จริงๆ แล้วเด็กใหม่อื่นๆ ที่มีพี่ โรงเรียนก็ยอมให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องได้เหมือนกัน อย่างเจนนี่และนิหน่า ก็มีน้องใหม่เข้าปีนี้ ก็ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลน้องเหมือนกัน แต่เนื่องจากไอโกะติดภารกิจไปเรียนวาดรูป (ซึ่งไอโกะก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ร้องไห้เสีย 5 วันจาก 7 วันที่ต้องไป) ก็เลยไม่ได้ไปดูแลโอกิเลย
สามวันแรก โรงเรียนให้เด็กไปเรียนครึ่งวัน และให้ผุู้ปกครองอยู่ด้วยได้ วันแรกป่าป๊าอยู่ วันที่สองและสามอาเน่อยู่ ป่าป๊าบอกว่าโอกิโดดเรียนทั้งวันเลย ไม่ยอมเข้าห้องเรียน เอาแต่จะขี่จักรยานข้างนอก เวลาให้เข้าแถวก็ไม่ยอมเข้าแถว สรุปว่าสามวันแรก โอกิยอมไปโรงเรียนโดยดี แต่ร้องไห้เป็นระยะๆ พอทนได้ เพราะมีป่าป๊ากับอาเน่อยู่ด้วยวันที่สี่โอกิต้องอยู่โรงเรียนคนเดียวทั้งวัน ป่าป๊าไปส่งเหมือนปกติ แล้วโอกิก็ร้องกระหน่ำตอนที่ต้องจากกันกับป่าป๊า สัปดาห์แรกผ่านไปแบบมึนๆ กันทั้งบ้าน
พอสัปดาห์ที่สอง คราวนี้ไอโกะไปโรงเรียนพร้อมโอกิแล้ว แต่ก็โชคร้ายที่เปิดเทอมวันแรก รถติดมาก ป่าป๊าไปถึงโรงเรียนก็เข้าแถวกันแล้ว คุณครูรีบรับโอกิไป ร้องไห้เหมือนเดิม ไอโกะก็ต้องรีบไปเข้าห้องของตัวเอง พอตอนเย็นแม่ถามไอโกะว่าได้ดูแลน้องหรือเปล่า ไอโกะก็บอกว่า ไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน เพราะว่างไม่ตรงกันเลย
โอกิคงจะเริ่มรับรู้แล้วว่าชีวิตที่โรงเรียนเป็นอย่างไร แม่คิดว่าคงจะผิดคาดเหมือนไอโกะนั่นแหละ โอกิเริ่มมีอารมณ์แปรปรวน งอแงทั้งวัน พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง จะเอาโน่นเอานี่ จะให้แม่อุ้มตลอดเวลา วันที่สองที่ป่าป๊าไปส่ง พอถึงสี่แยกอุดมสุข (แยกเดิมที่ไอโกะต่อรองกับป่าป๊าว่าจะไปทำงานกับป่าป๊าแทนไปโรงเรียนได้มั้ยนั่นแหละ) โอกิก็บอกป่าป๊าว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ป่าป๊าก็บอกว่า "ไม่ได้หรอก เด็กทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ไปโรงเรียน" โอกิก็ได้แต่บ่นว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน"
ตลอดทั้งอาทิตย์ โอกิเครียดมากกับการไปโรงเรียน คอยวนเวียนบอกคนโน้น คนนี้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" กลางคืนก็ตื่นทั้งคืน ตื่นมาก็พูดแต่ประโยคเดิมว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ทำให้คนทั้งบ้านก็พลอยเครียดไปกับโอกิด้วย
แต่สวรรค์อาจจะไม่อยากให้ชีวิตโอกิราบเรียบก็เป็นได้ ถึงต้องจัดให้มีอุปสรรคบ้างเป็นแบบฝึกหัดชีวิต เนื่องจากเป็นเด็กใหม่ โรงเรียนจึงจัดให้เปิดเทอมก่อนเด็กเก่า 1 อาทิตย์ ดังนั้นโอกิจึงต้องไปโรงเรียนก่อนโดยไม่มีไอโกะ จริงๆ แล้วเด็กใหม่อื่นๆ ที่มีพี่ โรงเรียนก็ยอมให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องได้เหมือนกัน อย่างเจนนี่และนิหน่า ก็มีน้องใหม่เข้าปีนี้ ก็ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลน้องเหมือนกัน แต่เนื่องจากไอโกะติดภารกิจไปเรียนวาดรูป (ซึ่งไอโกะก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ร้องไห้เสีย 5 วันจาก 7 วันที่ต้องไป) ก็เลยไม่ได้ไปดูแลโอกิเลย
สามวันแรก โรงเรียนให้เด็กไปเรียนครึ่งวัน และให้ผุู้ปกครองอยู่ด้วยได้ วันแรกป่าป๊าอยู่ วันที่สองและสามอาเน่อยู่ ป่าป๊าบอกว่าโอกิโดดเรียนทั้งวันเลย ไม่ยอมเข้าห้องเรียน เอาแต่จะขี่จักรยานข้างนอก เวลาให้เข้าแถวก็ไม่ยอมเข้าแถว สรุปว่าสามวันแรก โอกิยอมไปโรงเรียนโดยดี แต่ร้องไห้เป็นระยะๆ พอทนได้ เพราะมีป่าป๊ากับอาเน่อยู่ด้วยวันที่สี่โอกิต้องอยู่โรงเรียนคนเดียวทั้งวัน ป่าป๊าไปส่งเหมือนปกติ แล้วโอกิก็ร้องกระหน่ำตอนที่ต้องจากกันกับป่าป๊า สัปดาห์แรกผ่านไปแบบมึนๆ กันทั้งบ้าน
พอสัปดาห์ที่สอง คราวนี้ไอโกะไปโรงเรียนพร้อมโอกิแล้ว แต่ก็โชคร้ายที่เปิดเทอมวันแรก รถติดมาก ป่าป๊าไปถึงโรงเรียนก็เข้าแถวกันแล้ว คุณครูรีบรับโอกิไป ร้องไห้เหมือนเดิม ไอโกะก็ต้องรีบไปเข้าห้องของตัวเอง พอตอนเย็นแม่ถามไอโกะว่าได้ดูแลน้องหรือเปล่า ไอโกะก็บอกว่า ไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน เพราะว่างไม่ตรงกันเลย
โอกิคงจะเริ่มรับรู้แล้วว่าชีวิตที่โรงเรียนเป็นอย่างไร แม่คิดว่าคงจะผิดคาดเหมือนไอโกะนั่นแหละ โอกิเริ่มมีอารมณ์แปรปรวน งอแงทั้งวัน พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง จะเอาโน่นเอานี่ จะให้แม่อุ้มตลอดเวลา วันที่สองที่ป่าป๊าไปส่ง พอถึงสี่แยกอุดมสุข (แยกเดิมที่ไอโกะต่อรองกับป่าป๊าว่าจะไปทำงานกับป่าป๊าแทนไปโรงเรียนได้มั้ยนั่นแหละ) โอกิก็บอกป่าป๊าว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ป่าป๊าก็บอกว่า "ไม่ได้หรอก เด็กทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ไปโรงเรียน" โอกิก็ได้แต่บ่นว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน"
ตลอดทั้งอาทิตย์ โอกิเครียดมากกับการไปโรงเรียน คอยวนเวียนบอกคนโน้น คนนี้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" กลางคืนก็ตื่นทั้งคืน ตื่นมาก็พูดแต่ประโยคเดิมว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ทำให้คนทั้งบ้านก็พลอยเครียดไปกับโอกิด้วย
วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ถ่ายรูป
หลังปิดเทอมใหม่ๆ แม่นินาจัดทริปชวนเด็กๆ ห้องหนูน้อย 6 ไปตามรอยไดโนเสาร์ที่ขอนแก่น ไปกันหลายครอบครัว มีนินา ไอโกะ เจนนี่ บุก บุ๊ค จ. บุ๊ค ภ. เด็กๆ สนุกกันมาก พ่อๆ แม่ๆ ก็รู้สึกชอบใจ เพราะเวลาไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ สนุกกว่าต่างคนต่างไปกันเอง
พ่อแม่ที่เคยแค่ยิ้มให้กันห่างๆ ก็สนิทกันมากขึ้น รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน รู้ว่าเพื่อนของเราเป็นเพื่อนของเขาด้วยก็มี ป่าป๊ายังได้คุยกับพ่อบุ๊ค ภ. เรื่องกล้องถ่ายรูป แล้วก็สุดท้ายเลยไปซื้อกล้องมาใหม่ เพราะรู้แล้วว่ากล้องที่เราใช้อยู่มันถ่ายไม่สวย ป่าป๊าเป็นคนทำอะไร ทำจริง กว่าจะตัดสินใจซื้อกล้องใหม่ แม่เห็นอ่านหนังสือเป็นสิบเล่ม เข้าเน็ตอยู่ตั้งสองอาทิตย์
พอได้กล้องใหม่มา ก็ปรากฎว่ารูปของพวกเราดูดีขึ้นมาทันตา คราวนี้เวลาที่คุณครูขอรูปไอโกะ โอกิ สวยๆ หล่อๆ แม่ก็หาไม่ยากแล้วตอนที่ป่าป๊าฝึกวิชาใหม่ๆ ให้ไอโกะเป็นนางแบบ ไอโกะก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วก็ออกมาสวยอย่างนี้

พอโพสหลายๆ ท่าเข้า ไอโกะก็ช่วยออกแบบด้วย โดยการบอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า ลองเอาผมมาไว้แบบนี้ด้วยมั้ย" แล้วก็เอาผมมาปิดหน้าให้ป่าป๊าถ่าย ไม่รู้ว่าหนูไปจำมาจากไหน ป่าป๊าบอกว่าที่ไอโกะเอาผมมาปิดหน้าตอนแรกน่ะ มาเป็นกระเซิงเต็มหน้าเลย นี่ป่าป๊าช่วยจัดเยอะแล้วถึงได้แบบนี้มา
ป่าป๊าได้กล้องใหม่ กล้องเก่าก็เลยตกเป็นของไอโกะ ซึ่งถูกใจหนูมาก ถ่ายทั้งวัน ถ่ายจนแบตหมด การ์ดเต็ม แม่ต้องคอยลบให้เรื่อยๆ เวลาไอโกะถ่ายรูป แม่เห็นไอโกะถ่ายส่งเดช ไม่เห็นจะโฟกัสอะไร แต่ก็ปรากฎว่ามีฟลุ๊คๆ ถ่ายออกมาสวยกว่าแม่เสียอีก


มีวันหนึ่ง โอกิแกล้งอะไรไอโกะไม่รู้ แม่เลยทำโทษให้โอกิไปนั่งนิ่งๆ แล้วก็นึกได้ว่า ไอโกะอยากถ่ายรูปโอกิ แต่โอกิมักไม่ค่อยยอมให้ถ่าย แม่เลยเพิ่มโทษโอกิด้วยการบอกให้โอกินั่งนิ่งๆ ให้ไอโกะถ่ายรูป โอกิก็ยอมโดยดี แต่หน้าบูดไปหน่อย
แม่เลยสั่งให้ยิ้มด้วย ไอโกะชอบการทำโทษครั้งนี้มาก เพราะได้ถ่ายรูปโอกิสมใจ
พ่อแม่ที่เคยแค่ยิ้มให้กันห่างๆ ก็สนิทกันมากขึ้น รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน รู้ว่าเพื่อนของเราเป็นเพื่อนของเขาด้วยก็มี ป่าป๊ายังได้คุยกับพ่อบุ๊ค ภ. เรื่องกล้องถ่ายรูป แล้วก็สุดท้ายเลยไปซื้อกล้องมาใหม่ เพราะรู้แล้วว่ากล้องที่เราใช้อยู่มันถ่ายไม่สวย ป่าป๊าเป็นคนทำอะไร ทำจริง กว่าจะตัดสินใจซื้อกล้องใหม่ แม่เห็นอ่านหนังสือเป็นสิบเล่ม เข้าเน็ตอยู่ตั้งสองอาทิตย์
พอได้กล้องใหม่มา ก็ปรากฎว่ารูปของพวกเราดูดีขึ้นมาทันตา คราวนี้เวลาที่คุณครูขอรูปไอโกะ โอกิ สวยๆ หล่อๆ แม่ก็หาไม่ยากแล้วตอนที่ป่าป๊าฝึกวิชาใหม่ๆ ให้ไอโกะเป็นนางแบบ ไอโกะก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วก็ออกมาสวยอย่างนี้

พอโพสหลายๆ ท่าเข้า ไอโกะก็ช่วยออกแบบด้วย โดยการบอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า ลองเอาผมมาไว้แบบนี้ด้วยมั้ย" แล้วก็เอาผมมาปิดหน้าให้ป่าป๊าถ่าย ไม่รู้ว่าหนูไปจำมาจากไหน ป่าป๊าบอกว่าที่ไอโกะเอาผมมาปิดหน้าตอนแรกน่ะ มาเป็นกระเซิงเต็มหน้าเลย นี่ป่าป๊าช่วยจัดเยอะแล้วถึงได้แบบนี้มา

ป่าป๊าได้กล้องใหม่ กล้องเก่าก็เลยตกเป็นของไอโกะ ซึ่งถูกใจหนูมาก ถ่ายทั้งวัน ถ่ายจนแบตหมด การ์ดเต็ม แม่ต้องคอยลบให้เรื่อยๆ เวลาไอโกะถ่ายรูป แม่เห็นไอโกะถ่ายส่งเดช ไม่เห็นจะโฟกัสอะไร แต่ก็ปรากฎว่ามีฟลุ๊คๆ ถ่ายออกมาสวยกว่าแม่เสียอีก


มีวันหนึ่ง โอกิแกล้งอะไรไอโกะไม่รู้ แม่เลยทำโทษให้โอกิไปนั่งนิ่งๆ แล้วก็นึกได้ว่า ไอโกะอยากถ่ายรูปโอกิ แต่โอกิมักไม่ค่อยยอมให้ถ่าย แม่เลยเพิ่มโทษโอกิด้วยการบอกให้โอกินั่งนิ่งๆ ให้ไอโกะถ่ายรูป โอกิก็ยอมโดยดี แต่หน้าบูดไปหน่อย
แม่เลยสั่งให้ยิ้มด้วย ไอโกะชอบการทำโทษครั้งนี้มาก เพราะได้ถ่ายรูปโอกิสมใจ
วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551
ใจดี
อาทิตย์ที่แล้วป่าป๊าซื้อลูกโป่งมาให้ทั้งสองคนเล่น ป่าป๊าเป่าให้คนละลูก แล้วก็ให้ไอโกะเอาลูกโป่งที่เหลือไปเก็บเอาไว้เล่นวันหลัง เล่นกันไปเล่นกันมายังไงไม่รู้ แม่เห็นโอกิถือลูกโป่งของตัวเองเล่น แต่ของไอโกะไม่มี แล้วก็ได้ยินไอโกะถามว่า
ไอโกะ - "โอกิ ลูกโป่งของเจ๊ไปไหน"
โอกิ - "ไม่รู้"
ไอโกะ -"บอกมานะ ว่าเอาของเจ๊ไปไว้ที่ไหน"
โอกิ - "ไว้ที่โน่น"
ไอโกะ - "โน่นไหน เอามาคืนเจ๊เดี๋ยวนี้นะ"
โอกิ - "หายไปแล้ว"
ไอโกะ - "ถ้าไม่เอามาคืน เดี๋ยวเจ๊ไปเป่าลูกใหม่นะ" (ไอโกะเดินไปที่ตู้เก็บของ จะเอาลูกใหม่มาให้ป่าป๊าเป่า)
โอกิ กลัวไอโกะได้ลูกใหม่ รีบวิ่งไปหลังบ้าน เอาลูกโป่งมาคืน แล้วยังลอยหน้าลอยตาบอกแม่อีกด้วยว่า "โอกิ ใจดีมากเลย อุตส่าห์เอาให้ไอโกะ"
ไอโกะ - "โอกิ ลูกโป่งของเจ๊ไปไหน"
โอกิ - "ไม่รู้"
ไอโกะ -"บอกมานะ ว่าเอาของเจ๊ไปไว้ที่ไหน"
โอกิ - "ไว้ที่โน่น"
ไอโกะ - "โน่นไหน เอามาคืนเจ๊เดี๋ยวนี้นะ"
โอกิ - "หายไปแล้ว"
ไอโกะ - "ถ้าไม่เอามาคืน เดี๋ยวเจ๊ไปเป่าลูกใหม่นะ" (ไอโกะเดินไปที่ตู้เก็บของ จะเอาลูกใหม่มาให้ป่าป๊าเป่า)
โอกิ กลัวไอโกะได้ลูกใหม่ รีบวิ่งไปหลังบ้าน เอาลูกโป่งมาคืน แล้วยังลอยหน้าลอยตาบอกแม่อีกด้วยว่า "โอกิ ใจดีมากเลย อุตส่าห์เอาให้ไอโกะ"
ซักได้
มีอยู่วันหนึ่ง ไอโกะเอาเสื้อสีขาวเก่ามอมแมมมาให้แม่ดู แล้วก็ถามว่า "หม่าม้า เสื้อไอโกะมันเลอะมากเลย อะไรซักได้" แม่ดูแล้วก็เห็นว่าน่าจะเป็นรอยเปื้อนยางกล้วย แล้วก็คราบเก่าๆ สารพัดเต็มไปหมด ดูยังไงก็ซักไม่ออกแน่ๆ แม่เลยบอกไอโกะว่า "ซักไม่ได้หรอก ไอโกะ" ไอโกะทำท่าไม่ยอมจำนน ถามต่ออีกว่า "แล้วอะไรซักได้ล่ะ"
แม่ก็บอกเหมือนเดิมว่า "มันซักไม่ได้แล้ว ซักยังไงก็ไม่ออกหรอกค่ะ" ไอโกะทำท่าผิดหวัง ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ "ก็ที่ในทีวีเค้าบอกว่าซักได้นี่" อ๋อ ฝีมือคุณปุ้ยนี่เอง สงสัยปิดเทอมนี้ไอโกะคงจะดูทีวีมากไปซะแล้ว
สุดท้ายแม่เลยไปซื้อบรีสมาให้ไอโกะทดลองซักด้วยตัวเอง แม่ถามว่าใช้แค่ไหน ไอโกะตอบได้ทันทีว่า "ครึ่งฝาก็พอ" คนทำโฆษณาน่าจะภูมิใจว่าโฆษณาของตัวเองได้ผลนะเนี่ย ไอโกะพยายามซักด้วยตัวเอง แล้วก็เห็นผลว่าซักไม่ออกจริงๆ แม่ต้องอธิบายว่าคราบบางอย่างก็ซักได้ บางอย่างก็ซักไม่ได้ ไอโกะถึงจะเข้าใจ
แม่ก็บอกเหมือนเดิมว่า "มันซักไม่ได้แล้ว ซักยังไงก็ไม่ออกหรอกค่ะ" ไอโกะทำท่าผิดหวัง ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ "ก็ที่ในทีวีเค้าบอกว่าซักได้นี่" อ๋อ ฝีมือคุณปุ้ยนี่เอง สงสัยปิดเทอมนี้ไอโกะคงจะดูทีวีมากไปซะแล้ว
สุดท้ายแม่เลยไปซื้อบรีสมาให้ไอโกะทดลองซักด้วยตัวเอง แม่ถามว่าใช้แค่ไหน ไอโกะตอบได้ทันทีว่า "ครึ่งฝาก็พอ" คนทำโฆษณาน่าจะภูมิใจว่าโฆษณาของตัวเองได้ผลนะเนี่ย ไอโกะพยายามซักด้วยตัวเอง แล้วก็เห็นผลว่าซักไม่ออกจริงๆ แม่ต้องอธิบายว่าคราบบางอย่างก็ซักได้ บางอย่างก็ซักไม่ได้ ไอโกะถึงจะเข้าใจ
วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2551
ขี่จักรยาน
ในที่สุดไอโกะก็ขี่จักรยานสองล้อได้แล้ว หลังจากที่พยายามมานาน ป่าป๊าถอดล้อข้างออก ถอดแล้วใส่ ถอดแล้วใส่อยู่สามสี่ครั้ง เพราะไอโกะขี่ไม่ได้เสียที
วันที่ไอโกะขี่เป็น ไอโกะมาบอกแม่ว่า "หม่าม้า..ไอโกะขี่จักรยานสองล้อได้แล้ว"
แม่ไม่เชื่อ เพราะไม่เห็นเลยว่าไอโกะหัดขี่ตอนไหน พอแม่ถามว่า "จริงเหรอ ไอโกะขี่ได้แล้วจริงๆ อ่ะ"
หนูก็รีบบอกว่า "เมื่อวานไอโกะยังขี่ไม่ได้ เมื่อเช้าไอโกะก็ขี่ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไอโกะขี่ได้แล้ว"
แล้วก็ยิ้มอย่างภูมิใจ "หม่าม้ามาดู ไอโกะจะขี่ให้ดู"
แดดเปรี้ยงๆ เลย ไอโกะขี่จักรยานให้แม่ดูหน้าบ้าน เออ.. ขี่ได้จริงๆ แล้วแม่ก็เลยพาไปขี่จักรยานที่สวนหลวง ให้ป่าป๊าถ่ายรูปไว้ด้วย

ส่วนของโอกิ ขี่สามล้อ แต่โอกิก็เรียกสามล้อของตัวเองว่า "จักรยาน" เหมือนกัน ตอนไอโกะเล็กๆ ป่าป๊าไม่ยอมซื้อสามล้อเด็กๆ แบบนี้ให้เพราะไม่อยากให้เคยชินกับการปั่นแบบไปทางเดียว เดี๋ยวพอหัดจักรยานจะได้ไม่สับสน (จริงๆ มันก็ไม่เห็นจะน่าสับสนตรงไหน แต่ป่าป๊าไม่ซื้อ แม่ก็ว่าดี เพราะไม่เปลือง ซื้อจักรยานไปเลยทีเดียว) แต่พอของโอกินี่ แม่ต้องขอค้าน เพราะถ้าไม่ซื้อสามล้อให้ แม่นึกไม่ออกเลยว่าเมื่อไหร่จะขี่จักรยานได้ เพราะโอกิโตไม่พอเสียที แต่พอซื้อสามล้อคันนี้ให้ ก็รู้สึกว่าคุ้มมาก เพราะนอกจากโอกิจะชอบแล้ว ไอโกะก็ชอบด้วย แย่งกันขี่ทำให้ตีกันประจำ แต่ตอนนี้มันพังเสียแล้ว โอกิได้จักรยานคันใหม่ ที่ดูเป็นจักรยานจริงๆ ไม่ใช่สามล้อแล้ว
วันที่ไอโกะขี่เป็น ไอโกะมาบอกแม่ว่า "หม่าม้า..ไอโกะขี่จักรยานสองล้อได้แล้ว"
แม่ไม่เชื่อ เพราะไม่เห็นเลยว่าไอโกะหัดขี่ตอนไหน พอแม่ถามว่า "จริงเหรอ ไอโกะขี่ได้แล้วจริงๆ อ่ะ"
หนูก็รีบบอกว่า "เมื่อวานไอโกะยังขี่ไม่ได้ เมื่อเช้าไอโกะก็ขี่ไม่ได้ แต่ตอนนี้ไอโกะขี่ได้แล้ว"
แล้วก็ยิ้มอย่างภูมิใจ "หม่าม้ามาดู ไอโกะจะขี่ให้ดู"
แดดเปรี้ยงๆ เลย ไอโกะขี่จักรยานให้แม่ดูหน้าบ้าน เออ.. ขี่ได้จริงๆ แล้วแม่ก็เลยพาไปขี่จักรยานที่สวนหลวง ให้ป่าป๊าถ่ายรูปไว้ด้วย

ส่วนของโอกิ ขี่สามล้อ แต่โอกิก็เรียกสามล้อของตัวเองว่า "จักรยาน" เหมือนกัน ตอนไอโกะเล็กๆ ป่าป๊าไม่ยอมซื้อสามล้อเด็กๆ แบบนี้ให้เพราะไม่อยากให้เคยชินกับการปั่นแบบไปทางเดียว เดี๋ยวพอหัดจักรยานจะได้ไม่สับสน (จริงๆ มันก็ไม่เห็นจะน่าสับสนตรงไหน แต่ป่าป๊าไม่ซื้อ แม่ก็ว่าดี เพราะไม่เปลือง ซื้อจักรยานไปเลยทีเดียว) แต่พอของโอกินี่ แม่ต้องขอค้าน เพราะถ้าไม่ซื้อสามล้อให้ แม่นึกไม่ออกเลยว่าเมื่อไหร่จะขี่จักรยานได้ เพราะโอกิโตไม่พอเสียที แต่พอซื้อสามล้อคันนี้ให้ ก็รู้สึกว่าคุ้มมาก เพราะนอกจากโอกิจะชอบแล้ว ไอโกะก็ชอบด้วย แย่งกันขี่ทำให้ตีกันประจำ แต่ตอนนี้มันพังเสียแล้ว โอกิได้จักรยานคันใหม่ ที่ดูเป็นจักรยานจริงๆ ไม่ใช่สามล้อแล้ว
วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551
ทำโทษ

เมื่อวานนี้พนักงานจดมิเตอร์น้ำเอาใบแจ้งหนี้กับใบเสร็จมาส่ง แม่บอกให้โอกิเอาไปให้อาเน่ แต่โอกิก็ยังไม่ได้เอาไป มัวแต่เล่น แล้วก็เผลอวางไว้ที่ม้านั่งหน้าบ้าน ไอโกะเห็นรีบหยิบจะเอาไปให้อาเน่ พอโอกิหันมาเห็น ร้องโวยวายเสียงดังลั่น จนแม่ต้องบอกให้คืน พอไอโกะคืนให้ โอกิก็โมโห โยนทิ้งทันที แม่เรียกโอกิเสียงดัง โอกิทำหน้าจ๋อยๆ แล้วก็หันมายกมือไหว้ "ขอโทษค้าบ"
แม่คิดว่าแบบนี้ไม่ไหว ก็เลยลงโทษด้วยการจับโอกิไปนั่งเก้าอี้อยู่นิ่งๆ โอกิร้องไห้เสียงดังมาก แม่บอกว่าให้หยุดร้อง นั่งนิ่งๆ ห้ามไปไหน หยุดร้องแล้วก็เดินมาหาแม่ได้ (ห่างกัน 2 ม.)โอกิยิ่งร้องหนักขึ้น แล้วก็หยุดไม่ได้ ร้องไปก็จับเสื้อมาเช็ดน้ำตา เช็ดขี้มูกไป แม่บอกให้หยุดร้อง โอกิก็ "อยากหยุดแล้ว ฮือๆๆๆ" แต่ตัวเองก็หยุดไม่ได้ แม่บอกว่าหยุดได้แล้วค่อยลงจากเก้าอี้ โอกิเช็ดน้ำตาทำท่าจะหยุด ขาก็ขยับจะลงจากเก้าอี้ แต่มันก็หยุดร้องไม่ได้ พอร้องก็รู้ตัว ขยับกลับไปนั่งที่เดิมใหม่ แล้วก็เช็ดน้ำตาทำเหมือนจะหยุด ก็จะลงจากเก้าอี้ แต่มันก็หยุดไม่ได้อยู่นั่น ก็ขยับกลับไปนั่งที่เดิมใหม่ เป็นอย่างนี้อยู่สามสี่ครั้ง
โอกิรักษากติกาดีมาก รู้ตัวว่าตัวเองยังไม่หยุดร้องก็ไม่กล้าลงจากเก้าอี้ จนแม่สงสาร เดินไปใกล้ๆ จับตัวโอกิไว้แล้วบอกให้หยุดร้อง โอกิถึงหยุดร้องได้แล้วก็นั่งตักแม่นิ่งๆ แม่ก็บอกโอกิว่าทำตัวแบบนี้ไม่ดีเลย โอกิก็ "คับๆ" ตลอด เวลาอย่างนี้ก็รู้เรื่อง เข้าใจดี แต่เวลามีเรื่องทีไรก็เหมือนเดิม
คราวก่อนโอกิก็แกล้งไอโกะอีก เล่นกันแล้วพอไม่พอใจก็ตีไอโกะ แม่ดุโอกิแล้วก็บอกว่า
แม่ - โอกิไปอยูกับเชียร์เลยนะ เพราะว่ารังแกเจ๊ไอโกะ
โอกิ - ไม่ไป
แม่ - ถ้าไม่ไปก็ต้องไม่แกล้งกัน
ไอโกะ (ได้ที) - ถ้าโอกิจะอยู่บ้านนี้ก็ต้องไม่แกล้งเจ๊ ถ้าโอกิตีเจ๊ก็ต้องไปอยู่กับพี่เชียร์ จะอยู่มั้ย
โอกิ (หันไปหาไอโกะแล้วก็ทำท่ายกมือขู่) - เดี๋ยวตีอีกเลยนะ
แม่จะทำไงดีว้า?
วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2551
ฟังไม่ได้ศัพท์
แม่คิดว่าไอโกะเป็นคนหูดี และความจำดี ทำให้เรียนรู้ภาษาต่างๆ ได้ง่าย ตอนเล็กๆ แม่สอนอะไร ไอโกะก็จะจำได้หมด สารพัดสัตว์ทั้งหลาย ไอโกะรู้จักหมด ไม่ว่าจะเป็นรูปจริงหรือรูปการ์ตูนส่วนโอกินี่ตรงกันข้าม เรื่องวิชาความรู้นี่แทบไม่สนใจ ชอบแต่เสียงเพลง แล้วก็ชอบจำคำพูดที่ผู้ใหญ่พูดแต่เด็กไม่ควรพูดเอามาพูดหน้าตาเฉย
เด็กส่วนใหญ่จะชอบสัตว์และจำได้ว่าตัวอะไรเป็นตัวอะไร แต่ตอนสองขวบนี่โอกิรู้จักแค่ช้าง ปลา แล้วก็นก กระรอกกับแมวยังตอบไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วหน่อย รู้จักจิ้งจก ตุ๊กแก เสือ จระเข้ ไดโนเสาร์ด้วยแล้ว
ป่าป๊ามีเพื่อนคนหนึ่งมีลูกเกิดก่อนโอกิหนึ่งเดือน ชื่อน้องเติร์ด เพราะเป็นลูกคนที่สาม มีอยู่วันหนึ่งเติร์ดมาเล่นที่บ้าน พอตอนกลางคืนก่อนนอนโอกิก็คุยกับแม่ว่า "หม่าม้า โอกิชอบเล่นกับฮาเติร์ด" แม่/งงอยู่พักนึงว่าอะไรฮา แล้วก็นึกได้ว่าโอกิหมายถึง "เฮียเติร์ด" ตะหาก
แม่คิดว่ามันตลกเพราะ ไม่ใช่ว่าโอกิพูดไม่ชัด แต่เป็นเพราะจำไม่ได้ แล้วก็นึกได้ผิดๆ เมื่อวานนี้ก็นึกครึ้มร้องเพลงคนเดียว "หม่าม้าก็ผ่านมาเห็น แอบเปิดตู้เย็นกินน้ำแฮกฮวย"
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วแม่กับป่าป๊าพาทั้งสองคนไปฟาร์มจระเข้ โอกิอยากไปอีก ตอนกลางคืนก็บอกแม่ว่า "กิอยากไปดูจระเข้ที่..." แล้วก็ทำหน้านึกไม่ออก แม่ก็ถามว่าที่ไหน โอกิก็บอกว่า "ที่.." แล้วก็หยุด สามสี่ครั้งก็นึกไม่ออก โอกิยิ้มแบบเขินๆ จนแม่ต้องช่วยว่า "ที่ฟาร์มจระเข้ใช่มั้ย" คำว่าฟาร์มมันคงติดอยู่ที่ปาก เหมือนผู้ใหญ่มั้ง
เวลาที่ไอโกะฟังซีดีภาษาอังกฤษของคุมอง โอกิก็พยายามจะพูดตามด้วย ในซีดีพูดว่า "เอ๊ล-เล-เฟ่นท์" โอกิก็จะพูดเสียงดังว่า "อา-โล้-เฟ่น" จะฟังกี่ครั้งก็พูดเหมือนเดิม :(
วันอังคารที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2551
พี่สาวช่างฟ้องกับน้องชายเกเร
ช่วงนี้แม่เบื่อหย่าศึกสายเลือดมากๆ ทุกๆ วัน วันละหลายๆ ครั้ง ทั้งสองคนต้องทำศึกกันตลอดเวลา เดี๋ยวๆ ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ ไม่คนใดก็คนหนึ่ง โอกิยังเด็ก ยังคิดหาอะไรเล่นเองไม่เป็น พอไอโกะเล่นอะไร โอกิก็จะอยากเล่นขึ้นมาทันที บางทีไอโกะก็ยอมให้ บางทีก็ไม่ยอม หลายๆ ครั้งแม่ก็เห็นไอโกะยั่วน้องเหมือนกัน เวลาน้องไม่ได้ดั่งใจก็จะตีพี่สาว
โอกิถูกทำโทษบ่อยมากๆ เวลารังแกไอโกะ ป่าป๊าให้โอกิยืนกอดอก แล้วป่าป๊าก็ตีก้นโอกิ เวลาแม่เห็นทีไรก็รู้สึกสงสาร เพราะป่าป๊าตีทีไร โอกิกระเด็นทุกที ป่าป๊าไม่ได้ตีเจ็บหรอกนะ แต่โอกิตัวเล็กไง ตีจนแม่คิดว่าไม่ได้ผลแล้ว เพราะทุกครั้งเวลาไอโกะร้องไห้ โอกิก็จะรีบมาแบมือให้ตีทันที
แล้วโอกิก็รู้มาก หลังๆ เวลาแกล้งไอโกะเสร็จแล้ว พอรู้ว่าจะโดนทำโทษก็จะรีบยกมือไหว้ทันที แล้วก็บอกว่า "เจ๊โกะ ขอโทษค้าบ" เพราะ ถ้าไม่หนักหนามาก เวลาขอโทษ แล้วไอโกะให้อภัย ก็จะไม่ถูกทำโทษ
มีอยู่วันหนึ่ง ไอโกะเล่นอะไร โอกิก็จะแย่ง พอไอโกะให้น้อง แล้วไปเล่นอย่างอื่น โอกิก็ตามไปแย่งต่อทุกครั้ง ตั้งสามสี่ครั้ง จนป่าป๊าทนไม่ไหว พอป่าป๊าเริ่มแสดงอาการ โอกิก็รู้ตัวรีบพูดเสียงว่า "โอกิอยากขอโทษเจ๊โกะ" แต่ป่าป๊าบอกว่า "ไม่ทันแล้ว" แล้วก็ป้าบเต็มที่่ โอกิร้องไห้เสียงลั่นบ้าน คนที่ใจจะขาดแทน คือ จี่จี๊โชวที่ยืนแอบดูในครัว
ปล. เมื่อกี้ไอโกะทำกล่องขนมหล่น โอกิเสนอหน้าพูดทันทีว่า "ไอโกะทำกล่องหล่น แตก ไอโกะนี่..ไม่น่ารักเลย"

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ลูกฉัน
วันก่อนไปรับไอโกะที่โรงเรียน เห็นผลงานที่คุณครูติดไว้หน้าห้อง ตอนที่เห็นแว่บแรกก็ขำกลิ้ง แล้วก็สงสัยว่าของลูกใคร แล้วก็อ้อ! ลูกฉันเอง

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
หย่านม again
คราวนี้แม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้โอกิอดนมหรอกนะครับ แต่เนื่องจากโอกิอาการหนักเหลือเกิน อยากกินนมทั้งคืน แม่ไม่ได้หลับได้นอนจนรู้สึกหงุดหงิด ป่าป๊าเลยยื่นคำขาดว่าถ้าแม่ต้องทะเลาะกับโอกิทุกคืนแบบนี้ ให้เลิกดีกว่า ไม่ต้องหาฤกษ์หายามกันแล้ว พรุ่งนี้เช้าเอาเลย
1 day before
โอกิขอกินนมทั้งคืน จนไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งแม่ทั้งลูก กลางวันก็ขอกินทั้งวัน แม่เจ็บจนระบบไปหมด พอตอนเย็น โอกิก็มาขอกินอีก แม่ชักจะไม่ไหว เลยบอกว่า "หม่าม้าเจ็บนมมากเลย โอกิไปเอายาหม่องมาให้หม่าม้าทาก่อน" โอกิรีบวิ่งไปเอายาหม่องมาให้เลย เพราะรู้ว่าถ้าทำดี แล้วเดี๋ยวก็จะได้กินนม แม่เอายาหม่องทาแล้วก็บอกโอกิว่ากินได้แล้ว โอกิยิ้มร่า รีบปีนเข้าประจำที่ แต่พอปากสัมผัสยาหม่อง โอกิก็ทำหน้าเจื่อน แล้วก็บอกว่า "กินไม่ได้" แม่เลยรีบบอกว่า "ก็หม่าม้าเจ็บไง ต้องรอให้หม่าม้าหายเจ็บก่อน" โอกิก็ทำท่าว่าเข้าใจ บอกคนโน้นคนนี้ว่า "หม่าม้านมเจ็บ กินไม่ได้"
โอกิไม่ได้รู้เลยว่านี่แหละถึงเวลาที่จะต้องหย่ากันแล้ว (แม่ก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่ามันถึงเวลาแล้ว) พอขึ้นห้องนอน โอกิก็เพียรถามว่า "หม่าม้าหายยัง หม่าม้าหายยัง" แม่ก็บอกว่ายังทุกครั้ง
จนแม่อาบน้ำเสร็จ โอกิก็คงจะรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว เข้ามานัวเนียพยายามจะเปิดเสื้อแม่ให้ได้ "หม่าม้าหายยัง ไหนดูซิ" แม่บอกว่ายังไม่หาย แล้วก็แอบไปทายาหม่องใหม่ พอโอกิเจอยาหม่องอีก ก็เลยกินไม่ได้ แม่ต้องอุ้มเอ่เอ๊จนหลับ พอกลางดึก โอกิก็ตื่นอีก คราวนี้งอแงหงุดหงิดทนไม่ไหว จนแม่ต้องให้กิน แล้วก็รบกันทั้งคืนอีกหลายครั้ง โดยแม่เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำยอมให้กินทุกครั้ง
วันต่อมาป่าป๊าเลยสั่งเลิก
Day 1
ตอนเช้าแม่ลงมาข้างล่าง นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โอกิก็ปีนเข้าที่ขอกินนมเหมือนเคย แม่บอกป่าป๊าให้จัดการ ป่าป๊าเลยบอกว่าให้กินครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ ต่อไปนี้ต้องเลิกกินแล้วนะครับ หม่าม้าเจ็บนม แล้วโอกิก็โตแล้วด้วย โอกิรีบรับคำทันที เพราะอยากกินนมแย่แล้ว พอกินจนพอใจ ป่าป๊าก็สำทับอีกว่า "ต่อไปนี้ เลิกกินนมหม่าม้าแล้วนะครับ หม่าม้าเจ็บมาก โอกิโตแล้ว คนโตๆ เค้าไม่กินนมหม่าม้าแล้ว" โอกิก็โอเค
วันนั้นแม่กลับบ้านเย็นกว่าปกติ ป่าป๊ากลับมาก่อนก็พยายามพูดซ้ำๆ ว่า ต้องไม่กินนมแม่แล้ว โอกิก็รับคำทุกครั้ง ปกติถ้าแม่ไม่อยู่ในสายตา โอกิก็จะไม่รู้สึกว่าจะอยากกินนมแม่ แต่พออยู่ใกล้กันทีไร อยากกินทุกที เวลาใครพาโอกิไปไหนเป็นวันๆ ไม่มีแม่ไปด้วย โอกิก็อยู่ได้ แต่ถ้าแม่ไปด้วย จะต้องขอกินนมแทบจะทุกชั่วโมงเลยทีเดียว
พอแม่กลับถึงบ้าน โอกิก็รีบมาบอกว่า "ไม่กินนมหม่าม้า หม่าม้าเจ็บ" แต่ไม่นานก็มาอ้อนอีกว่า "หม่าม้าอยากกินนม" แม่ก็บอกว่าไม่ได้ คนโน้นคนนี้ช่วยกันหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่อย จนกระทั่งถึงเวลานอน โอกิก็ขอกินนมแม่อีก แม่ก็ไม่ยอม สุดท้ายโอกิก็ยอมจำนน ขอให้แม่อุ้มเอ๊แทน พอใกล้ๆ เที่ยงคืนก็ตื่นขึ้นมาขอกินนมอีก แม่ก็ไม่ยอม โอกิก็นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา ร้องอึ๊อ๊ะๆ ท่าทางหงุดหงิดน่าดู จนแม่ต้องอุ้มเอ๊อีกตั้งเกือบชั่วโมง ถึงจะวางลงได้
ตีสี่โอกิก็ตื่นอีก ร้องไห้งอแงมาก คราวนี้แม่อุ้มไม่ไหว จับให้นอนข้างๆ โอกิอยากกินมาก ร้องไห้เสียงดังแล้วก็บอกว่า "กิไม่รักหม่าม้า ฮือๆๆๆ" "หม่าม้าไปเมืองจีนเลย ฮือๆ" แม่ทั้งขำทั้งสงสาร
พอดีว่าแม่ปวดฉี่ พอโดนไล่ไปเมืองจีน เลยลุกไปฉี่เสียเลย ทิ้งโอกินอนที่โซฟาคนเดียว พอเห็นแม่ลุกหนีไปจริงๆ โอกิยิ่งร้องไห้ใหญ่แล้วก็เดินตามมาที่ห้องน้ำบอกว่า "หม่าม้าไม่ไปเมืองจีน ฮือๆ" ป่าป๊าตื่นมาช่วยกู้สถานการณ์ด้วยการบอกว่า "ถ้าไม่หยุดร้อง ต้องมานอนกับป่าป๊า" โอกิก็เลยยอมเงียบแล้วก็หลับไปทั้งสะอื้น
Day 2
โอกิยังคงมีความหวังว่าจะได้กินนมแม่อยู่ คอยมาถามต่อว่า "หม่าม้าหายยัง หม่าม้าหายยัง" ตลอดทั้งวัน ช่วงไหนที่สบโอกาสเหมาะ ปลอดคน อยู่กับแม่สองคนก็จะทำทีเป็นเข้ามากอด มาหอม แล้วก็อ้อนว่า "หม่าม้า กิอยากกินนม ขอกินนมหน่อยคับ" แม่อยากจะให้โอกิกินใจจะขาด แต่คิดๆ แล้วก็ต้องตัดใจ ไม่ให้กิน ไม่เลิกวันนี้ วันหน้าก็ต้องเลิกอยู่ดี
ช่วงกลางวัน ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะโอกิมีอะไรที่คอยเบี่ยงเบนความสนใจได้มาก แต่กลางคืนนี่สิศึกหนักทีเดียว
ในระหว่างปฏิบัติการอดนมคราวนี้ ไอโกะสงสารน้องมาก คอยเป็นห่วงเป็นใยตลอด อยากจะให้แม่ยอมให้น้องกินนมเหมือนเดิม เพราะไม่ชอบเห็นน้องร้องไห้ ตอนก่อนนอน แม่เรียกโอกิบอกให้ไปกินนมได้แล้ว (หมายถึงนมกล่อง) ไอโกะได้ยิน รีบถามย้ำว่า "หม่าม้า บอกว่าให้น้องกินนมได้แล้วเหรอ" (เข้าใจว่าแม่จะให้กินนมแม่) แม่บอกว่า "ใช่ค่ะ" ไอโกะตื่นเต้น รีบไปบอกโอกิว่า "โอกิ หม่าม้าบอกว่ากินนมได้แล้ว ได้ยินมั้ย เร็วเข้า"
ก่อนนอนกลางคืน โอกิทดลองขอกินนมครั้งนึง พอได้รับการปฏิเสธก็ไม่งอแง แต่ขอให้อุ้มเอ๊แทน ตื่นกลางคืนสองครั้ง ร้องไห้พอทนได้แล้วก็หลับต่อ
Day 3
วันนี้เป็นวันตรุษจีน ไอโกะไปโรงเรียน แม่ไหว้ที่บ้านเสร็จ แล้วก็ไปไหว้ต่อที่ออฟฟิศ โอกิขอไปด้วย แม่เห็นว่าไม่มีอะไรยุ่ง เลยให้ไป ไปถึงออฟฟิศ โอกิขอกินนมอีก แม่ไม่ให้กิน ก็ไม่งอแง เล่นโน่นนี่ไปตามประสา สักพักแม่ก็ไปที่ร้านร่มเกล้า ขากลับแม่เปิดซีดีเพลงเกี่ยวกับแม่ๆ ลูกๆ ที่โอกิชอบฟัง แม่ขับรถไป แล้วก็คิดอะไรเพลินๆ ได้ยินเสียงโอกิที่นั่งอยู่ข้างหลังบอกว่า "หม่าม้า ไม่เอาอันนี้ กิไม่ชอบ" แม่เลยตั้งใจฟังเสียงเพลงที่แม่ได้ยิน แต่ไม่ได้ฟังใหม่
....อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง...
จริงๆ แล้วเพลงนี้ทั้งไอโกะและโอกิชอบมาก เพราะแม่ร้องไห้ฟังบ่อยๆ เวลาจะกล่อมให้นอน ตอนแรกแม่ก็นึกสงสัยว่าอยู่ดีๆ ทำไมโอกิถึงไม่ชอบ สุดท้ายก็ถึงบางอ้อว่า โอกิคงตั้งใจฟัง แล้วก็เข้าใจความหมายของมันจริงๆ มันคงทำให้โอกิคิดถึงเวลากินนมแม่ ทำใจไม่ได้ล่ะสิ น่าสงสารจริงๆ แม่ทั้งขำทั้งเศร้า ขนาดทนฟังเพลงอิ่มอุ่นไม่ได้เลยนะลูก
แม่คิดว่าโอกิคงจำความรู้สึกนี้ไม่ได้หรอกเวลาโตๆ แล้ว อีกหน่อยถ้าโอกิผ่านประสบการณ์อกหัก แล้วรู้สึกอินกับเพลงรักทั้งหลาย แม่จะเก็บไว้เล่าให้ฟังนะ
1 day before
โอกิขอกินนมทั้งคืน จนไม่ได้หลับได้นอนกันทั้งแม่ทั้งลูก กลางวันก็ขอกินทั้งวัน แม่เจ็บจนระบบไปหมด พอตอนเย็น โอกิก็มาขอกินอีก แม่ชักจะไม่ไหว เลยบอกว่า "หม่าม้าเจ็บนมมากเลย โอกิไปเอายาหม่องมาให้หม่าม้าทาก่อน" โอกิรีบวิ่งไปเอายาหม่องมาให้เลย เพราะรู้ว่าถ้าทำดี แล้วเดี๋ยวก็จะได้กินนม แม่เอายาหม่องทาแล้วก็บอกโอกิว่ากินได้แล้ว โอกิยิ้มร่า รีบปีนเข้าประจำที่ แต่พอปากสัมผัสยาหม่อง โอกิก็ทำหน้าเจื่อน แล้วก็บอกว่า "กินไม่ได้" แม่เลยรีบบอกว่า "ก็หม่าม้าเจ็บไง ต้องรอให้หม่าม้าหายเจ็บก่อน" โอกิก็ทำท่าว่าเข้าใจ บอกคนโน้นคนนี้ว่า "หม่าม้านมเจ็บ กินไม่ได้"
โอกิไม่ได้รู้เลยว่านี่แหละถึงเวลาที่จะต้องหย่ากันแล้ว (แม่ก็ไม่รู้มาก่อนเหมือนกันว่ามันถึงเวลาแล้ว) พอขึ้นห้องนอน โอกิก็เพียรถามว่า "หม่าม้าหายยัง หม่าม้าหายยัง" แม่ก็บอกว่ายังทุกครั้ง
จนแม่อาบน้ำเสร็จ โอกิก็คงจะรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว เข้ามานัวเนียพยายามจะเปิดเสื้อแม่ให้ได้ "หม่าม้าหายยัง ไหนดูซิ" แม่บอกว่ายังไม่หาย แล้วก็แอบไปทายาหม่องใหม่ พอโอกิเจอยาหม่องอีก ก็เลยกินไม่ได้ แม่ต้องอุ้มเอ่เอ๊จนหลับ พอกลางดึก โอกิก็ตื่นอีก คราวนี้งอแงหงุดหงิดทนไม่ไหว จนแม่ต้องให้กิน แล้วก็รบกันทั้งคืนอีกหลายครั้ง โดยแม่เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำยอมให้กินทุกครั้ง
วันต่อมาป่าป๊าเลยสั่งเลิก
Day 1
ตอนเช้าแม่ลงมาข้างล่าง นั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โอกิก็ปีนเข้าที่ขอกินนมเหมือนเคย แม่บอกป่าป๊าให้จัดการ ป่าป๊าเลยบอกว่าให้กินครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ ต่อไปนี้ต้องเลิกกินแล้วนะครับ หม่าม้าเจ็บนม แล้วโอกิก็โตแล้วด้วย โอกิรีบรับคำทันที เพราะอยากกินนมแย่แล้ว พอกินจนพอใจ ป่าป๊าก็สำทับอีกว่า "ต่อไปนี้ เลิกกินนมหม่าม้าแล้วนะครับ หม่าม้าเจ็บมาก โอกิโตแล้ว คนโตๆ เค้าไม่กินนมหม่าม้าแล้ว" โอกิก็โอเค
วันนั้นแม่กลับบ้านเย็นกว่าปกติ ป่าป๊ากลับมาก่อนก็พยายามพูดซ้ำๆ ว่า ต้องไม่กินนมแม่แล้ว โอกิก็รับคำทุกครั้ง ปกติถ้าแม่ไม่อยู่ในสายตา โอกิก็จะไม่รู้สึกว่าจะอยากกินนมแม่ แต่พออยู่ใกล้กันทีไร อยากกินทุกที เวลาใครพาโอกิไปไหนเป็นวันๆ ไม่มีแม่ไปด้วย โอกิก็อยู่ได้ แต่ถ้าแม่ไปด้วย จะต้องขอกินนมแทบจะทุกชั่วโมงเลยทีเดียว
พอแม่กลับถึงบ้าน โอกิก็รีบมาบอกว่า "ไม่กินนมหม่าม้า หม่าม้าเจ็บ" แต่ไม่นานก็มาอ้อนอีกว่า "หม่าม้าอยากกินนม" แม่ก็บอกว่าไม่ได้ คนโน้นคนนี้ช่วยกันหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่อย จนกระทั่งถึงเวลานอน โอกิก็ขอกินนมแม่อีก แม่ก็ไม่ยอม สุดท้ายโอกิก็ยอมจำนน ขอให้แม่อุ้มเอ๊แทน พอใกล้ๆ เที่ยงคืนก็ตื่นขึ้นมาขอกินนมอีก แม่ก็ไม่ยอม โอกิก็นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา ร้องอึ๊อ๊ะๆ ท่าทางหงุดหงิดน่าดู จนแม่ต้องอุ้มเอ๊อีกตั้งเกือบชั่วโมง ถึงจะวางลงได้
ตีสี่โอกิก็ตื่นอีก ร้องไห้งอแงมาก คราวนี้แม่อุ้มไม่ไหว จับให้นอนข้างๆ โอกิอยากกินมาก ร้องไห้เสียงดังแล้วก็บอกว่า "กิไม่รักหม่าม้า ฮือๆๆๆ" "หม่าม้าไปเมืองจีนเลย ฮือๆ" แม่ทั้งขำทั้งสงสาร
พอดีว่าแม่ปวดฉี่ พอโดนไล่ไปเมืองจีน เลยลุกไปฉี่เสียเลย ทิ้งโอกินอนที่โซฟาคนเดียว พอเห็นแม่ลุกหนีไปจริงๆ โอกิยิ่งร้องไห้ใหญ่แล้วก็เดินตามมาที่ห้องน้ำบอกว่า "หม่าม้าไม่ไปเมืองจีน ฮือๆ" ป่าป๊าตื่นมาช่วยกู้สถานการณ์ด้วยการบอกว่า "ถ้าไม่หยุดร้อง ต้องมานอนกับป่าป๊า" โอกิก็เลยยอมเงียบแล้วก็หลับไปทั้งสะอื้น
Day 2
โอกิยังคงมีความหวังว่าจะได้กินนมแม่อยู่ คอยมาถามต่อว่า "หม่าม้าหายยัง หม่าม้าหายยัง" ตลอดทั้งวัน ช่วงไหนที่สบโอกาสเหมาะ ปลอดคน อยู่กับแม่สองคนก็จะทำทีเป็นเข้ามากอด มาหอม แล้วก็อ้อนว่า "หม่าม้า กิอยากกินนม ขอกินนมหน่อยคับ" แม่อยากจะให้โอกิกินใจจะขาด แต่คิดๆ แล้วก็ต้องตัดใจ ไม่ให้กิน ไม่เลิกวันนี้ วันหน้าก็ต้องเลิกอยู่ดี
ช่วงกลางวัน ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะโอกิมีอะไรที่คอยเบี่ยงเบนความสนใจได้มาก แต่กลางคืนนี่สิศึกหนักทีเดียว
ในระหว่างปฏิบัติการอดนมคราวนี้ ไอโกะสงสารน้องมาก คอยเป็นห่วงเป็นใยตลอด อยากจะให้แม่ยอมให้น้องกินนมเหมือนเดิม เพราะไม่ชอบเห็นน้องร้องไห้ ตอนก่อนนอน แม่เรียกโอกิบอกให้ไปกินนมได้แล้ว (หมายถึงนมกล่อง) ไอโกะได้ยิน รีบถามย้ำว่า "หม่าม้า บอกว่าให้น้องกินนมได้แล้วเหรอ" (เข้าใจว่าแม่จะให้กินนมแม่) แม่บอกว่า "ใช่ค่ะ" ไอโกะตื่นเต้น รีบไปบอกโอกิว่า "โอกิ หม่าม้าบอกว่ากินนมได้แล้ว ได้ยินมั้ย เร็วเข้า"
ก่อนนอนกลางคืน โอกิทดลองขอกินนมครั้งนึง พอได้รับการปฏิเสธก็ไม่งอแง แต่ขอให้อุ้มเอ๊แทน ตื่นกลางคืนสองครั้ง ร้องไห้พอทนได้แล้วก็หลับต่อ
Day 3
วันนี้เป็นวันตรุษจีน ไอโกะไปโรงเรียน แม่ไหว้ที่บ้านเสร็จ แล้วก็ไปไหว้ต่อที่ออฟฟิศ โอกิขอไปด้วย แม่เห็นว่าไม่มีอะไรยุ่ง เลยให้ไป ไปถึงออฟฟิศ โอกิขอกินนมอีก แม่ไม่ให้กิน ก็ไม่งอแง เล่นโน่นนี่ไปตามประสา สักพักแม่ก็ไปที่ร้านร่มเกล้า ขากลับแม่เปิดซีดีเพลงเกี่ยวกับแม่ๆ ลูกๆ ที่โอกิชอบฟัง แม่ขับรถไป แล้วก็คิดอะไรเพลินๆ ได้ยินเสียงโอกิที่นั่งอยู่ข้างหลังบอกว่า "หม่าม้า ไม่เอาอันนี้ กิไม่ชอบ" แม่เลยตั้งใจฟังเสียงเพลงที่แม่ได้ยิน แต่ไม่ได้ฟังใหม่
....อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง...
จริงๆ แล้วเพลงนี้ทั้งไอโกะและโอกิชอบมาก เพราะแม่ร้องไห้ฟังบ่อยๆ เวลาจะกล่อมให้นอน ตอนแรกแม่ก็นึกสงสัยว่าอยู่ดีๆ ทำไมโอกิถึงไม่ชอบ สุดท้ายก็ถึงบางอ้อว่า โอกิคงตั้งใจฟัง แล้วก็เข้าใจความหมายของมันจริงๆ มันคงทำให้โอกิคิดถึงเวลากินนมแม่ ทำใจไม่ได้ล่ะสิ น่าสงสารจริงๆ แม่ทั้งขำทั้งเศร้า ขนาดทนฟังเพลงอิ่มอุ่นไม่ได้เลยนะลูก
แม่คิดว่าโอกิคงจำความรู้สึกนี้ไม่ได้หรอกเวลาโตๆ แล้ว อีกหน่อยถ้าโอกิผ่านประสบการณ์อกหัก แล้วรู้สึกอินกับเพลงรักทั้งหลาย แม่จะเก็บไว้เล่าให้ฟังนะ
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ภาษาธรรมชาติ
ตอนนี้ไอโกะห้าขวบกว่า อ่านหนังสือได้ค่อนข้างเยอะแล้ว ครูชื่นเขียนรายงานมาว่า มักจะให้ไอโกะเป็นผู้ช่วย คอยอ่านหนังสือให้เพื่อนฟัง คำไหนที่ใครอ่านไม่ออก ก็จะให้ไปถามไอโกะ แต่ที่ยังเป็นปัญหาคือ การสะกดคำ ไอโกะอ่านได้แต่เขียนเองไม่เป็น เวลาที่จะเขียนคำว่าอะไร หนูก็จะถามคนโน้นคนนี้ว่า เขียนยังไง แล้วก็เขียนตาม คำง่ายๆ ที่หนูจำได้แล้ว ก็จะเขียนเองได้ แต่คำไหนที่เขียนไม่ได้ก็จะถามเอา
ตั้งแต่แรก แม่ก็จะบอกทุกครั้งว่ามีตัวอะไร เขียนยังไง แต่หลังๆ นี้แม่ก็จะพยายามให้ไอโกะคิดเอาเองว่า ควรจะมีตัวอะไรบ้าง เพราะครูชื่นบอกว่าไอโกะยังไม่ได้เรื่องภาษาธรรมชาติ แม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าภาษาธรรมชาติของครูชื่นจริงๆ แล้วหมายความว่ายังไง เท่าที่แม่สังเกตก็คือ คุณครูจะไม่สอนให้อ่าน-เขียน เหมือนสมัยก่อน เวลาที่เด็กๆ เขียนไม่ถูกก็จะไม่บอกว่าผิด เขียนอะไรก็ได้ จะอ่านออกหรือไม่ออกก็ตาม ถือว่าเป็นภาษาธรรมชาติ
ครูชื่นบอกว่า ไอโกะไม่มีภาษาธรรมชาติ คือ หนูไม่ยอมเขียนอะไรตามจินตนาการ อย่างเช่น ถ้าให้เขียนคำว่า "รายงาน" หนูเขียนเองไม่เป็นก็จะไม่ยอมเขียน จะถามว่าเขียนยังไง แต่เด็กที่มีภาษาธรรมชาติก็จะอาจจะเขียน "รานงาง" แล้วก็บอกว่านี่อ่านว่า รายงาน แบบนี้คุณครูก็จะโอเค
แม่คุยกับป่าป๊าว่า สงสัยต้องสอนให้ไอโกะหัดสะกดคำ แบบจริงๆ จังๆ แล้วหรือเปล่า หนูถึงจะมีภาษาธรรมชาติกับเขาบ้าง เพราะแม่คิดว่าที่หนูไม่มีภาษาธรรมชาติแบบที่คุณครูต้องการ ก็เพราะหนูเป็นคนที่แยกว่าอะไรถูก-ผิดชัดเจน คือ ถ้ามั่นใจว่าถูกแน่จึงจะเขียน ถ้าไม่มั่นใจก็จะถามให้คนอื่นบอก อีกเหตุผลหนึ่ง แม่คิดว่าเป็นเพราะแม่ไม่เคยสอนไอโกะอ่านเขียนตามรูปแบบด้วย หนูรู้จักพยัญชนะทุกตัว แต่ไม่รู้จักสะกด ที่หนูอ่านได้ทั้งหมด ไม่ใช่สะกดได้ แต่จำได้ว่าคำแบบนี้อ่านยังไง
ความจริงก็ดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อเหมือนกัน คือ แม่ไม่คิดว่าการจำแบบนี้จะทำให้อ่านหนังสือได้ ถ้าไม่เห็นตัวอย่างจากไอโกะ เพราะที่ผ่านมาแม่ได้แต่อ่านให้ฟังทุกวัน อ่านแบบไม่มีเป้าหมายด้วย คือ แล้วแต่ว่าไอโกะจะอยากให้อ่านเล่มไหน บางทีก็ซ้ำๆ บางทีก็ไม่ซ้ำ แล้วอยู่ๆ ไอโกะก็อ่านได้เอง เท่าที่แม่รู้ ภาษาจีนก็คล้ายๆ แบบนี้ คือไม่ใช่การสะกดผสมคำ ดังนั้นวิธีการจำแบบไอโกะก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
แม่คิดว่าไอโกะจะมีภาษาธรรมชาติแบบที่ครูชื่นต้องการได้ อย่างน้อยไอโกะน่าจะรู้จักพื้นฐานการสะกดบ้าง พอแม่บอกป่าป๊าว่า น่าจะสอนไอโกะจริงๆ จังๆ ได้แล้ว ป่าป๊าก็บอกว่า ไม่จำเป็น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้สอนอะไร หนูก็ยังเรียนรู้ได้ มันก็ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำไมจะต้องเปลี่ยนวิธีการสอน แม่ก็ว่า ไม่งั้นก็ต้องคอยบอกอยู่เรื่อยว่าอะไร เขียนยังไง ป่าป๊าบอกว่า ให้แม่คิดดูใหม่ดีๆ
ตอนนี้น่ะไอโกะเขียนเองโดยไม่ถามได้เยอะแล้ว คำเดิมๆ ที่เคยถามก็ไม่ถามแล้ว แม่มาคิดดูก็จริงอย่างที่ป่าป๊าว่า เพราะล่าสุดที่ไอโกะพยายามเขียนไดอารี่ แล้วไอโกะถามแม่ จนแม่รู้สึกว่าหนูถามแม่ทุกคำเลยน่ะ ที่จริงแล้วหนูถามไม่กี่คำเอง เมื่อเทียบกับทั้งหมดที่หนูเขียน (คำที่ถามคือ ง่วง เสร็จ และไดอารี่-ป่าป๊าบอกให้เขียนว่า "สมุดบันทึก" แทน แต่ไอโกะไม่ยอม อยากจะเขียนว่า "ไดอารี่"ให้ได้)
พอหนูเอามาให้แม่อ่าน แม่ก็งงเหมือนกันว่า เมื่อสามเดือนที่แล้วที่หนูเริ่มจะหัดเขียนบันทึกเป็นครั้งแรก แม่ต้องคอยบอกว่าควรจะเขียนเรื่องอะไรบ้าง หนูเขียนได้ไม่กี่วันก็เลิกไป แล้ววันดีคืนดี ก็กลายเป็นว่าหนูคิดเรื่องที่จะเขียนได้เอง แล้วก็เขียนซะยาวเลยทีเดียว

สรุปแล้ว แม่ก็คิดว่าจะไม่ยุ่งกับการหัดให้หนูสะกดคำอีกต่อไปแล้ว เพราะครูชื่นแท้ๆ เชียวที่ทำให้แม่เขวไปได้
ของแถม
อาทิตย์ที่แล้วหลังจากว่ายน้ำเสร็จ ป่าป๊าพาพวกเราไปเที่ยวสวนสัตว์เขาเขียว ไปให้อาหารฮิปโปกับช้าง สนุกสนานกันทุกคน ตอนที่ไปดูนกกระจอกเทศ ไอโกะดูๆ แล้วก็พูดว่า "ทำไมตัวนี้เดินสวยจัง เป็นผู้หญิงรึเปล่า" แม่มองตามไป ก็เห็นจริงอย่างไอโกะว่า คือ มันเดินท่าทางกรีดกรายมาก สงสัยเป็นผู้หญิงจริงๆ แหละ
สองคนคุยกัน
โอกิ : ไอโกะมีลูกอมมั้ย
ไอโกะ : ไม่มี
โอกิ : ไม่มีเหรอ
ไอโกะ : ก็วันนี้เจ๊ไม่ได้ไปคุมอง ไม่ได้ไปคุมอง ก็ไม่มีลูกอม รู้มั้ย..
หม่าม้า : แหม! เวลาอยากได้ลูกอม ก็รู้จักพูดดีๆ กับเค้านะ แล้วของเล่นตัวเองน่ะ หวง ไม่ให้เค้าเล่น
โอกิ (ทำหน้าเขิน เหมือนถูกจับได้)
ตั้งแต่แรก แม่ก็จะบอกทุกครั้งว่ามีตัวอะไร เขียนยังไง แต่หลังๆ นี้แม่ก็จะพยายามให้ไอโกะคิดเอาเองว่า ควรจะมีตัวอะไรบ้าง เพราะครูชื่นบอกว่าไอโกะยังไม่ได้เรื่องภาษาธรรมชาติ แม่ก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกว่าภาษาธรรมชาติของครูชื่นจริงๆ แล้วหมายความว่ายังไง เท่าที่แม่สังเกตก็คือ คุณครูจะไม่สอนให้อ่าน-เขียน เหมือนสมัยก่อน เวลาที่เด็กๆ เขียนไม่ถูกก็จะไม่บอกว่าผิด เขียนอะไรก็ได้ จะอ่านออกหรือไม่ออกก็ตาม ถือว่าเป็นภาษาธรรมชาติ
ครูชื่นบอกว่า ไอโกะไม่มีภาษาธรรมชาติ คือ หนูไม่ยอมเขียนอะไรตามจินตนาการ อย่างเช่น ถ้าให้เขียนคำว่า "รายงาน" หนูเขียนเองไม่เป็นก็จะไม่ยอมเขียน จะถามว่าเขียนยังไง แต่เด็กที่มีภาษาธรรมชาติก็จะอาจจะเขียน "รานงาง" แล้วก็บอกว่านี่อ่านว่า รายงาน แบบนี้คุณครูก็จะโอเค
แม่คุยกับป่าป๊าว่า สงสัยต้องสอนให้ไอโกะหัดสะกดคำ แบบจริงๆ จังๆ แล้วหรือเปล่า หนูถึงจะมีภาษาธรรมชาติกับเขาบ้าง เพราะแม่คิดว่าที่หนูไม่มีภาษาธรรมชาติแบบที่คุณครูต้องการ ก็เพราะหนูเป็นคนที่แยกว่าอะไรถูก-ผิดชัดเจน คือ ถ้ามั่นใจว่าถูกแน่จึงจะเขียน ถ้าไม่มั่นใจก็จะถามให้คนอื่นบอก อีกเหตุผลหนึ่ง แม่คิดว่าเป็นเพราะแม่ไม่เคยสอนไอโกะอ่านเขียนตามรูปแบบด้วย หนูรู้จักพยัญชนะทุกตัว แต่ไม่รู้จักสะกด ที่หนูอ่านได้ทั้งหมด ไม่ใช่สะกดได้ แต่จำได้ว่าคำแบบนี้อ่านยังไง
ความจริงก็ดูเป็นเรื่องเหลือเชื่อเหมือนกัน คือ แม่ไม่คิดว่าการจำแบบนี้จะทำให้อ่านหนังสือได้ ถ้าไม่เห็นตัวอย่างจากไอโกะ เพราะที่ผ่านมาแม่ได้แต่อ่านให้ฟังทุกวัน อ่านแบบไม่มีเป้าหมายด้วย คือ แล้วแต่ว่าไอโกะจะอยากให้อ่านเล่มไหน บางทีก็ซ้ำๆ บางทีก็ไม่ซ้ำ แล้วอยู่ๆ ไอโกะก็อ่านได้เอง เท่าที่แม่รู้ ภาษาจีนก็คล้ายๆ แบบนี้ คือไม่ใช่การสะกดผสมคำ ดังนั้นวิธีการจำแบบไอโกะก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก
แม่คิดว่าไอโกะจะมีภาษาธรรมชาติแบบที่ครูชื่นต้องการได้ อย่างน้อยไอโกะน่าจะรู้จักพื้นฐานการสะกดบ้าง พอแม่บอกป่าป๊าว่า น่าจะสอนไอโกะจริงๆ จังๆ ได้แล้ว ป่าป๊าก็บอกว่า ไม่จำเป็น ที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้สอนอะไร หนูก็ยังเรียนรู้ได้ มันก็ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำไมจะต้องเปลี่ยนวิธีการสอน แม่ก็ว่า ไม่งั้นก็ต้องคอยบอกอยู่เรื่อยว่าอะไร เขียนยังไง ป่าป๊าบอกว่า ให้แม่คิดดูใหม่ดีๆ
ตอนนี้น่ะไอโกะเขียนเองโดยไม่ถามได้เยอะแล้ว คำเดิมๆ ที่เคยถามก็ไม่ถามแล้ว แม่มาคิดดูก็จริงอย่างที่ป่าป๊าว่า เพราะล่าสุดที่ไอโกะพยายามเขียนไดอารี่ แล้วไอโกะถามแม่ จนแม่รู้สึกว่าหนูถามแม่ทุกคำเลยน่ะ ที่จริงแล้วหนูถามไม่กี่คำเอง เมื่อเทียบกับทั้งหมดที่หนูเขียน (คำที่ถามคือ ง่วง เสร็จ และไดอารี่-ป่าป๊าบอกให้เขียนว่า "สมุดบันทึก" แทน แต่ไอโกะไม่ยอม อยากจะเขียนว่า "ไดอารี่"ให้ได้)
พอหนูเอามาให้แม่อ่าน แม่ก็งงเหมือนกันว่า เมื่อสามเดือนที่แล้วที่หนูเริ่มจะหัดเขียนบันทึกเป็นครั้งแรก แม่ต้องคอยบอกว่าควรจะเขียนเรื่องอะไรบ้าง หนูเขียนได้ไม่กี่วันก็เลิกไป แล้ววันดีคืนดี ก็กลายเป็นว่าหนูคิดเรื่องที่จะเขียนได้เอง แล้วก็เขียนซะยาวเลยทีเดียว

สรุปแล้ว แม่ก็คิดว่าจะไม่ยุ่งกับการหัดให้หนูสะกดคำอีกต่อไปแล้ว เพราะครูชื่นแท้ๆ เชียวที่ทำให้แม่เขวไปได้
ของแถม
อาทิตย์ที่แล้วหลังจากว่ายน้ำเสร็จ ป่าป๊าพาพวกเราไปเที่ยวสวนสัตว์เขาเขียว ไปให้อาหารฮิปโปกับช้าง สนุกสนานกันทุกคน ตอนที่ไปดูนกกระจอกเทศ ไอโกะดูๆ แล้วก็พูดว่า "ทำไมตัวนี้เดินสวยจัง เป็นผู้หญิงรึเปล่า" แม่มองตามไป ก็เห็นจริงอย่างไอโกะว่า คือ มันเดินท่าทางกรีดกรายมาก สงสัยเป็นผู้หญิงจริงๆ แหละ
สองคนคุยกัน
โอกิ : ไอโกะมีลูกอมมั้ย
ไอโกะ : ไม่มี
โอกิ : ไม่มีเหรอ
ไอโกะ : ก็วันนี้เจ๊ไม่ได้ไปคุมอง ไม่ได้ไปคุมอง ก็ไม่มีลูกอม รู้มั้ย..
หม่าม้า : แหม! เวลาอยากได้ลูกอม ก็รู้จักพูดดีๆ กับเค้านะ แล้วของเล่นตัวเองน่ะ หวง ไม่ให้เค้าเล่น
โอกิ (ทำหน้าเขิน เหมือนถูกจับได้)
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2551
โอกิ เมื่อ ม.ค.51
โอกิครับ
สองขวบกับสามเดือนแล้วนะครับ ยังไม่เลิกกินนมแม่เลยครับ จะว่าไปแม่ก็ไม่ได้พยายาม จะให้โอกิเลิกจริงๆ จังด้วยมั้ง เพราะเวลาที่โอกิกินนมแม่น่ะ น่ารักมากๆ ตาเป็นประกาย ท่าทางมีความสุขสุดๆ แล้วก็มักจะรู้ตัวว่าคนอื่นเขาอยากให้เลิก ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย ก็จะเอามือมาปิดหน้าตัวเอง แล้วก็อมยิ้ม เหมือนจะอายต้องหลบเสียหน่อย
ไม่หย่านมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่โอกิไม่ค่อยกินอาหารอื่นด้วยน่ะสิ ข้าวก็กินน้อย นมอื่นก็ไม่ค่อยกิน เด็กวัยเดียวกันเขากินกันน่าจะสามสี่ขวด โอกิกินไม่ถึงครึ่งขวด ไข่แดงวันละฟองตามสูตรนี่ไม่เคยกินเลย ตั้งแต่เกิด แม่ว่าโอกิกินไข่รวมกันไม่ถึงสิบฟองมั้ง
เมื่ออาทิตย์ก่อน น้ำหนักโอกิแตะ 10.0 เป็นครั้งแรก (ไอโกะบอกว่า "หม่าม้า ไอโกะให้น้องกินน้ำเยอะๆ แล้วค่อยชั่งน้ำหนัก โอกิได้สิบจุดศูนย์เลย") แม่ว่าจะฉลองใหญ่เสียหน่อย วันต่อๆ มาก็เหลือ 9.8 เหมือนเดิม ก็ยังดีนะ เพราะอยู่ที 9.4-9.6 มาหลายเดือนแล้ว
เรื่องที่ต้องใช้สมองจดจำ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูเหมือนโอกิจะไม่ถนัดเอาเสียเลย แต่เรื่องพูดจาเอาตัวรอดนี่เหมือนจะเก่ง ชอบเต้น ชอบ(พยายาม)ร้องเพลง ได้ยินเสียงเพลงทีไร แขนขานี้ขยับทันทีเลย จนแม่สงสัยว่าท่าทางโตขึ้น ต้องชอบเที่ยวแน่ๆ แล้ว
แต่ที่โอกิทำได้ดีว่าไอโกะก็คือ โอกิรู้จักที่จะฉี่เอง และบอกอึได้ตั้งแต่ก่อนสองขวบแล้ว คือโอกิทำได้ก่อนที่แม่คิดว่าจะถึงเวลาหัด อยู่ดีๆ โอกิก็เลิกใส่แพมเพิร์สเอง กลางคืนก็ไม่ฉี่ราดด้วย ปวดฉี่ก็เดินไปหามุมฉี่เอง ถ้าตรงไหนเป็นรู เป็นร่อง ก็พยายามเล็งเป้าให้ตรงร่องนั้นอีกด้วย ใช้ได้ทีเดียว
โอกิชอบให้คนอุ้มเวลาไปเที่ยวไหนๆ แต่ไม่ค่อยยอมให้ไอโกะอุ้ม ทั้งๆ ที่ไอโกะอยากอุ้มมาก แม่ก็ไม่รู้ว่าทำไมไอโกะถึงชอบอุ้มน้อง ที่ได้ยินบ่อยๆ ก็ "โอกิ เอานี่มั้ย" (หาของมาล่อ) พอโอกิตกลงจะเอา ไอโกะก็จะ "ให้เจ๊อุ้มทีนึงก่อน" โอกิก็จะวิ่งหนี ไม่ให้อุ้ม ไอโกะก็จะวิ่งตาม "เดี๋ยวๆ ขออุ้มก่อนสิ"
ดูเหมือนโอกิจะรู้ว่าตัวเองเป็นพระเอกในบ้านหรือไงนี่แหละ ทุกคนควรจะต้องยอมตัวเองทุกอย่าง เวลาที่ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็จะขู่เขาไปทั่ว "กิไม่รักหม่าม้า" "กิไม่รักอาเน่" "กิไม่รักป่าป๊า" ทุกคนล้วนแล้วแต่ถูกโอกิไม่รักกันถ้วนหน้าทีเดียว ตอนเลี้ยงไอโกะ แม่เคยอ่านหนังสือจิตวิทยาสอนเด็กเขาห้ามขู่เด็กว่า เดี๋ยวไม่รักนะ แล้วแม่ก็ไม่เคยขู่ลูกทั้งสองเลยว่าจะไม่รัก แต่ลูกคนนี้มันเอามาจากไหน ทำไมมันรู้จักขู่แม่ด้วย ฮึ
วันก่อนแม่พยายามบังคับให้โอกิกินนมก่อนนอน (เป็นปฏิบัติการใหม่ที่แม่กำหนดขึ้นมา เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้โอกิตื่นกลางคืนน้อยลง ถ้าได้กินอะไรก่อนนอนบ้าง) แม่จะขู่ว่าถ้าไม่กิน จะให้นอนกับอาเน่ ไม่ให้นอนกับแม่ โอกิไม่ยอมกิน แล้วก็บอกอีกว่า "กิไม่รักหม่าม้า" แม่ก็เลยปล่อยโอกิไว้ที่โต๊ะกินข้าว แล้วแม่ก็เดินหนีมาดูทีวีกับป่าป๊า
ไอโกะเข้าไปหาโอกิ พยายามทำอะไรสักอย่าง โอกิยังอารมณ์ค้างอยู่ บอกเสียงดังว่า "เจ๊โกะไปเล้ย...ไปเมืองจีนกับหม่าม้าเลย" ป่าป๊าได้ยินก็ขำ เลยตะโกนถามว่า "แล้วป่าป๊าล่ะ" โอกิสวนกลับมาเลยว่า "ไปด้วย.." ป่าป๊าเลยถามต่อว่า "ไปกันหมด แล้วโอกิจะอยู่กับใครล่ะ" โอกิหันไปหันมาเห็นคนเดียวก็เลยบอกว่า "อยู่กับกูโจ้ก็ได้" เป็นอันว่ารอดตัวไป
สองขวบกับสามเดือนแล้วนะครับ ยังไม่เลิกกินนมแม่เลยครับ จะว่าไปแม่ก็ไม่ได้พยายาม จะให้โอกิเลิกจริงๆ จังด้วยมั้ง เพราะเวลาที่โอกิกินนมแม่น่ะ น่ารักมากๆ ตาเป็นประกาย ท่าทางมีความสุขสุดๆ แล้วก็มักจะรู้ตัวว่าคนอื่นเขาอยากให้เลิก ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย ก็จะเอามือมาปิดหน้าตัวเอง แล้วก็อมยิ้ม เหมือนจะอายต้องหลบเสียหน่อย
ไม่หย่านมน่ะไม่เท่าไหร่ แต่โอกิไม่ค่อยกินอาหารอื่นด้วยน่ะสิ ข้าวก็กินน้อย นมอื่นก็ไม่ค่อยกิน เด็กวัยเดียวกันเขากินกันน่าจะสามสี่ขวด โอกิกินไม่ถึงครึ่งขวด ไข่แดงวันละฟองตามสูตรนี่ไม่เคยกินเลย ตั้งแต่เกิด แม่ว่าโอกิกินไข่รวมกันไม่ถึงสิบฟองมั้ง
เมื่ออาทิตย์ก่อน น้ำหนักโอกิแตะ 10.0 เป็นครั้งแรก (ไอโกะบอกว่า "หม่าม้า ไอโกะให้น้องกินน้ำเยอะๆ แล้วค่อยชั่งน้ำหนัก โอกิได้สิบจุดศูนย์เลย") แม่ว่าจะฉลองใหญ่เสียหน่อย วันต่อๆ มาก็เหลือ 9.8 เหมือนเดิม ก็ยังดีนะ เพราะอยู่ที 9.4-9.6 มาหลายเดือนแล้ว
เรื่องที่ต้องใช้สมองจดจำ อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ ดูเหมือนโอกิจะไม่ถนัดเอาเสียเลย แต่เรื่องพูดจาเอาตัวรอดนี่เหมือนจะเก่ง ชอบเต้น ชอบ(พยายาม)ร้องเพลง ได้ยินเสียงเพลงทีไร แขนขานี้ขยับทันทีเลย จนแม่สงสัยว่าท่าทางโตขึ้น ต้องชอบเที่ยวแน่ๆ แล้ว
แต่ที่โอกิทำได้ดีว่าไอโกะก็คือ โอกิรู้จักที่จะฉี่เอง และบอกอึได้ตั้งแต่ก่อนสองขวบแล้ว คือโอกิทำได้ก่อนที่แม่คิดว่าจะถึงเวลาหัด อยู่ดีๆ โอกิก็เลิกใส่แพมเพิร์สเอง กลางคืนก็ไม่ฉี่ราดด้วย ปวดฉี่ก็เดินไปหามุมฉี่เอง ถ้าตรงไหนเป็นรู เป็นร่อง ก็พยายามเล็งเป้าให้ตรงร่องนั้นอีกด้วย ใช้ได้ทีเดียว
โอกิชอบให้คนอุ้มเวลาไปเที่ยวไหนๆ แต่ไม่ค่อยยอมให้ไอโกะอุ้ม ทั้งๆ ที่ไอโกะอยากอุ้มมาก แม่ก็ไม่รู้ว่าทำไมไอโกะถึงชอบอุ้มน้อง ที่ได้ยินบ่อยๆ ก็ "โอกิ เอานี่มั้ย" (หาของมาล่อ) พอโอกิตกลงจะเอา ไอโกะก็จะ "ให้เจ๊อุ้มทีนึงก่อน" โอกิก็จะวิ่งหนี ไม่ให้อุ้ม ไอโกะก็จะวิ่งตาม "เดี๋ยวๆ ขออุ้มก่อนสิ"
ดูเหมือนโอกิจะรู้ว่าตัวเองเป็นพระเอกในบ้านหรือไงนี่แหละ ทุกคนควรจะต้องยอมตัวเองทุกอย่าง เวลาที่ใครทำอะไรไม่ถูกใจก็จะขู่เขาไปทั่ว "กิไม่รักหม่าม้า" "กิไม่รักอาเน่" "กิไม่รักป่าป๊า" ทุกคนล้วนแล้วแต่ถูกโอกิไม่รักกันถ้วนหน้าทีเดียว ตอนเลี้ยงไอโกะ แม่เคยอ่านหนังสือจิตวิทยาสอนเด็กเขาห้ามขู่เด็กว่า เดี๋ยวไม่รักนะ แล้วแม่ก็ไม่เคยขู่ลูกทั้งสองเลยว่าจะไม่รัก แต่ลูกคนนี้มันเอามาจากไหน ทำไมมันรู้จักขู่แม่ด้วย ฮึ
วันก่อนแม่พยายามบังคับให้โอกิกินนมก่อนนอน (เป็นปฏิบัติการใหม่ที่แม่กำหนดขึ้นมา เพราะคิดว่ามันจะช่วยให้โอกิตื่นกลางคืนน้อยลง ถ้าได้กินอะไรก่อนนอนบ้าง) แม่จะขู่ว่าถ้าไม่กิน จะให้นอนกับอาเน่ ไม่ให้นอนกับแม่ โอกิไม่ยอมกิน แล้วก็บอกอีกว่า "กิไม่รักหม่าม้า" แม่ก็เลยปล่อยโอกิไว้ที่โต๊ะกินข้าว แล้วแม่ก็เดินหนีมาดูทีวีกับป่าป๊า
ไอโกะเข้าไปหาโอกิ พยายามทำอะไรสักอย่าง โอกิยังอารมณ์ค้างอยู่ บอกเสียงดังว่า "เจ๊โกะไปเล้ย...ไปเมืองจีนกับหม่าม้าเลย" ป่าป๊าได้ยินก็ขำ เลยตะโกนถามว่า "แล้วป่าป๊าล่ะ" โอกิสวนกลับมาเลยว่า "ไปด้วย.." ป่าป๊าเลยถามต่อว่า "ไปกันหมด แล้วโอกิจะอยู่กับใครล่ะ" โอกิหันไปหันมาเห็นคนเดียวก็เลยบอกว่า "อยู่กับกูโจ้ก็ได้" เป็นอันว่ารอดตัวไป
วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2551
วันครู
วันพุธที่แล้วเป็นวันครู โรงเรียนหยุด แต่ป่าป๊าไม่รู้ แม่ก็ลืม ป่าป๊าพาไอโกะไปโรงเรียนตามปกติ พอไปถึงเห็นประตูโรงเรียนปิดถึงได้รู้ ป่าป๊าเลยต้องเสียเวลาพาไอโกะกลับมาส่งที่บ้านอีก
แม่ก็สงสัยว่าทำไมไอโกะไม่บอก พอคุยกับอาเน่เรื่องนี้ อาเน่ยังบอกว่าอาเน่ก็ถามไอโกะแล้วว่า วันครูไอโกะไม่หยุดเรียนเหรอ หนูก็บอกอาเน่ว่า "ไม่หยุด คุณครูยังบอกให้คุณพ่อคุณแม่ไปฟังธรรมตอนเย็นเลย" อาเน่ก็เลยนึกเอาเองว่า โรงเรียนไอโกะคงไม่เหมือนที่อื่น
พอดีอาเน่ชวนแม่ไปซื้อของที่โลตัส แม่เลยพาไอโกะกับโอกิไปด้วย เวลาแม่ไปไหนด้วย โอกิมักจะร้องให้อุ้มตลอด ไม่ยอมเดินเอง อาเน่บอกว่าเวลาไปกับอาเน่ แล้วแม่ไม่ได้ไปด้วย โอกิไม่เคยขอให้อุ้มเลย
เวลาไปตามห้างแบบนี้ โอกิจะชอบมาก ชอบที่จอดรถในห้าง เมื่อก่อนไม่มีใครรู้ว่าโอกิหมายถึงอะไร โอกิจะบอกว่า "กิอยากไปห้องมืดๆ" พูดบ่อยมากๆ ตอนแรกทุกคนเข้าใจว่า โอกิพูดถึงห้องน้ำปิดไฟมืด เพราะเวลาที่โอกิดื้อมากๆ ป่าป๊าจะอุ้มเข้าห้องน้ำ ปิดไฟมืดๆ แล้วให้สงบสติอารมณ์ แม่ก็ยังสงสัยว่าเราพยายามดัดนิสัยให้กลัว กลายเป็นชอบได้ยังไง จนวันนึงที่เราไปโลตัส แล้วพอเข้าที่จอดรถใต้ดิน โอกิก็พูดออกมาว่า "กิชอบมืดๆ แบบนี้" แม่คิดว่าโอกิคงรู้สึกสนุกที่อยู่ดีๆ จากสว่างจ้าๆ แล้วก็กลายเป็นมืดทันทีมั้ง
คราวนี้อาเน่ซื้อของเยอะเหมือนทุกที รวมทั้งซื้อเป๊บซี่มาด้วย ความจริงแม่ไม่อยากให้ซื้อน้ำอัดลมเข้าบ้านแล้ว เพราะเวลามีอยู่ ก็จะห้ามให้ลูกทั้งสองกินไปไม่ได้ โดยเฉพาะโอกิ ขนมกรอบๆ ลูกอม น้ำอัดลม น้ำชา ของที่ไม่ควรกินทั้งหลาย โอกิกินได้หมดเลย ไม่เหมือนตอนมีไอโกะคนเดียว แม่ห้ามทุกอย่างเลยเหมือนกัน
พอกลับถึงบ้าน โอกิรีบยกขวดเป๊บซี่มาเลย แล้วก็บอกว่า "กิอยากกินๆ" ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อยากกินก็กินเลย แม่เทใส่ถ้วยให้โอกิ กินอย่างมีความสุข พอไอโกะเห็น ก็มาขอแม่ว่าอยากกินบ้าง โอกิรีบเดินมาเสนอหน้าพูดว่า "ไอโกะ กินเป๊บซี่ ป่าป๊าบอกตีนะ" ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ถือถ้วยเป๊บซี่กินอยู่นั่นแหละ
เวลาที่ไอโกะไปเรียนคุมอง ครูยุ่นมักจะให้ลูกอมเป็นรางวัลทุกครั้ง ครูยุ่นบอกว่าไอโกะจะต้องขอเผื่อโอกิทุกครั้ง มีอยู่วันหนึ่งที่ไอโกะทำเวลาได้ดีเป็นพิเศษ ได้ลูกอมมาตั้งหกเม็ด พอกลับบ้านก็รีบเอามาให้โอกิ สองคนพี่น้องนั่งกินลูกอมกันอย่างมีความสุข แม่ได้ยินเสียงคุยกัน
"เจ๊โกะ..หม่าม้าซื้อมาเหรอ"
"ไม่ใช่... ครูยุ่นให้มา ครูยุ่นที่คุมองน่ะ รู้จักมั้ย"
"รู้..รู้..จัก"
วันอาทิตย์นี้ไอโกะไปเรียนว่ายน้ำกับเชียร์และนินา แม่เชียร์เล่าให้ฟังว่าพ่อเชียร์ก็ไปส่งเชียร์วันครูเหมือนกัน ฟังแล้วก็ขำกันใหญ่นึกว่าเก้ออยู่คนเดียว แม่นินาบอกว่า นินารีบบอกเลยว่าโรงเรียนหยุด แล้วก็เล่าให้ฟังว่าปีที่แล้วก็ไปเก้อเหมือนกัน สรุปว่าต่างมีประสบการณ์กันทุกคน ตอนแรกแม่คิดว่าคุณครูลืมบอกเด็กๆ ไอโกะถึงไม่รู้ แต่นินารู้ แสดงว่าคุณครูต้องบอก แต่ไอโกะกับเชียร์ไม่รู้ แม่เลยเชื่อแล้วว่าที่คุณครูเคยบอกว่า ไอโกะกับเชียร์ชอบคุยกันเวลาเรียนเป็นเรื่องจริง
แม่ก็สงสัยว่าทำไมไอโกะไม่บอก พอคุยกับอาเน่เรื่องนี้ อาเน่ยังบอกว่าอาเน่ก็ถามไอโกะแล้วว่า วันครูไอโกะไม่หยุดเรียนเหรอ หนูก็บอกอาเน่ว่า "ไม่หยุด คุณครูยังบอกให้คุณพ่อคุณแม่ไปฟังธรรมตอนเย็นเลย" อาเน่ก็เลยนึกเอาเองว่า โรงเรียนไอโกะคงไม่เหมือนที่อื่น
พอดีอาเน่ชวนแม่ไปซื้อของที่โลตัส แม่เลยพาไอโกะกับโอกิไปด้วย เวลาแม่ไปไหนด้วย โอกิมักจะร้องให้อุ้มตลอด ไม่ยอมเดินเอง อาเน่บอกว่าเวลาไปกับอาเน่ แล้วแม่ไม่ได้ไปด้วย โอกิไม่เคยขอให้อุ้มเลย
เวลาไปตามห้างแบบนี้ โอกิจะชอบมาก ชอบที่จอดรถในห้าง เมื่อก่อนไม่มีใครรู้ว่าโอกิหมายถึงอะไร โอกิจะบอกว่า "กิอยากไปห้องมืดๆ" พูดบ่อยมากๆ ตอนแรกทุกคนเข้าใจว่า โอกิพูดถึงห้องน้ำปิดไฟมืด เพราะเวลาที่โอกิดื้อมากๆ ป่าป๊าจะอุ้มเข้าห้องน้ำ ปิดไฟมืดๆ แล้วให้สงบสติอารมณ์ แม่ก็ยังสงสัยว่าเราพยายามดัดนิสัยให้กลัว กลายเป็นชอบได้ยังไง จนวันนึงที่เราไปโลตัส แล้วพอเข้าที่จอดรถใต้ดิน โอกิก็พูดออกมาว่า "กิชอบมืดๆ แบบนี้" แม่คิดว่าโอกิคงรู้สึกสนุกที่อยู่ดีๆ จากสว่างจ้าๆ แล้วก็กลายเป็นมืดทันทีมั้ง
คราวนี้อาเน่ซื้อของเยอะเหมือนทุกที รวมทั้งซื้อเป๊บซี่มาด้วย ความจริงแม่ไม่อยากให้ซื้อน้ำอัดลมเข้าบ้านแล้ว เพราะเวลามีอยู่ ก็จะห้ามให้ลูกทั้งสองกินไปไม่ได้ โดยเฉพาะโอกิ ขนมกรอบๆ ลูกอม น้ำอัดลม น้ำชา ของที่ไม่ควรกินทั้งหลาย โอกิกินได้หมดเลย ไม่เหมือนตอนมีไอโกะคนเดียว แม่ห้ามทุกอย่างเลยเหมือนกัน
พอกลับถึงบ้าน โอกิรีบยกขวดเป๊บซี่มาเลย แล้วก็บอกว่า "กิอยากกินๆ" ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว อยากกินก็กินเลย แม่เทใส่ถ้วยให้โอกิ กินอย่างมีความสุข พอไอโกะเห็น ก็มาขอแม่ว่าอยากกินบ้าง โอกิรีบเดินมาเสนอหน้าพูดว่า "ไอโกะ กินเป๊บซี่ ป่าป๊าบอกตีนะ" ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ถือถ้วยเป๊บซี่กินอยู่นั่นแหละ
เวลาที่ไอโกะไปเรียนคุมอง ครูยุ่นมักจะให้ลูกอมเป็นรางวัลทุกครั้ง ครูยุ่นบอกว่าไอโกะจะต้องขอเผื่อโอกิทุกครั้ง มีอยู่วันหนึ่งที่ไอโกะทำเวลาได้ดีเป็นพิเศษ ได้ลูกอมมาตั้งหกเม็ด พอกลับบ้านก็รีบเอามาให้โอกิ สองคนพี่น้องนั่งกินลูกอมกันอย่างมีความสุข แม่ได้ยินเสียงคุยกัน
"เจ๊โกะ..หม่าม้าซื้อมาเหรอ"
"ไม่ใช่... ครูยุ่นให้มา ครูยุ่นที่คุมองน่ะ รู้จักมั้ย"
"รู้..รู้..จัก"
วันอาทิตย์นี้ไอโกะไปเรียนว่ายน้ำกับเชียร์และนินา แม่เชียร์เล่าให้ฟังว่าพ่อเชียร์ก็ไปส่งเชียร์วันครูเหมือนกัน ฟังแล้วก็ขำกันใหญ่นึกว่าเก้ออยู่คนเดียว แม่นินาบอกว่า นินารีบบอกเลยว่าโรงเรียนหยุด แล้วก็เล่าให้ฟังว่าปีที่แล้วก็ไปเก้อเหมือนกัน สรุปว่าต่างมีประสบการณ์กันทุกคน ตอนแรกแม่คิดว่าคุณครูลืมบอกเด็กๆ ไอโกะถึงไม่รู้ แต่นินารู้ แสดงว่าคุณครูต้องบอก แต่ไอโกะกับเชียร์ไม่รู้ แม่เลยเชื่อแล้วว่าที่คุณครูเคยบอกว่า ไอโกะกับเชียร์ชอบคุยกันเวลาเรียนเป็นเรื่องจริง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



