วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ออสเตรเลีย 1

ในที่สุดเราสี่คนก็ได้ไปเที่ยวต่างประเทศกันเป็นครั้งแรก เนื่องจาก SCB เค้าใจดี ลดคะแนนแลกตั๋วเครื่องบินกรุงเทพ-ซิดนีย์ จากสองแสนคะแนนเหลือห้าหมื่นกว่า ทำให้เราแลกตั๋วฟรีได้ 3 ใบ แล้วก็ซื้อเพิ่มของโอกิซึ่งเป็นตั๋วเด็กอีกหนึ่งคน ทำให้แม่ตัดสินใจไปเที่ยวครั้งนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเราต้องจ่ายกันเต็มๆ ทุกคน แม่คงคิดนานทีเดียว

ตอนที่คิดว่าจะไปก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไปก็ไป แต่ตอนที่เตรียมการจองรถ จองโรงแรม วางแผนว่าจะไปไหน ไปยังไงนี่ เล่นเอาแม่เวียนหัวอยู่เหมือนกัน เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะไปกันเอง แล้วแม่ก็ร้างลาการเดินทางแบบตะลอนทัวร์มาเป็นปีแล้ว อีกอย่างหนึ่งแม่ก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้แม่รู้สึกใจไม่ค่อยกล้าเหมือนสมัยก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีลูก หรือเพราะแก่กันแน่

หลังจากเตรียมแผนการณ์จนลงตัวแล้วว่าจะไปไหนยังไง พอใกล้จะถึงวันเดินทางจริงๆ ก็ตุ๊มๆ ต่อมๆ พอสมควรว่า มันจะเป็นยังไงน้า โอกิจะร้องบนเครื่องบินหรือเปล่า ขับรถเองจะหลงมั้ย จะโดนตำรวจจับหรือเปล่า สารพัดจะกังวล ขนาดว่าถ้ายกเลิกการเดินทางได้ อาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปเหมือนกัน

แต่ในที่สุดเราก็ไปออสเตรเลียกันจนได้ ตามแผนที่แม่วางไว้คือ เราบินไปลงซิดนีย์ตอนเช้า แล้วขับรถไปเมลเบิร์นเลย ซึ่งต้องแวะนอนระหว่างทางคืนหนึ่ง ก่อนไป แม่กับป่าป๊าก็จะบอกไอโกะว่าจะพาไปออสเตรเลีย ไปดูนกเพนกวิน ไปดูโคอาล่า ไปดูอควาเรียม ฯลฯ ไอโกะก็เฝ้ารอนับวันว่าเมื่อไหร่จะได้ไปออสเตรเลียเสียที

ตอนที่อยู่บนเครื่องบิน โอกิก็ไม่ทำให้แม่ผิดคาดเลย คือต้องให้แม้อุ้มอยู่ตลอดเวลา แม่แทบไม่ได้นอนเลยตลอดไฟลท์ แต่ก็ยังดีที่โอกิไม่ได้ร้องจนรบกวนคนอื่นมาก คือร้องพอเป็นพิธี พออุ้มก็หยุดร้องได้ไม่ยาก มีเด็กอีกคนอยู่ด้านหน้า ร้องยาวนานกว่าโอกิมาก ทำให้โอกิดูใช้ได้ทีเดียว ส่วนไอโกะก็เหมือนเดิม หลับง่ายหลับดายสบายอยู่คนเดียว แป๊บเดียวถึงซิดนีย์เลย

พอถึงซิดนีย์ เราก็ต้องนั่งรอรถเช่าอยู่ชัวโมงกว่า พอได้รถออกจากสนามบิน แม่กับป่าป๊าก็ขับหลงอยู่พักหนึ่งกว่าจะหาเส้นทางไปได้ถูกต้อง โชคดีที่เตรียม CD เพลง นิทานมาให้ไอโกะด้วย ทำให้ไอโกะไม่งอแงมาก แต่โอกินี่สิ น่าสงสารมาก หงุดหงิดรำคาญกับการนั่งรถนานๆ เป็นอันมาก ร้องไห้จนหลับไปหลายยกทีเดียว

วันแรกนี้เราต้องขับรถทั้งวัน จุดหมายแรกคือ Albury เมืองเล็กขนาดใหญ่ระหว่างทางไปเมลเบิร์น หลังจากนั่งเครื่องบินมาทั้งคืน ก็ต้องมานั่งรถต่ออีกทั้งวัน มันคงน่าเบื่อมากสำหรับเด็กๆ อย่างไอโกะและโอกิ ไอโกะคงจะรู้สึกว่านานมากจนทนไม่ไหว ถามแม่ว่า "หม่าม้า เมื่อไหร่เราจะถึงออสเตรเลียเสียที"

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

ฉีดวัคซีน

ไอโกะ-โอกิ

วันนี้แม่พาทั้งสองคนไปฉีดวัคซีน ไอโกะฉีดวัคซีนหัดรวมที่โรงพยาบาลพระรามเก้า ส่วนโอกิฉีดวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หลังจากไปหาอาม่าที่คลีนิคกายภาพบำบัด แม่ก้พาไอโกะไปพระรามเก้าก่อน คนเยอะมากๆๆ คงเป็นเพราะเป็นวันหยุด ตอนแรกแม่ก็กำลังๆ คิดๆ อยู่ว่าจะเปลี่ยนโอกิไปพระรามเก้า หรือเปลี่ยนไอโกะกลับมากรุงเทพดี แม่ลองโทรไปถามราคาวัคซีนของทั้งสองที่เพื่อเปรียบเทียบกัน ก็พบว่าของกรุงเทพแพงกว่าเกือบสองเท่า แต่พยาบาลที่พระรามเก้าพูดทำนองว่าถ้าฉีดยายี่ห้ออะไรก็ควรใช้ยี่ห้อเดิม แม่ก็เลยชักไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนดีหรือเปล่า ก็เลยคิดว่าคราวนี้ต่างคนต่างฉีดที่เดิมก่อนแล้วกัน เสร็จแล้วก็นึกได้ว่า ตอนนั้นไอโกะแม่ก็เปลี่ยนโรงพยาบาลเลย เพราะหมอไม่สนับสนุนนมแม่ ไม่ได้รู้ว่ายาที่ฉีดจะต้องยี่ห้อเดียวกันหรือเปล่า

แต่พอมาถามคุณหมอที่พระรามเก้า คุณหมอก็บอกว่าไม่เป็นไร จะย้ายก็ได้ แม่ก็เลยต้องต่อรองกับหมอว่า ขอให้คุณหมอคิดค่าตรวจ เพราะถ้าคุณหมอไม่คิดค่าตรวจ แม่ก็จะไม่กล้าพาโอกิมาอีกคน ที่ผ่านมาคุณหมอไม่เคยคิดค่าตรวจไอโกะเลย เพราะลูกคุณหมอสองคนเคยเรียนคุมองกับแม่ สรุปวันนี้คุณหมอก็เลยยอมคิดค่าตรวจ ทำให้แม่รู้สึกโล่งใจมาก คิดว่าคราวหน้าอาจจะพาโอกิมา แม่ถามเรื่องโอกิไม่ยอมโตด้วยเหมือนกัน คุณหมอก็บอกว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แล้วก็แนะนำว่าให้พยายามทำให้การกินเป็นเรื่องสนุก แล้วก็ไม่ให้กินขนมของเล่น แต่แม่ก็บอกหมอว่า ตอนไอโกะนี่รู้จักกินเป็นเรื่องเป็นราว ไม่กินอะไรไร้สาระ แต่พอถึงโอกินี่ แม่หมดหนทางมาก ขอให้กินเถอะ อะไรก็ยอมทั้งนั้น ขนม ลูกอม อะไรที่เด็กๆ ไม่ควรกิน ซึ่งไอโกะไม่เคยได้กิน แต่โอกินี่ได้กินหมด แต่โอกิก็กินนิดเดียวอยู่ดี คือไม่ใช่ว่าชอบกินของไม่มีประโยชน์ แล้วก็เลยไม่ยอมกินของมีประโยชน์นะ ไม่ว่าอะไรๆ ก็กินน้อยทั้งนั้น ขนาดยาคูลท์ ซึ่งแม่คิดว่าไม่มีเด็กคนไหนไม่ชอบกิน โอกิยังกินไม่หมดขวดเลย ทั้งๆ ที่ชอบนะ

สรุปคุณหมอก็เลยสั่งวิตามินรวมมาให้โอกิกินเสริมขวดนึง ซึ่งแม่คิดว่าก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้แม่รู้สึกดีขึ้นว่าโอกิอาจจะได้สารอาหารอะไรเพิ่มเติมบ้าง

เนื่องจากวันนี้มีคนเยอะมาก ไอโกะก็ต้องรอนานกว่าจะได้ฉีดวัคซีน เด็กคนอื่นๆ ที่ฉีดก่อนจะร้องไห้กันทุกคน ไม่ว่าเล็กๆ ไม่กี่เดือน หรือโต 7-8 ขวบ ทุกคนจะเข้าห้องไปแบบปกติ เด็กเล็กๆ ก็จะเข้าไปแบบไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แว้บเดียวก็จะได้ยินเสียงร้องไห้จ้าออกมาเป็นชุดๆ แม่เลยแกล้งบอกไอโกะว่า "เนี่ย เค้าเรียกว่าห้องร้องไห้นะ ไอโกะเห็นมั้ย ใครเดินเข้าไป ออกมาร้องไห้กันทุกคนเลย" ไอโกะฟังแล้วก็อมยิ้ม พอแม่พูดต่อว่า "แต่ไอโกะไม่เคยร้องไห้เลยนะ ตั้งแต่เล็กๆ แล้ว เวลาที่ถูกฉีดยา ไม่เคยร้องไห้สักครั้ง แล้วคราวนี้จะร้องมั้ยนะ" ไอโกะก็ส่ายหน้าว่าไม่ร้อง แม่แกล้งพูดดักไว้ก่อน เพราะไม่แน่ใจว่าคราวนี้จะร้องหรือเปล่า เพราะครั้งสุดท้ายที่ฉีดก็นานมาแล้ว

พอถึงคิวไอโกะ แม่ก็พาเดินเข้าไป คราวนี้ฉีดที่ต้นแขน พยาบาลอุ้มไอโกะนั่งบนเตียง แล้วบอกให้แม่จับแขนอีกข้างไว้ เพื่อกันไอโกะปัด ตอนแรกไอโกะทำท่าจะมองตอนที่ฉีด แม่เลยถามว่าไอโกะอยากมองเหรอ หันมาทางนี้ดีกว่า ไอโกะก้เลยหันมาอีกทาง พยาบาลฉีดแป๊บเดียว ไอโกะไม่ร้องเลย ท่าทางภูมิใจตัวเองมาก แม่กลับมาบอกป่าป๊าว่า เรื่องเจ็บปวดทางกายนี่ไอโกะไม่เคยหวั่น แต่เรื่องทางใจนี่ ร้องไห้ง่ายมาก ใครพูดอะไรผิดไปจากที่ตัวเองคิดหรือคาดไว้นิดเดียวก็ร้องไห้ซะแล้ว

เสร็จจากไอโกะ ก็พาโอกิไปโรงพยาบาลกรุงเทพ แม่ถามคุณหมอเรื่องโอกิไม่ยอมโต คุณหมอก็บอกว่า คุณหมอยังไม่คิดว่ามีอะไรน่ากังวล เพราะถึงแม้จะช้าไปนิด แต่ก็ยังมีความก้าวหน้า แต่พอคุณหมอรู้ว่ายังกินนมแม่อยู่ ก็บอกว่าให้เลิกได้แล้ว เพราะนมแม่จางแล้ว ไม่ได้ประโยชน์อะไรแล้ว แล้วก็แนะนำให้ลองกินพีเดียชัวร์ ในขณะที่คุณหมอบอกว่านมแม่ไม่ได้ประโยชน์แล้ว แต่กลับแนะนำพีเดียชัวร์ได้อย่างเป็นคุ้งเป็นแคว แถมเอาตัวอย่างจากตู้มาให้เองด้วย แม่เลยตัดสินใจได้แล้วว่าคราวหน้าไปพระรามเก้าดีกว่า ความจริงคุณหมอที่พระรามเก้าก็ไม่ได้สนับสนุนนมแม่สุดๆ แต่ก็ไม่เคยบอกให้เลิก หรือบอกว่านมแม่ไม่มีประโยชน์ แม่ชักสงสัยเหมือนกันว่า ที่ WHO เค้ารณรงค์กันให้กินนมแม่อย่างน้อยสองปีนี่ หมอไม่รู้เรื่อง หรือหมอไม่เชื่อว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นกันแน่ ในฐานะที่แม่อุตส่าห์นั่งทำเว็บสนับสนุนนมแม่มาตั้งเป็นปี จะให้อยู่กับหมอคนละแนวแบบนี้ก็กระไรอยู่ ถึงเวลาต้องคอนเวิร์สกันซะแล้ว แล้วโอกิก็ทิ้งทวนด้วยการฉีดยาโดยไม่ร้องไห้ด้วยหเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ทุกครั้งจะร้องตลอดเลย

ดูแลกันและกัน

โอกิครับ

แม้ว่าโอกิจะยังสื่อสารด้วยการพูดไม่ได้ แต่ก็สามารถสื่อสารด้วยการกระทำได้เป็นอย่างดี เวลาใครบอกให้ทำอะไรก็ทำได้ เช่น ให้เอาขยะไปทิ้ง ให้เปิดพัดลม ให้ไปหยิบผ้าอ้อม เวลาที่แม่กลับมาถึงบ้าน ก็เดินมายกมือไหว้สวัสดี ท่าเดินโอกิเหมือนปังคุงมากๆ เลย เดินก้นห้อยๆ ส่ายไปส่ายมา สิ่งที่แม่ประทับใจมากๆ เลยก็คือ เวลาไอโกะร้องไห้งอแง ไม่ว่าโอกิจะทำอะไรอยู่ จะรีบเดินไปหยิบทิชชูมาส่งให้เจ๊ไอโกะทุกที เวลาถามว่า "ใครร้องไห้" โอกิก็จะตอบว่า "โกะ"

ไอโกะก็จะดูแลน้องเป็นอย่างดี เวลาเล่นกัน จะได้ยินเสียงพี่สาวบอกน้องตลอดเวลาว่า "ไม่ได้นะครับโอกิ อันนี้เล่นไม่ได้นะครับ" "อันนี้กินไม่ได้นะครับ" "ไม่ต้องร้องนะครับ หม่าม้าอาบน้ำอยู่นะครับ เดี๋ยวหม่าม้าก็มาแล้วนะครับ"

มีอยู่วันหนึ่ง หลังจากขึ้นข้างบนแล้ว มีงูเข้ามาในบ้าน แม่กับป่าป๊าเลยลงไปดูข้างล่าง แม่บอกไอโกะว่า "ไอโกะดูแลน้องด้วยนะคะ ได้หรือเปล่า" ไอโกะก็พยักหน้าว่าได้ แม่ลงไปกับป่าป๊า ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงโอกิร้องจ้าลั่นบ้าน แล้วก้ได้ยินเสียงไอโกะตะโกนลงมาว่า "หม่าม้า....น้องหัวกระแทกพื้น.......*-*"

ปล.วันนี้ไอโกะนั่งวาดรูปอยู่ โอกิกินนมแม่เสร็จก็เดินไปหาไอโกะชี้มือไปที่ไอโกะที่กำลังวาดรูปแล้วก็ร้องว่า "อู๊" แม่ถามไอโกะว่าน้องว่าอะไร ไอโกะก็บอกว่า "น้องบอกว่า อู๊" แม่ถามว่าแล้วมันแปลว่าอะไร ไอโกะตอบว่า "อ๋อ น้องก็จะบอกว่าไอโกะสวยไง" 555

ผู้ติดตาม


View My Stats