วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ต่อปากต่อคำ

เมื่อวานบริษัทขายของเล่นตรงพัฒนาการมีของลดราคามาขาย แม่ซื้อของเล่นให้ลูกๆ ทั้งสามหลายอย่างเหมือนกัน แล้วก็ซื้อรถโมเดลจำลองให้ป่าป๊าคันหนึ่ง จริงๆ ก็อยากซื้อให้โอกิเหมือนกัน เพราะโอกิชอบรถมาก แต่มันแพง แม่ก็เลยไม่ซื้อให้ แม่บอกป่าป๊าแล้วก็วางไว้ตรงที่วางของของป่าป๊า พอโอกิเห็นเข้าก็ถามป่าป๊าว่าของใคร ป่าป๊าก็บอกว่า "หม่าม้าซื้อให้ป่าป๊า" โอกิไม่เชื่อ ถือรถมาถามแม่ว่า "หม่าม้าซื้อให้ป่าป๊าหรือเปล่าเนี่ย" แม่บอกว่าใช่ โอกิกอดรถเอาไว้แล้วก็บอกว่า "แต่อยากให้เป็นของโอกิมากกว่า"

ในบรรดาของเล่นลดราคาที่ซื้อมา มีแว่นตาว่ายน้ำสีน้ำเงินอันนึง ตอนแรกที่แม่เอาให้ โอกิไม่สนใจ แต่พออีกวันนึง อาบน้ำเสร็จขึ้นมาบนห้องนอนไม่มีอะไรเล่น โอกิก็เลยเอาแว่นนั้นมาใส่เล่น แล้วก็คงรู้สึกว่าเท่หรือไงไม่รู้ ใส่นั่งดูทีวีกับไอโกะ พอป่าป๊าเปิดประตูเข้ามาเห็น ป่าป๊าก็เลยแกล้งแหย่ "โอ๊ะ...ป่าป๊านึกว่าตัวอะไรมานั่งอยู่ตรงนี้" โอกิเอาแว่นออกแล้วก็ตอบว่า "เมื้อกี๊...โอกิหันไปมองก็นึกว่าตัวอะไรเปิดประตู" โห..ป่าป๊าเกือบหงายหลังแน่ะ

ดูทีวีไปได้สักพัก ป่าป๊าก็เรียกให้หยุดเพื่อไปแปรงฟัน วันนี้ทั้งสองคนทำตัวดีไม่มีอิดออด ป่าป๊าก็เลยชมว่า "ดีมากเลยทั้งสองคน เรียกปุ๊บก็รีบมาเลย แบบนี้ใช้ได้" โอกิก็สวนกลับทันทีเลยว่า "ป่าป๊าก็ใช้ได้"

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กำเนิด "โอกุ" Part III

ตอนที่แม่กลับมาถึงห้องพักเจอป่าป๊าคนเดียว ลูกสองคนไม่อยู่แล้ว ป่าป๊าบอกว่าทุกคนช่วยกันหว่านล้อมให้ไอโกะกับโอกิกลับไปนอนที่บ้าน ทั้งๆ ที่ตอนแรกป่าป๊าตั้งใจให้นอนด้วยกันที่โรงพยาบาล เพราะเป็นห่วงว่าโอกิจะรู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ซึ่งก็เป็นดังคาด เพราะโอกิงอแงมาก จนจี่๊จี๊โชต้องไปนอนกับโอกิที่ห้องกูโจ้ด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่โอกิไม่มีป่าป๊าหรือหม่าม้านอนอยู่ด้วย

แม่คุยกับป่าป๊าพักนึงแล้วก็นอนเพราะรู้สึกว่าต้องการพักแล้ว นอนยังไม่ทันไร พยาบาลห้องเด็กก็โทรมาถามว่าจะพาน้องมาให้ดูดกระตุ้นน้ำ นมหรือเปล่า คราวนี้มาเร็วมาก ตอนไอโกะแม่จำได้ว่าข้ามคืนเลยทีเดียวกว่าจะได้เจอลูกอีกที สรุปว่าคืนนั้นโอกุได้ดูดนมแม่สองครั้ง แล้วก็ได้รู้ว่าตอนที่อยู่ในห้องคลอด คุณหมอก็ให้ดูดด้วย แสดงว่าการที่แม่เลือกกุมารแพทย์ที่สนับสนุนนมแม่นี่ช่วยสนับสนุนจริงๆ

ความจริงโรงพยาบาลกรุงเทพไม่ได้สนับสนุนนมแม่ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะทั้งไอโกะและโอกิก็ได้นมผสมกลับบ้านทั้งคู่ หมอที่เป็นหัวหน้า แผนกกุมารเวชเองก็เป็นหมอที่ไม่ได้สนับสนุนนมแม่ แต่ที่ต้องทำเหมือนสนับสนุนก็คงเพราะกระแสนมแม่มาแรงจนบีบให้โรงพยาบาล ต้องทำอะไรบ้าง แต่สิ่งที่ดีของที่นี่ก็คือ ห้องเด็กอยู่ชั้นเดียวกับห้องพักแม่ แล้วพยาบาลก็ให้ความร่วมมือดีที่จะโทรมาถามทุกครั้งที่ลูกร้องว่า ต้องการให้พาลูกมาให้หรือเปล่า ที่แม่เคยรู้มา บางโรงพยาบาลลูกกับแม่อยู่คนละชั้น ถ้าอยากให้นมลูก แม่ก็ต้องลากสังขารไปให้นมลูกเอง ที่ห้องเด็ก ไม่มีการพาลูกมาส่ง

หลังจากนั้นพยาบาลก็พาโอกุมาให้ดูดนมแม่ทุกสองสามชั่วโมง แม่ลองนับเวลาดู พอครบยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็รู้สึกคล้ายๆ ว่าน้ำนมเริ่มจะมา พอสามสิบหกชั่วโมงก็บีบดูเห็นหัวน้ำนมเริ่มซึมออกมาแล้ว สรุปว่า ดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดถูกวิธีนี่ช่วยให้น้ำนมมาเร็วกว่าจริงๆ

ตอนที่อยู่ในห้องพักฟื้น แม่ถามพยาบาลว่าโอกุน้ำหนักเท่าไหร่ พยาบาลก็บอกว่าจำไม่ได้ เพราะวันนั้นมีเด็กคลอดหลายคน (ทั้งหมดเจ็ดคน หกท้อง มีแฝดหนึ่งคู่ พยาบาลที่วอร์ดเล่าให้ฟังวันกลับว่า พวกเขาชุลมุนมาก เพราะปกติจะมีวันละสองสามคนเท่านั้น) พอมาถามป่าป๊าถึงได้รู้ว่าโอกุหนัก 3380 g ยาว 51 cm ขนาดดีทีเดียวเพราะแม่น้ำหนักขึ้นแค่สิบสองโล แล้วก็คลอดตอนสามสิบแปดสัปดาห์ แถมเส้นลายมือขาดหนึ่งข้างเป็นสัญลักษณ์เหมือนกันอีกด้วย

วันรุ่งขึ้นอาเน่พาไอโกะกับโอกิมาหาแม่ ตอนที่โอกิมาถึง เห็นแม่อุ้มน้อง ก็หน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คงรู้สึกสูญเสียความมั่นใจไปพอสมควร สองสามวันที่อยู่ในโรงพยาบาล โอกิก็ยังทำใจไม่ค่อยได้ ใครมาเยี่ยม ถามว่าเอาน้องไปได้ไหม ก็อยากให้เขาไปทุกคน แล้วก็คอยถามว่า เมื่อไหร่น้องจะกลับห้อง อยากให้น้องกลับห้องได้แล้ว ป่าป๊าก็เลยต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษให้โอกิ พาไป 7-11 วันละหลายรอบเลยทีเดียว

วันที่ครบกำหนดกลับบ้านตามแพคเกจ แม่ก็ลุ้นว่าโอกุจะตัวเหลืองหรือเปล่า ปรากฎว่าผ่าน หมออนุญาตให้กลับบ้านได้ กลับถึงบ้านโอกุก็หลับตลอด ท่าทางเลี้ยงง่ายทีเดียว แต่ที่ไหนได้พอตกกลางคืน ร้องทั้งคืนไม่หยุดจนเกือบตีสี่ถึงจะยอมนอน แม่ทรมานสุดๆ เพราะเจ็บแผลมากๆ ทุกครั้งที่ขยับตัว ผ่าตัดคราวนี้พร้อมทำหมันและตัดไส้ติ่ง ให้นอนอย่างเดียวแม่ก็ว่าทรมานแย่แล้ว นี่ต้องคอยอุ้มลูก ให้ดูดนม แล้วก็ฟังเสียงร้องว้ากๆ ของลูกอีกด้วย จะมีอะไรทุกข์ทรมานกว่านี้อีกมั้ยเนี่ย

ตอนสองคนที่แล้ว แม่ไม่เจ็บขนาดนี้ เจ็บคราวนี้ทำให้แม่นึกถึงเวลาดูทีวีแล้วเขาเอาคนที่ได้รับอุบัติเหตุรุนแรงประเภท ขาหัก แขนหัก ม้ามแตก สมองบวม ฯลฯ ขึ้นมาทันทีเลย ใจก็นึกว่าขนาดเรายังเจ็บแสนสาหัสขนาดนี้ แล้วเขาจะทรมานขนาดไหน แม่ฟุ้งซ่านมากขนาดที่ว่า แล้ววันที่เราจะตาย มันจะเจ็บปวดแบบนี้หรือเปล่าหนอ แต่ในที่สุดช่วงเวลาที่แม่คิดว่าแย่สุดๆ มันก็ผ่านไปได้ คืนต่อมาโอกุร้องน้อยลง แล้วก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น จนทุกวันนี้แล้ว แม่คิดว่าโอกุก็เลี้ยงง่ายกว่าพี่ทั้งสองคน

กลับมาเรื่องชื่อของโอกุก่อน ตอนที่ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย ป่าป๊าคุยกับแม่ว่า ความจริงเป็นผู้ชายก็ดี จะได้ให้ชื่อโมกุตามที่โอกิตั้งให้เลย พอเป็นผู้ชายจริงๆ ตอนแรกก็เลยคิดว่าเอาโมกุนี่แหละตามที่โอกิตั้ง แต่ไอโกะก็แย้งอีกว่า อยากให้เป็นอ.อ่าง ก.ไก่ เหมือนกัน ไอโกะก็จะเปลี่ยนเป็นโอกุ แล้วพอกูโจ้ไปหาคำแปลมาให้ ถึงรู้ว่า "โมกุ" แปลว่า "นิ่งเงียบ" ส่วน "โอกุ" แปลว่า "ร้อยล้าน" เราก็เลยเอาร้อยล้านกันดีกว่า :)

แต่โอกิก็ยังยืนยันจะเรียก โมกุ เหมือนเดิม เวลาที่โอกิคุยกับโอกุ "ใช่มั้ย โมกุ" โอกุก็จะเงียบ ไอโกะก็จะบอกว่า "โอกิ เรียกน้องว่า
โมกุ น้องไม่พูดด้วยหรอก เพราะว่า โมกุ แปลว่า นิ่งเงียบไง" ส่วนชื่อจริง ตอนแรกที่แม่คิดว่าคงเป็นผู้หญิง แม่คิดว่าจะให้ชื่อ "ขอบฟ้า" พอเป็นผู้ชายก็เลยเป็น "น่านฟ้า" จะได้เข้ากับ "น่านน้ำ"ของโอกิพอดี

วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศิลปิน

ไอโกะ - ไอโกะวาดรูปกลับหัว (ไอโกะวาดรูปดอกไม้กลับหัว หันไปเห็นโอกิกำลังเอาสีเมจิกทาเล็บอยู่)
ไอโกะ - โอกิ เอาสีนั่นไปทาไม่ได้นะ เดี๋ยวก็เอาไม่ออกหรอก หม่าม้า ดูน้องสิ
แม่ - ไม่เป็นไร น้องอยากทาก็ทาไปเถอะ อย่าเอาเข้าปากก็แล้วกัน
ไอโกะ - งั้นไอโกะทาด้วย
โอกิ - สีมันไม่อร่อยใช่มั้ย หม่าม้า

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ความลับ

อันนี้ตอนไอโกะเขียน ทำท่าลับๆ ล่อๆ แม่ถามว่าเขียนอะไร ก็ไม่ยอมบอก แอบไม่ให้ดู พอตอนหลังเขียนเสร็จแล้วเผลอทิ้งไว้ เลยเสร็จแม่

ผู้ติดตาม


View My Stats