ในที่สุดโอกิก็เริ่มที่จะให้แม่อ่านหนังสือให้ฟังบ้างแล้ว เล่มที่ชอบมากเวลานี้ก็คือ วาฬใหญ่ใจดี โอกิให้แม่อ่านให้ฟังทุกคืน คืนละสามครั้ง คือจบปุ๊บก็ให้อ่านซ้ำอีกสองครั้ง
เมื่อสองสามวันก่อน แม่เดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นโอกิกำลังเอากรรไกรตัดหนังสือ วาฬใหญ่ใจดี อยู่พอดี แม่เลยเรียกโอกิ แล้วก็ถามว่า "โอกิ ทำอะไรอยู่ครับ" โอกิสะดุ้งเล็กน้อย แล้วก็เงยหน้ามองแม่แบบประเมินสถานการณ์ว่าจะเอาไงดี แม่เองก็กำลังประเมินสถานการณ์เช่นเดียวกันว่าจะทำยังไงดี แม่ก็เลยถามซ้ำว่า "โอกิตัดหนังสือทำไมครับ โอกิอยากตัดกระดาษเหรอ หม่าม้าเอากระดาษอื่นให้ตัดนะ เอามั้ย เราไม่ตัดหนังสือกันนะครับ" โอกิส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า "ก็โอกิไม่ชอบพระอาทิตย์ โอกิจะเอาพระอาทิตย์ออก"
แม่ก็เลยขอดูที่โอกิตัดออก ก็เห็นรูปพระอาทิตย์เล็กๆ ที่อยู่ปกด้านใน ป่าป๊าก็เลยบอกว่า "โอกิ วันหลังไม่ตัดหนังสือแล้วนะครับ ถ้าตัดแล้วเดี๋ยวเราก็ไม่มีอ่านนะ" โอกิตอบว่า "ก็โอกิไม่ชอบแบบนี้" ป่าป๊าก็เลยพูดใหม่ว่า "วันหลังถ้าจะตัดหนังสืออีก ต้องถามก่อนนะครับ" โอกิพยักหน้าแล้วก็ถามว่า "ถามใคร" ป่าป๊าบอกว่า "ถามหม่าม้าหรือป่าป๊าก็ได้"
พอมาคืนนี้ แม่นั่งดูทีวีอยู่ โอกิก็เรียก "หม่าม้าค้าบ โอกิตัดหนังสือได้มั้ยคับ" มือก็จับหนังสืออยู่ แล้วก็ตัดไปบางส่วนแล้ว แม่ถามว่าคราวนี้ตัดทำไม ก็ได้รับคำตอบว่า "โอกิจะเอาอันนี้ออก" ตัดเสร็จออกหนึ่งหน้า แล้วก็เอามาให้แม่ดูแล้วก็บอกว่า "โอกิตัดออกแล้ว แต่โอกิยังใช้อยู่นะ"
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
น้องชื่ออะไรดี
อีกไม่ถึงสองเดือน น้องของไอโกะกับโอกิก็จะออกมาแล้ว เรื่องที่มีคนถามมาตลอดตั้งแต่รู้ว่าแม่จะมีลูกคนที่สามก็คือ แล้วคนนี้จะให้ชื่ออะไรดี แม่กับป่าป๊าก็ยังคิดๆ อยู่ว่า จะให้ชื่ออะไรดี แต่ก็ยังไม่ได้ตกลงใจ แล้วเราก็ยังไม่รู้ด้วยว่าเป็นผู้หญิงหรือผูชาย
ป่าป๊าค่อนข้างเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิง วันก่อนก็เลยถามแม่ว่าให้ชื่อ "ไอน้ำ" เอามั้ย พอไปถามไอโกะ ไอโกะก็ไม่ค่อยชอบใจ บอกป่าป๊าว่าอยากให้เป็นญี่ปุ่นเหมือนๆ กัน
แม่ก็เลยบอกว่างั้นเอา "ยูกะ" ก็ได้ ไอโกะก็ท่าทางจะยอมรับได้ อีกวันนึงที่ป่าป๊าไปส่งทั้งสองคนที่โรงเรียน ก็ถามไอโกะอีกทีว่า ถ้าเป็นน้องสาวก็ชื่อ "ยูกะ" นะ ไอโกะก็บอกว่า "ยูกะจัง" แล้วโอกิก็สวนกลับมาว่า น้องชายโอกิก็ชื่อ "โมกุ" คิดเองเลยนะเนี่ย
ป่าป๊าค่อนข้างเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิง วันก่อนก็เลยถามแม่ว่าให้ชื่อ "ไอน้ำ" เอามั้ย พอไปถามไอโกะ ไอโกะก็ไม่ค่อยชอบใจ บอกป่าป๊าว่าอยากให้เป็นญี่ปุ่นเหมือนๆ กัน
แม่ก็เลยบอกว่างั้นเอา "ยูกะ" ก็ได้ ไอโกะก็ท่าทางจะยอมรับได้ อีกวันนึงที่ป่าป๊าไปส่งทั้งสองคนที่โรงเรียน ก็ถามไอโกะอีกทีว่า ถ้าเป็นน้องสาวก็ชื่อ "ยูกะ" นะ ไอโกะก็บอกว่า "ยูกะจัง" แล้วโอกิก็สวนกลับมาว่า น้องชายโอกิก็ชื่อ "โมกุ" คิดเองเลยนะเนี่ย
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
เสื้อผ้าเจ้าปัญหา
ตอนไอโกะเล็กๆ แม่ซื้อเสื้อผ้าอะไรให้ใส่ก็จะใส่แบบนั้น พอเริ่มโตหน่อยสักห้าขวบ ก็เริ่มที่จะเลือกเสื้อผ้าใส่เองแล้ว คราวนี้แม่จะซื้ออะไรให้ก็ต้องถามกันก่อน ถ้าซื้อมาเลยก็จะมีแบบว่าไม่ชอบ ไม่ถูกใจ ไม่ใส่เอาเหมือนกัน แม่ว่าก็คงเป็นเรื่องปกติ เด็กคนอื่นก็คงเป็นประมาณนี้
แต่โอกิไม่เหมือนเด็กคนอื่น สามสี่เดือนมานี้ (ตั้งแต่เกือบๆ จะครบวันเกิดสามขวบได้มั้ง) โอกิสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับทุกคนเป็นอันมากเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ เพราะอยู่ดีๆ ก็ไม่ยอมใส่เสื้อผ้าที่จัดให้อีกต่อไป จะเลือกเอง (เสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้ก็ไม่ถูกใจสักตัว) เลือกเองเฉยๆ ไม่เท่าไหร่ แต่นี่โอกิเลือกตัวเดิมทุกครั้ง กางเกงยีนส์ตัวเก่ง เสื้อยืดโดเรมอน ชุดนอนที่โรงเรียนสีฟ้ารูปรถ ที่บ้านสีเหลืองรูปหมี นอกเหนือจากนี้จะไม่ใส่เลย
พออาบน้ำเสร็จโอกิก็จะไปหยิบกางเกงยีนส์ตัวเก่ามาใส่ซ้ำ พอบอกว่าต้องซักก่อนก็ไม่ยอม ทะเลาะกันอยู่ตั้งนาน เอาตัวใหม่ให้ใส่ก็ไม่ใส่ แรกๆ ก็ต้องบังคับกันทั้งน้ำตา สุดท้ายจี่จี๊โชวก็เห็นใจ แก้ปัญหาด้วยการซักทันทีที่ไปอาบน้ำ แล้วตากตอนกลางคืน พรุ่งนี้เช้าแห้งแล้วก็เอามาใส่ใหม่ ชุดนอนก็เหมือนกัน เช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องซักเลย เดี๋ยวกลางคืนใส่ใหม่ เสื้อโดเรมอน แม่ก็ต้องไปหาซื้อที่เหมือนๆ กันมาหลายๆ ตัว ไม่งั้นเสื้ออื่นก็ไม่ใส่
ตอนแรกๆ ชุดที่เอาไปโรงเรียนเพื่อเอาไว้ใส่กลับบ้าน จี่จี๊ก็จะจัดเสื้ออื่นๆ ใส่กระเป๋าให้ ตอนอยู่ที่โรงเรียน โอกิก็ไม่มีทางเลือก ก็ต้องใส่แบบนั้นกลับมา แต่พอมาถึงบ้านก็จะรีบเปลี่ยนกลับเป็นตัวเก่งที่ชอบทุกครั้ง นานๆ เข้าก็รู้จัดแก้ปัญหาด้วยตนเอง พอจี่จี๊จัดกระเป๋าให้ โอกิก็จะมาตรวจดูก่อนว่า ที่จัดเสื้อผ้าให้ถูกใจหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกใจก็จะเปลี่ยนทันที ทำไมเรื่องมากอย่างนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ช่วงที่อากาศหนาวๆ ไม่รู้ว่าใครพูดอะไรยังไง อยู่ดีๆ โอกิก็ยอมเปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดเสื้อแขนยาวรูปลิง พอแม่เห็นโอกิใส่วันแรกก็ดีใจว่า เออ ยอมใส่ชุดอื่นแล้ว แล้ววันต่อๆ ก็ใส่ชุดนี้อีก แบบว่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนี้แล้วก็จะใส่จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึง ขนาดว่ามีอยู่คืนนึง โอกิฉี่ลูกไปฉี่ไม่ทัน กางเกงเปียกไปแล้ว โอกิถอดกางเกงแล้วก็ไปฉี่ส่วนที่เหลือ แม่ก็เอากางเกงใหม่มาให้ใส่ โอกิก็ไม่ยอมใส่ ร้องฮือๆ "โอกิจะใส่กางเกงลิงๆๆ" แม่บอกว่ามันเปียกแล้วนี่ไง แล้วก็ส่งให้จับดู โอกิรีบคว้าไปแล้วก็จับใส่เลย แม่ต้องดึงกลับมาแล้วก็บังคับให้ใส่ตัวใหม่แทน โอกิก็จำใจยอม แล้วก็ร้องไห้หลับไป
เรื่องเสื้อผ้านี่โอกิไม่ใช่ว่าเรื่องมากกับของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเรื่องมากกับเสื้อผ้าที่คนอื่นใส่อีกด้วย เวลาที่แม่ใส่เสื้อผ้าชุดที่โอกิไม่ชอบ โอกิก็จะบอกว่า "ไม่ชอบให้หม่าม้าใส่ชุดนี้" อยากให้ใส่ชุดนั้นชุดโน้น แต่โอกิก็บังคับแม่ไม่ได้หรอก คนที่โอกิบังคับได้ก็คือ จี่จี๊โชว จี่จี๊โชวเป็นคนสะโพกใหญ่ ต้นขาใหญ่ แต่ชอบใส่กางเกงขาสั้น จริงๆ แล้ว แม่ก็ว่าใส่แล้วมันก็ดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไปบอกว่าเขาควรจะใส่อะไรยังไง สุดท้ายโอกิก็เป็นคนจัดการเอง เพราะจี่จี๊โชวมาเล่าให้ฟังว่า เวลาใส่ขาสั้นทีไร โอกิจะไม่ยอม แล้วก็ให้จี่จี๊ไปเปลี่ยนทันที จนเดี๋ยวนี้แม่ไม่เคยเห็นใส่ขาสั้นอีกเลย
ในที่สุด ปัญหาเรื่องเสื้อผ้าของโอกิก็เริ่มมีสัญญาณในทางดีเกิดขึ้นแล้ว เมื่อสองสามวันนี้เอง เนื่องจากอยู่ดีๆ โอกิก็เกิดอาการจู๋อักเสบ คุณหมอเคยแนะนำว่าให้เปิดปลายออกมาทำความสะอาดทุกครั้ง ไม่งั้นมันจะสิ่งสกปรกจะตกค้างแล้วก็ทำให้อักเสบได้ เมื่อก่อนป่าป๊าก็จะจัดการให้ แต่หลังๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำ แม่บอกให้โอกิเปิดเองตอนอาบน้ำ โอกิก็ไม่ค่อยทำ สุดท้ายมันก็เลยอักเสบ
โอกิคงจะเจ็บมาก ฉี่ทีไรสะดุ้งเลย โดนก็ไม่ได้ แม่เอาบัวหิมะทาให้ สองวันก็หาย ทุกคนช่วยกันพูดว่า เนี่ย เป็นเพราะใส่กางเกงซ้ำๆ มันสกปรก เลยทำให้จู๋เน่าเลยนะ วันก่อนที่แม่ไปรับที่โรงเรียน นั่งมาในรถ โอกิก็บอกแม่ว่า "โอกิไม่ชอบใส่กางเกงซ้ำๆ แล้วนะ ใส่ซ้ำสองครั้ง สี่ครั้ง จู๋เน่าเลย"
แต่โอกิไม่เหมือนเด็กคนอื่น สามสี่เดือนมานี้ (ตั้งแต่เกือบๆ จะครบวันเกิดสามขวบได้มั้ง) โอกิสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับทุกคนเป็นอันมากเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ เพราะอยู่ดีๆ ก็ไม่ยอมใส่เสื้อผ้าที่จัดให้อีกต่อไป จะเลือกเอง (เสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้ก็ไม่ถูกใจสักตัว) เลือกเองเฉยๆ ไม่เท่าไหร่ แต่นี่โอกิเลือกตัวเดิมทุกครั้ง กางเกงยีนส์ตัวเก่ง เสื้อยืดโดเรมอน ชุดนอนที่โรงเรียนสีฟ้ารูปรถ ที่บ้านสีเหลืองรูปหมี นอกเหนือจากนี้จะไม่ใส่เลย
พออาบน้ำเสร็จโอกิก็จะไปหยิบกางเกงยีนส์ตัวเก่ามาใส่ซ้ำ พอบอกว่าต้องซักก่อนก็ไม่ยอม ทะเลาะกันอยู่ตั้งนาน เอาตัวใหม่ให้ใส่ก็ไม่ใส่ แรกๆ ก็ต้องบังคับกันทั้งน้ำตา สุดท้ายจี่จี๊โชวก็เห็นใจ แก้ปัญหาด้วยการซักทันทีที่ไปอาบน้ำ แล้วตากตอนกลางคืน พรุ่งนี้เช้าแห้งแล้วก็เอามาใส่ใหม่ ชุดนอนก็เหมือนกัน เช้าตื่นขึ้นมาก็ต้องซักเลย เดี๋ยวกลางคืนใส่ใหม่ เสื้อโดเรมอน แม่ก็ต้องไปหาซื้อที่เหมือนๆ กันมาหลายๆ ตัว ไม่งั้นเสื้ออื่นก็ไม่ใส่
ตอนแรกๆ ชุดที่เอาไปโรงเรียนเพื่อเอาไว้ใส่กลับบ้าน จี่จี๊ก็จะจัดเสื้ออื่นๆ ใส่กระเป๋าให้ ตอนอยู่ที่โรงเรียน โอกิก็ไม่มีทางเลือก ก็ต้องใส่แบบนั้นกลับมา แต่พอมาถึงบ้านก็จะรีบเปลี่ยนกลับเป็นตัวเก่งที่ชอบทุกครั้ง นานๆ เข้าก็รู้จัดแก้ปัญหาด้วยตนเอง พอจี่จี๊จัดกระเป๋าให้ โอกิก็จะมาตรวจดูก่อนว่า ที่จัดเสื้อผ้าให้ถูกใจหรือเปล่า ถ้าไม่ถูกใจก็จะเปลี่ยนทันที ทำไมเรื่องมากอย่างนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน
ช่วงที่อากาศหนาวๆ ไม่รู้ว่าใครพูดอะไรยังไง อยู่ดีๆ โอกิก็ยอมเปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดเสื้อแขนยาวรูปลิง พอแม่เห็นโอกิใส่วันแรกก็ดีใจว่า เออ ยอมใส่ชุดอื่นแล้ว แล้ววันต่อๆ ก็ใส่ชุดนี้อีก แบบว่าเปลี่ยนมาใส่ชุดนี้แล้วก็จะใส่จนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึง ขนาดว่ามีอยู่คืนนึง โอกิฉี่ลูกไปฉี่ไม่ทัน กางเกงเปียกไปแล้ว โอกิถอดกางเกงแล้วก็ไปฉี่ส่วนที่เหลือ แม่ก็เอากางเกงใหม่มาให้ใส่ โอกิก็ไม่ยอมใส่ ร้องฮือๆ "โอกิจะใส่กางเกงลิงๆๆ" แม่บอกว่ามันเปียกแล้วนี่ไง แล้วก็ส่งให้จับดู โอกิรีบคว้าไปแล้วก็จับใส่เลย แม่ต้องดึงกลับมาแล้วก็บังคับให้ใส่ตัวใหม่แทน โอกิก็จำใจยอม แล้วก็ร้องไห้หลับไป
เรื่องเสื้อผ้านี่โอกิไม่ใช่ว่าเรื่องมากกับของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเรื่องมากกับเสื้อผ้าที่คนอื่นใส่อีกด้วย เวลาที่แม่ใส่เสื้อผ้าชุดที่โอกิไม่ชอบ โอกิก็จะบอกว่า "ไม่ชอบให้หม่าม้าใส่ชุดนี้" อยากให้ใส่ชุดนั้นชุดโน้น แต่โอกิก็บังคับแม่ไม่ได้หรอก คนที่โอกิบังคับได้ก็คือ จี่จี๊โชว จี่จี๊โชวเป็นคนสะโพกใหญ่ ต้นขาใหญ่ แต่ชอบใส่กางเกงขาสั้น จริงๆ แล้ว แม่ก็ว่าใส่แล้วมันก็ดูไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะไปบอกว่าเขาควรจะใส่อะไรยังไง สุดท้ายโอกิก็เป็นคนจัดการเอง เพราะจี่จี๊โชวมาเล่าให้ฟังว่า เวลาใส่ขาสั้นทีไร โอกิจะไม่ยอม แล้วก็ให้จี่จี๊ไปเปลี่ยนทันที จนเดี๋ยวนี้แม่ไม่เคยเห็นใส่ขาสั้นอีกเลย
ในที่สุด ปัญหาเรื่องเสื้อผ้าของโอกิก็เริ่มมีสัญญาณในทางดีเกิดขึ้นแล้ว เมื่อสองสามวันนี้เอง เนื่องจากอยู่ดีๆ โอกิก็เกิดอาการจู๋อักเสบ คุณหมอเคยแนะนำว่าให้เปิดปลายออกมาทำความสะอาดทุกครั้ง ไม่งั้นมันจะสิ่งสกปรกจะตกค้างแล้วก็ทำให้อักเสบได้ เมื่อก่อนป่าป๊าก็จะจัดการให้ แต่หลังๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำ แม่บอกให้โอกิเปิดเองตอนอาบน้ำ โอกิก็ไม่ค่อยทำ สุดท้ายมันก็เลยอักเสบ
โอกิคงจะเจ็บมาก ฉี่ทีไรสะดุ้งเลย โดนก็ไม่ได้ แม่เอาบัวหิมะทาให้ สองวันก็หาย ทุกคนช่วยกันพูดว่า เนี่ย เป็นเพราะใส่กางเกงซ้ำๆ มันสกปรก เลยทำให้จู๋เน่าเลยนะ วันก่อนที่แม่ไปรับที่โรงเรียน นั่งมาในรถ โอกิก็บอกแม่ว่า "โอกิไม่ชอบใส่กางเกงซ้ำๆ แล้วนะ ใส่ซ้ำสองครั้ง สี่ครั้ง จู๋เน่าเลย"
วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ปากเป็นแผล
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อยู่ดีๆ มุมปากทั้งสองข้างของโอกิก็เป็นแผล คล้ายๆ เป็นปากนกกระจอก แม่เห็นหลายวันแล้วก้ไม้ได้ทำอะไรกับมัน จนพาโอกิไปทำฟัน คุณหมอก็เลยบอกให้ดูแลด้วย แม่ถามอาเน่ อาเน่ก็บอกว่าให้ลองใช้สีผึงทาปากทาดู เพราะอาเน่เคยทาแล้วหาย สีผึ้งอันนี้มันเป็นแบบโบราณ ที่คนกินหมากเขาให้ทากันปากแตก แม่ก็ใช้อยู่ เพราะปากแตกนี่แม่ลองลิปมันมาทุกยี่ห้อแล้ว ไม่เคยได้ผลเลย แต่พอใช้สีผึ้งอันนี้แล้วหายทันทีเลย
แต่ที่แม่ไม่ชอบก็คือ มันมีกลิ่นไม่น่าพิศมัย คงจะเป็นกลิ่นส่วนผสมพวกสมุนไพรตามธรรมชาติ เมื่อก่อนแม่เคยเลิกใช้ไปครั้งนึงเพราะไม่ชอบกลิ่นมันนี่แหละ แต่พอปากแตกมากๆ เข้า ก็ต้องกลับมาใช้ใหม่ เดี๋ยวนี้ก็พอทนได้แล้ว เพราะชิน
พอจะทาให้โอกิ แม่ก็กลัวว่าโอกิจะเหม็นไม่ยอมทา แม่ก็ต้องรอให้โอกิหลับก่อน แล้วก็ค่อยทา พอทาให้ตอนหลับ โอกิก็ส่ายหน้าหนี แบบว่าคงรำคาญที่มากวนตอนนอน ทาได้สองสามวันก็รู้สึกว่าดีขึ้น เหมือนจะหายแล้ว โอกิก็บอกว่าไม่เจ็บปากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่แม่ทาให้ ก็ตอนที่แปรงฟันให้โอกิเสร็จแล้ว แม่ก็เลยบอกว่า "โอกิ เดี๋ยวไปทายาที่ปากอีกครั้งนึงนะ" โอกิก็เดินมายืนนิ่งให้ทาแบบไม่อิดออด แล้วก็พูดว่า "หม่าม้า.. ยานี่มันหอมดีนะ" แม่ได้ยินแล้วก็ขำตัวเอง เฮ้อ! เรานี่ไม่ควรเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานเลยนะ
แต่ที่แม่ไม่ชอบก็คือ มันมีกลิ่นไม่น่าพิศมัย คงจะเป็นกลิ่นส่วนผสมพวกสมุนไพรตามธรรมชาติ เมื่อก่อนแม่เคยเลิกใช้ไปครั้งนึงเพราะไม่ชอบกลิ่นมันนี่แหละ แต่พอปากแตกมากๆ เข้า ก็ต้องกลับมาใช้ใหม่ เดี๋ยวนี้ก็พอทนได้แล้ว เพราะชิน
พอจะทาให้โอกิ แม่ก็กลัวว่าโอกิจะเหม็นไม่ยอมทา แม่ก็ต้องรอให้โอกิหลับก่อน แล้วก็ค่อยทา พอทาให้ตอนหลับ โอกิก็ส่ายหน้าหนี แบบว่าคงรำคาญที่มากวนตอนนอน ทาได้สองสามวันก็รู้สึกว่าดีขึ้น เหมือนจะหายแล้ว โอกิก็บอกว่าไม่เจ็บปากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่แม่ทาให้ ก็ตอนที่แปรงฟันให้โอกิเสร็จแล้ว แม่ก็เลยบอกว่า "โอกิ เดี๋ยวไปทายาที่ปากอีกครั้งนึงนะ" โอกิก็เดินมายืนนิ่งให้ทาแบบไม่อิดออด แล้วก็พูดว่า "หม่าม้า.. ยานี่มันหอมดีนะ" แม่ได้ยินแล้วก็ขำตัวเอง เฮ้อ! เรานี่ไม่ควรเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานเลยนะ
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ไม่ดีเลยนะ
วันนี้ป่าป๊าไปรับไอโกะกับโอกิที่โรงเรียน พอกลับมาบ้านก็มาเล่าให้แม่ฟังว่า พอไปถึงโรงเรียน ครูนุ่นรีบมารายงานพฤติกรรมของโอกิให้ฟังทันทีเลย ประมาณว่าอยากเล่ามาก ครูนุ่นบอกว่า ตอนกลางวัน เด็กๆ เล่นกันอยู่ในห้อง แล้วนะโมก็แย่งของเล่นเพื่อนคนอื่น โอกิเห็นก็ไปยืนเอามือกอดอก (ครูนุ่นทำท่ากอดอกให้ดูด้วย) ต่อหน้านะโม แล้วก็พูดเสียงเข้มว่า "นะโม..ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะ จะให้บอกคุณพ่อคุณแม่มั้ย" ครูนุ่นเห็นและได้ยินแล้วแทบจะขำกลิ้งไปเลย เลียนแบบคุณครูได้เด๊ะๆ เลย
พอตอนกินข้าวเย็น แม่เลยแกล้งถามโอกิว่า วันนี้ที่โรงเรียน นะโมทำอะไรไม่ดีเหรอ โอกิก็ตอบว่า "นะโมแกล้งเพื่อน" แม่ก็เลยถามต่อว่าแล้วโอกิทำยังไง โอกิก็ไม่พูด ป่าป๊าเลยเดินมาทำให้ดู แล้วก็เล่าให้อาเน่ฟังด้วย พอโอกิเห็นป่าป๊าทำท่าแล้วก็พูดเหมือนที่ตัวเองทำ ก็เอามือสองข้างปิดหน้าก้มแบบว่าอายมาก ป่าป๊าไม่น่าเอามาเล่าเล้ย ทุกคนต้องช่วยกันพูดว่า โอกิเก่งมาก โอกิทำถูกต้องแล้ว ตลกมากเลย
พอตอนกินข้าวเย็น แม่เลยแกล้งถามโอกิว่า วันนี้ที่โรงเรียน นะโมทำอะไรไม่ดีเหรอ โอกิก็ตอบว่า "นะโมแกล้งเพื่อน" แม่ก็เลยถามต่อว่าแล้วโอกิทำยังไง โอกิก็ไม่พูด ป่าป๊าเลยเดินมาทำให้ดู แล้วก็เล่าให้อาเน่ฟังด้วย พอโอกิเห็นป่าป๊าทำท่าแล้วก็พูดเหมือนที่ตัวเองทำ ก็เอามือสองข้างปิดหน้าก้มแบบว่าอายมาก ป่าป๊าไม่น่าเอามาเล่าเล้ย ทุกคนต้องช่วยกันพูดว่า โอกิเก่งมาก โอกิทำถูกต้องแล้ว ตลกมากเลย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)