วันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จัดฉาก

ก่อนที่พวกเราเริ่มจะไม่สบายเป็นไข้หวัดใหญ่สองสามวัน มีอยู่วันหนึ่งที่โอกุอ้วกเยอะมาก เนื่องจากพอทุกคนขึ้นมาข้างบนห้องนอนหมดแล้ว แม่ให้โอกุนั่งเล่น พร้อมกับของเล่นทั้งหลายที่โอกุชอบ รู้สึกว่าวันนั้นไอโกะจะนอนเร็ว หลับไปก่อนแล้ว โอกิยังไม่หลับ แม่ไปแปรงฟันในห้องน้ำ ป่าป๊าก็นั่งทำงาน พอแม่ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าโอกุอ้วกเลอะเต็มตัวเลย เพราะเอาของเล่นเข้าปาก แล้วมันคงจะติดคอ เลยทำให้อ้วกออกมา

แม่รีบอุ้มโอกุเข้าไปในห้องน้ำ ป่าป๊าเข้ามาช่วยกันเช็ดทำความสะอาด โอกิวิ่งตามเข้ามาหยิบทิชชู แต่ดูแล้วมันสกปรกมาก แม่กับป่าป๊าก็เลยอุ้มโอกุลงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า และเช็ดตัวข้างล่าง ลงไปเจออาเน่กำลังดูทีวีอยู่ ก็เลยคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปด้วย พักใหญ่ทีเดียวกว่าจะกลับขึ้นไปข้างบนอีกที

พอแม่เปิดประตูป๊าบเข้าห้อง ก็เห็นโอกินั่งอยู่บนที่นอนโอกุ รีบเอาทิชชู และหน้ากากปิดปากขยำรวมกัน กุลีกุจอเช็ดๆ ที่นอนโอกุใหญ่เลย แล้วก็เอาไปทิ้งถังขยะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นรวดเร็วมากจน สมองแม่ประมวลผลไม่ทัน ปากแม่ก็ชมและดุโอกิไปพร้อมๆ กันว่า "โอ้โห โอกิ ช่วยทำความสะอาดด้วย แล้วทำไมเอาหน้ากากปิดปากมาเช็ดอ้วกน้อง มันไม่ได้เอาไว้เช็ดอ้วกนะ" ป่าป๊าที่เดินตามหลังแม่เข้ามาได้ยินแม่ดุโอกิ แล้วก็ว่าแม่ว่า "นี่ ลูกมันอุตส่าห์ทำดี ไปว่ามันทำไม" แล้วป่าป๊าก็ชมต่อว่า "โอกิเก่งมากเลย ช่วยหม่าม้าเช็ดอ้วกน้องด้วยนะ" โอกิยิ้มอย่างแฮ้ปปี้สุดๆ

พอแม่คิดได้ก็รู้สึกขำปนทึ่งกับความเจ้าเล่ห์ของโอกิ เพราะตอนที่แม่รีบเอาน้องเข้าไปทำความสะอาดในห้องน้ำ โอกิก็รีบวิ่งตามไปหยิบทิชชู คงจะเตรียมมาเช็ดอ้วกน้อง แต่เนื่องจากเหตุการณ์ชุลมุน แม่กับป่าป๊ารีบพาน้องลงไปข้างล่าง โอกิก็เลยไม่ทันได้แสดงผลงานการกระทำความดีให้เห็น

พอแม่กับป่าป๊ากลับขึ้นมาข้างบน ทันทีที่แม่เปิดประตูเข้ามาปุ๊บ โอกิก็รีบแสดงทันที เมื่อได้รับคำชมก็หน้าบาน ตอนแรกป่าป๊าไม่รู้ว่าเป็นการจัดฉากของโอกิ เพราะแม่เป็นคนแรกที่เห็นพฤติกรรมหลุกหลิก ร้อนรนผิดปกติของโอกิในท่าทางการเช็ดที่นอน เข้าใจว่าคงจะนั่งรอพร้อมทิชชู แล้วเล่นผ้าปิดปากไปด้วย พอได้ยินเสียงเปิดประตูก็ตกใจ ขยำรวมกันหมดเช็ดใหญ่เลย

แม่แอบเล่าให้ป่าป๊าฟัง ป่าป๊าก็ขำไปด้วย พอทุกอย่างเรียบร้อย เราจะนอนกันแล้ว โอกิถามป่าป๊าว่า "เมื่อกี๊ ทำไมป่าป๊ากับหม่าม้าลงไปนานจัง" แบบว่านักแสดงรอนานแล้วนะ คุณผู้ชมทำไมยังไม่ขึ้นมาเสียที

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ฟังรู้เรื่อง

เมื่อวานนี้อาเน่เล่าให้แม่ฟังว่า โอกิมาคุยกับอาเน่

โอกิ : อาเน่รู้มั้ย ไอ้บัวมันฟังภาษาคนรู้เรื่องด้วยนะ
อาเน่ : แล้วโอกิรู้ได้ยังไง
โอกิ : ก็โอกิเห็นมันนอนทับพื้นหลังบ้านที่อาดลทำใหม่ (ป่าป๊าให้ช่างมาทำพื้นครัวหลังบ้านใหม่ ยังไม่เสร็จดี ช่างเลยห้ามเหยียบ) โอกิก็เลยบอกมันว่า ไอ้บัว ไป ไป๊ นอนตรงนี้ไม่ได้นะ พูดแค่นั้น มันก็ลุก แล้วก็เดินไปเลย มันเข้าใจที่โอกิพูดนะ
อาเน่ : 555 :)

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไข้หวัดใหญ่ 2009

ในที่สุดโรคทันสมัย ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็มาเยือนบ้านของเราอย่างเป็นทางการ

โดยเริ่มต้นจากโอกิก่อน คืนวันเสาร์หลังจากเปิดเทอมสัปดาห์แรก ตอนกลางคืนโอกินอนละเมอร้องไห้ ตัวร้อนมาก แม่กับป่าป๊าเลยช่วยกันเช็ดตัวให้ โอกิฝันร้ายมาก พูดจาแปลกๆ จนป่าป๊ารู้สึกไม่ค่อยดี แม่คิดว่าน่าจะเป็นจากที่พักนั้นทั้งสองคนชอบให้กูโจ้เล่าเรื่องกรรมลิขิตให้ฟัง แล้วแม่กับป่าป๊าก็ดูหนังผี หนังฆาตกรรมติดๆ กันสองสามวันด้วย โอกิเลยกลัวจนเก็บไปฝันร้าย

พอตอนเช้า โอกิก็ตัวเย็นปกติ เหมือนไม่มีอะไร แต่ตอนเย็นแม่เจนนี่โทรมาเล่าให้ฟังว่าเจนนี่กับภูเขาเป็นไข้หวัดใหญ่ หมอตรวจเชื้อแล้วเป็น H1 N1 ต้องหยุดเรียนหนึ่งอาทิตย์ ฝากให้แม่ช่วยดูการบ้านของไอโกะด้วย จะได้ให้เจนนีทำ

ตกกลางคืน คราวนี้ไอโกะตัวร้อนจัดอีกคนหนึ่ง แม่ให้กินยาแล้วก็เช็ดตัวให้ แต่พอเช้าแล้วไข้ก็ยังไม่ลด แม่เลยพาไปหาหมอทั้งสองคน พอคุณหมอรู้ว่าเพื่อนเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้วก็เลยให้ตรวจเชื้อทั้งสองคน ตรวจแบบเร็ว ครึ่งชั่วโมงก็รู้ว่าไอโกะเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ก็เลยส่งเชื้อตรวจต่อไปว่าเป็น H1 N1 หรือเปล่า รู้ผลวันรุ่งขึ้น ส่วนโอกิหนังเหนียว ไม่พบเชื้อ

หมอสั่ง Tamiflu ให้ไอโกะ แล้วก็ให้หยุดเรียนหนึ่งสัปดาห์ รวมทั้งโอกิด้วย เพราะถึงแม้ว่าโอกิจะไม่เป็น แต่ก็อาจจะแพร่เชื้อให้คนอื่นได้

โอกิร่าเริงแจ่มใสมากที่ไม่ต้องไปโรงเรียน ทำทีมาถามแม่ว่า หยุดเรียนกี่วัน พอแม่บอกว่า 7 วัน ก็ทำท่าตกใจ (ทั้งๆ ที่จริงๆ ก็รู้อยู่แล้ว) รีบไปตะโกนบอกอาเน่ว่า "อาเน่ๆ หม่าม้าบอกว่า ไม่ต้องไปโรงเรียนตั้งเจ็ดวันแน่ะ" แล้วก็ยังคุยอีกด้วยว่า "เพื่อนๆ ต้องคิดถึงโอกิมากแน่ๆ เลย" พออาเน่ถามว่าแล้วโอกิไม่คิดถึงเพื่อนๆ เหรอ โอกิตอบชัดถ้อยชัดคำว่า "ไม่! โอกิชอบอยู่บ้านมากกว่า"

วันอังคาร หมอก็โทรมาแจ้งว่า ตกลงเป็น H1 N1 ตามคาด ให้ระวังโอกุมากหน่อย แต่ดูเหมือนจะไม่ทันแล้ว เพราะโอกุเริ่มตัวร้อนและไอแล้ว รวมทั้งตัวแม่เองก็รู้สึกปวดเมื่อยตามตัว เหมือนจะเป็นไข้อยู่เหมือนกัน แม่แอบหวังว่าโอกุจะเหมือนโอกิ คือได้รับเชื้อ แล้วก็จัดการเองได้ แต่ไม่สำเร็จ เพราะโอกุตัวร้อนสลับเย็นตลอดคืน เช้าแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น เราก็เลยต้องไปหาหมอด้วยกัน

ผลตรวจก็เป็นไปตามคาด ทั้งแม่และโอกุมีเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้งสองคน แต่คราวนี้ หมอบอกว่าไม่ต้องตรวจต่อแล้ว เพราะต้องเสียต่าตรวจอีกคนละสามพัน หมอก็ให้ Tamiflu เลยทั้งสองคน แล้วก็ให้ระวังคนอื่นๆ อีก บ้านเราก็เลยใส่หน้ากากเข้าหากันทั้งบ้านตลอดอาทิตย์

ก่อนหน้านี้ เวลาที่ฟังข่าวเรื่องไข้หวัดใหญ่ 2009 ก็จะรู้สึกว่ามันน่ากลัว แต่พอเป็นกันจริงๆ แล้ว มันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เพราะไอโกะก็ตัวร้อน และไอบ้าง ไม่ได้ซึมหรือดูท่าทางหมดเรี่ยวแรงอะไร ยังเล่นและทำการบ้านได้ตามปกติ โอกุก็ตัวร้อนและงอแงอยู่สองคืน หลังจากนั้นก็มีไอบ้าง เทียบอาการแล้วไม่แย่เท่าตอนที่แพ้ขนมเค้กที่แม่กินด้วยซ้ำ ของแม่ก็ไม่มีไข้ นอกจากปวดเมื่อยตามตัวและไอนิดหน่อย กินยาที่หมอให้มาวันเดียวก็รู้สึกดีขึ้นเยอะ สรุปว่าสำหรับบ้านเราแล้ว มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โอกุไม่สบาย

ตอนที่โอกุครบห้าเดือนก็เริ่มไม่สบายกระเสาะกระแสะ เหมือนเด็กไม่แข็งแรง ทำเอาแม่รู้สึกเสียความมั่นใจไปโขทีเดียว เพราะทั้งไอโกะและโอกิไม่มีใครเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้ แม่ก็สังเกตเห็นว่าโอกุก็มีน้ำมูกบ้างนิดๆ หน่อยๆ ดูไม่หนักหนา แต่ก็รู้สึกว่ามากกว่าพี่สองคนในวัยเดียวกัน

แต่ช่วงที่เริ่มเป็นมากๆ นั้น ดูแย่มากๆ เพราะโอกุไออย่างน่ากลัว ขี้มูกยืด หายใจไม่ค่อยได้ ร้องเสียงวี้ดๆ ในคอ งอแง ครั้งแรกที่พาไปร.พ. คุณหมอก็รีบตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ทันทีเลย แต่ก็ไม่พบเชื้อ คุณหมอก็สรุปว่ากล่องเสียงอักเสบ ที่บ้านก็งงกันใหญ่ว่า กล่องเสียงอักเสบได้ไง เพราะโอกุไม่ค่อยจะร้องไห้เท่าไหร่เลย

คุณหมอให้ยามากินเยอะแยะ แต่ก็ดูจะไม่ค่อยดีขึ้นเลย แม่ต้องพาไปพ่นยาและดูดเสมหะที่ร.พ.เช้า-เย็น หลายวัน ประมาณอาทิตย์หนึ่งก็หาย เว้นไปได้สักห้าหกวันวัน โอกุก็เริ่มมีอาการเหมือนเดิมอีก ทั้งไอ ทั้งหวัด ดูแย่มากๆ คุณหมอเลยคิดว่าโอกุน่าจะเป็นภูมิแพ้ ให้ยามาเหมือนเดิม แล้วก็ต้องพาไปพ่นยาและดูดเสมหะทุกวันอีก

คราวนี้แม่เริ่มกังวลมากแล้ว เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมโอกุป่วยบ่อยยังงี้ ดูเป็นเด็กไม่แข็งแรงเอาเสียเลย แม่ก็โทษว่าโอกิคงจะเอาเชื้อโรคมาให้น้อง เพราะชอบมากอด มาหอมน้องตลอดเวลา เวลาที่โอกิพยายามจะเข้ามาหอมน้อง ก็จะถูกแม่ดุ โอกิก็จะเสียใจงอนตุ๊บป่องเลย แล้วก็ถามว่า "ทำไมหอมไม่ได้ ก็โอกิรักน้องนี่"

ครั้งที่สามที่โอกุเริ่มมีอาการอีก คราวนี้แม่ไม่พาไปร.พ.แล้ว แต่ไปหายาจีนมาให้กินแทน ป่าป๊าก็ตั้งข้อสังเกตว่า โอกุอาจจะแพ้อาหารที่แม่กิน เพราะช่วงนั้นแม่ชอบกินไอติมทุกเย็นเลย แต่แม่ก็ไม่ปักใจเชื่อ ก็คิดว่าจะลองงดผลิตภัณฑ์นมดู ยังไม่ทันเริ่มปฏิบัติ แม่ก็พบสาเหตุที่ทำให้โอกุป่วยบ่อยจนได้

วันนั้นเราไปเที่ยวหัวหินกัน แล้วไอโกะกับโอกิก็ซื้อกูลิโกะมากิน แต่โอกิกินไม่หมด เลยเอามาให้แม่ แม่ก็เลยหักแท่งส่วนที่เป็นขนมปังเล็กๆ จับให้โอกุลองแทะเล่น เพราะตอนนั้นครบหกเดือนแล้ว เริ่มทดลองกินอาหารอื่นนิดๆ หน่อยๆแล้ว แต่เนื่องจากมันแข็งมาก โอกุใช้เหงือกแทะๆ ก็ไม่ละลายเสียที แม่ก็เลยเอาทิ้งไป หลังจากนั้นไม่นาน รอบๆ ปากโอกุก็เป็นผื่นแดงเต็มไปหมด แม่ก็เลยคิดได้ว่าโอกุคงจะแพ้นมวัวนี่เอง

ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา จะมีบางวันที่โอกุเป็นผื่นตามตัวบ้าง แต่ทาบัวหิมะก็หาย เวลาที่มีผื่นขึ้น เราก็พยายามจะหาว่าเกิดจากอะไร แต่ก็ไม่รู้ สงสัยว่าอาจจะไปโดนละอองอะไรบ้าง เปลี่ยนสบู่หรือเปล่า แต่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจากอาหารที่แม่กินเลย พอแม่เห็นปากโอกุแล้ว ก็ถึงบางอ้อว่า วันไหนที่แม่กินขนมเค้ก ขนมปังที่นมเนยเยอะๆ ชาเย็นของโปรด ไอติม โอกุก็จะมีอาการแพ้ เป็นผื่น พอหยุดกิน มันก็หายไป โดยที่แม่ไม่รู้

ช่วงที่โอกุเป็นตลอดทั้งเดือนนั้น เป็นช่วงที่แม่กินขนมนมเนยพวกนี้อย่างดุเดือดมาก กินทุกวันอย่างเอร็ดอร่อย โอกุก็กินนมแม่ทุกวัน ก็เลยเจอสารก่อภูมิแพ้ทุกวัน สะสมมากๆ เข้า ร่างกายก็เกิดการปฏิเสธ ทำให้ไม่สบายอย่างหนัก พอรู้สาเหตุ แม่ก็เลยงดอาหารพวกนี้ทั้งหมด โอกุก็หายจากอาการป่วยสามวันดี สี่วันไข้ไปเลย แม่อดกินของอร่อย แต่ก็ทำให้น้ำหนักลดไปได้อีก ก็ดีเหมือนกัน



วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ครึกครื้นมั้ยล่ะ

เมื่อวานแม่กับป่าป๊าไปแม่กลองกันสองคน เพราะต้องพาพยาบาลใหม่ไปให้อาม่า เลยไม่อยากเอาเด็กๆ ไปให้วุ่นวาย ขากลับป่าป๊านึกได้ กลัวว่าไอโกะจะลืมทำคุมอง เลยให้แม่โทรไปเตือน ปรากฎว่าไอโกะทำเลขแล้ว แต่ยังไม่ทำภาษาอังกฤษ แม่ก็เลยบอกให้ทำ แล้วก็ขู่ว่าถ้ากลับถึงบ้านแล้ว ยังไม่เสร็จ จะไม่ให้ดูซิทคอม ไอโกะก็ตกลงแล้วก็บอกข่าวร้ายแม่ด้วยว่า คุณครูให้อ่านหนังสือกับพ่อแม่ตอนปิดเทอม แต่ไอโกะลืมบอก แม่บ่นกับป่าป๊าว่า ทำไมมานึกได้เอาวันก่อนจะเปิดนะ ป่าป๊าคิดว่าไอโกะไม่ได้ลืมหรอก แต่คงไม่อยากอ่าน เลยทำเป็นลืม

พอแม่กลับถึงบ้าน ก็ถามว่าคุณครูให้อ่านหนังสืออะไร ก็ได้รับคำตอบว่า ไอโกะเห็นที่ปกมันเขียนว่า "พ่อแม่ไม่ดีให้แก้ที่ลูก ลูกไม่ดีให้แก้ที่พ่อแม่" แม่ก็เลยถามต่อว่า "แล้วครอบครัวเรา ใครไม่ดี"
ไอโกะ - โอกิ
แม่ - แล้วแก้ที่ใคร
ไอโกะ - ป่าป๊ากับหม่าม้า

นอกจากหนังสือที่ไม่ได้อ่านแล้ว ยังมีการบ้านภาษาอังกฤษอีกอย่างหนึ่งด้วยที่ยังไม่ได้ทำ แม่ไม่ได้ดูเลย เข้าใจว่ามีแค่การบ้านประจำวันทุกวันเท่านั้น แม่ก็คอยกำชับให้ไอโกะทำทุกวัน ก็เลยต้องมาช่วยกันทำอีกอย่างนึง

พอรู้ว่าจะต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว รู้สึกว่าโอกิจะกังวลใจมาก เตรีมกระเป๋า เตรียมของวุ่นวาย ถามนี่ถามนั่นไม่หยุด ต้องเอานั่นนี่ไปด้วยนะ "หม่าม้า แปรงสีฟันโอกิอยู่ไหน" "วันนี้นอน แล้วตื่นมาก็ไปโรงเรียนใช่มั้ย" ฯลฯ พอตกกลางคืนก็นอนไม่หลับ ป่าป๊าหลับไปแล้ว แม่ยังเห็นโอกิพลิกตัวไปมา ถอนหายเฮ้อๆ ไม่รู้ว่าคิดอะไร

แต่พอเช้าตื่นมาก็ไม่งอแง ไปโรงเรียนได้ตามปกติ แต่พอป่าป๊าถึงโรงเรียนแล้วก็โทรกลับมาถามแม่ว่า ได้เปิดสมุดสื่อของโอกิดูบ้างหรือเปล่า แม่ไม่ได้ดูเลย ป่าป๊าบอกว่า โอกิก็มีการบ้านนะ
นี่โอกุยังไม่ไปโรงเรียนนะ ถ้าไปอีกคน พ่อแม่ต้องแก้หลายอย่างเลย ป้าปุ๊กจะให้มีอีกคน คงต้องคร่ำครวญมากกว่าครึกครื้นแน่

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เด็กดี

ปัญหาของโอกิที่แม่ไม่ค่อยชอบใจในตอนนี้ก็คือ โอกิจะวีนมากเวลาไม่ได้ดังใจ เรียกจี่จี๊โชวแบบตะคอก เสียงดังบ่อยๆ แม่ไม่รู้ว่าจะแก้อย่างไร ทั้งดุ ทั้งปลอบ ก็แก้สถานการณ์ได้เฉพาะหน้าเท่านั้น เปิดเทอมนี้คงต้องไปปรึกษาครูไก่ให้ช่วยกันแก้แล้ว

แต่เรื่องดีๆ ของโอกิก็มีไม่น้อยนะ อย่างเช่น โอกิช่วยล้างถ้วยและแก้วน้ำโดยไม่ได้มีใครบอกเลย อยู่ดีๆ วันนั้นแม่ก็เห็นโอกิปีนบันไดอ่างล้างจานในบ้าน ขาข้างหนึ่งตะกายไปคาอยู่ที่ขอบอ่างเพราะตัวเล็กเอื้อมเปิดน้ำไม่ถึง แล้วก็ตั้งอกตั้งใจล้างถ้วยทั้งหมด ใช้เวลานานพอสมควรทีเดียว แม่แกล้งเดินไปถามว่าจะให้ช่วยอะไรหรือเปล่า โอกิก็บอกว่าไม่ต้อง พอล้างเสร็จ โอกิก็รู้จักวักน้ำไปล้างก็อกให้สะอาด ล้างฟองน้ำบีบฟองออก แล้วก็เก็บของทุกอย่างอย่างเรียบร้อย ทำติดต่อกันหลายวันด้วยนะ

ไอโกะเห็นน้องทำก็อยากทำบ้าง ขอไปล้างจานหลังบ้านแทน กลายเป็นเด็กน่ารักกันทั้งสองคน ตอนนี้หน้าที่ไอโกะคือพับผ้าห่มทุกเช้าที่ตื่นนอน แรกๆ ตอนที่บอกให้ทำเอง ก็มีอิดออดบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ทำเอง ไม่ต้องเรียกแล้ว พับได้เก่ง เรียบร้อยแล้วก็เร็วด้วย

นอกจากล้างถ้วยแล้ว วันก่อนนี้โอกิยังพยายามล้างรถให้แม่อีกด้วย เอาสายยางไปฉีด แล้วก็เอามือถูๆ ล้างรอบรถในระดับที่ความสูงของตัวเองจะทำได้ สักพักก็กลับเข้ามาในบ้าน หัวหูเปียกแฉะไปหมด แล้วก็มาบอกแม่ว่า "หม่าม้า โอกิล้างรถให้หม่าม้า เอี่ยมสะอาดเลยนะ" ครับ เอี่ยมสะอาดแบบกระดำกระด่างทีเดียว

พอเมื่อวานแม่ไปรับที่แหลมคม ตอนทีนั่งรอไอโกะกินโอวัลตินก่อนกลับ โอกิก็ปีนขึ้นมานั่งตักแม่ มองไปที่รถที่จอดข้างนอกแล้วก็ถามว่า "หม่าม้า ทำไมรถหม่าม้าสะอาดจัง" ชงมุขเองเลยนะ แถมระหว่างทางขับกลับบ้านยังบอกอีกด้วยว่า "วันนี้หม่าม้าไม่ต้องขับไปตรงน้ำท่วมนะ" พอถามว่าทำไมก็ตอบหน้าตาเฉยว่า "ขี้เกียจล้างรถ"

กลอนโอกิ

วันนี้โอกิมาบอกป่าป๊าว่า โอกิแต่งกลอนให้ป่าป๊าได้แล้วนะ

ป่าป๊าของฉัน นั้นเก่งจริง ๆ
ทำได้ทุกสิ่ง ที่ป่าป๊าทำ

ของจี่จี๊โอกิก็แต่งให้

จี่จี๊ของฉัน นั้นเก่งจริง ๆ
ทำได้ทุกสิ่ง ที่จี่จี๊ทำ

ของมะเว้ก็มีนะ

มะเว้ของฉัน นั้นเก่งจริง ๆ
ทำได้ทุกสิ่ง ที่มะเว้ทำ

โอกิยังบอกด้วยว่า "โอกิแต่งเองเลยนะ"

พรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว เมื่อสองวันก่อนไอโกะคุยกับโอกิ อาเน่แอบได้ยินมาเล่าให้ฟัง

ไอโกะ : หยุดนานแล้วนะเนี่ย คิดถึงโรงเรียนเนอะ อยากไปโรงเรียนแล้ว โอกิคิดถึงโรงเรียนมั้ย
โอกิ : ไม่คิดถึงเลย (5555)

ผู้ติดตาม


View My Stats