วันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2549

กันน้ำ


ไอโกะ...

อาเน่เคยซื้อนาฬิกาแบบเด็กๆ เรือนละ 59 บาท ให้หนูเรือนหนึ่ง ตอนที่ได้ใหม่ๆ หนูชอบมาก แต่ใส่ไปใส่มาก็ทำหาย นานๆ ไปแล้วก็ลืม ไม่รู้เอาไว้ไหน เผลอๆ ก็เจอหล่นอยู่ตรงโน้นตรงนี้ ก็เอามาใส่ใหม่ ครั้งหนึ่ง แม่เคยเห็นหนูใส่นาฬิกา แล้วก็เล่นน้ำในอ่างล้างมือ แม่ก็เลยเตือนว่า นาฬิกาไอโกะน่ะมันไม่ได้กันน้ำนะ เล่นๆ กับน้ำแบบนั้น เดี๋ยวน้ำมันเข้า นาฬิกาก็จะเสียนะ

เมื่อไม่นานมานี้ ไอโกะได้นาฬิกาเด็กเล่นเรือนใหม่จากใครก็ไม่รู้ แต่อยู่ๆ วันหนึ่งหนูก็บอกกับแม่ว่า "หม่าม้า...ไอโกะคิดว่านาฬิกาอันนี้มันน่าจะกั้นน้ำได้นะ" แม่ฟังแล้วก็ขำ รีบบอกหนูว่า "เค้าเรียกว่ากันน้ำ ไม่ใช่กั้นน้ำ แล้วแม่ก็ว่ามันกันน้ำไม่ได้หรอก ใครบอกไอโกะว่ามันกันน้ำได้" หนูก็ตอบว่า "ไม่ได้มีใครบอกหรอก ก็ไอโกะลองเอาน้ำลายถูๆ มันก็ไม่เป็นไรนี่" *-*

วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2549

สอนน้อง


วันนี้แม่ไปเยี่ยมอาม่าที่แม่กลองกับอี๊นิจ พอกลับมาตอนเย็น อาเน่เล่าให้ฟังว่า วันนี้ไอโกะสอนให้โอกิเดินได้ 2-3 ก้าว แล้ว แม่ถามไอโกะว่าสอนน้องเดินเหรอ ไอโกะก็พยักหน้า แล้วก็รีบอวดด้วยความภูมิใจว่าน้องเดินตั้งแต่ตรงนี้ไปตรงโน้นแน่ะ ซึ่งพอแม่ถามป่าป๊าแล้ว ป่าป๊าบอกว่าเดินนิดเดียวเท่านั้นเอง

แม่รู้สึกว่าไอโกะรักน้องมาก คอยดูแล เป็นห่วง เวลาเล่นกัน ไอโกะก็รู้จักเอาใจน้อง ทำให้โอกิหัวเราะร่าเป็นประจำ แม้โอกิจะแย่งของเล่นไอโกะบ้าง แต่พอบอกให้น้องเล่นก่อน ไอโกะก็จะยอมเกือบทุกครั้ง

เวลาโอกิร้องไห้หาแม่ ไอโกะก็จะพยายามพูดกับโอกิอย่างเป็นเรื่องเป็นราวว่า “โอกิคร้าบ ไม่ต้องร้องนะคร้าบ เดี๋ยวหม่าม้าก็มาแล้วนะคร้าบ” แล้วไอโกะก็จะบอกแม่ว่า “หม่าม้า...โอกิอยากหาหม่าม้า หม่าม้าอุ้มน้องสิ” ล่าสุดอาเน่เล่าให้ฟังว่า โอกิร้องไห้เสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหล อาเน่ก็เลยบ่นว่า “เอ้า...ร้องเข้าไป อยากร้องก็ร้องเลย” ไอโกะรีบเดินมาบอกน้องว่า “โอกิคร้าบ...ร้องไห้ทำไมคร้าบ ไม่ต้องร้องนะคร้าบ น้ำตาไม่ได้แก้ปัญหานะคร้าบ” แม่ฟังแล้วก็อึ้งไปเลย ถามไอโกะว่าใครบอกคะ หนูทำคิ้วขมวดเหมือนแม่นี่ถามอะไรไม่เข้าท่า แล้วก็บอกว่า “อ๊าว..ก็คุณครูบอกไง” ไอโกะน่ะแบบนี้ทุกทีเลย พูดรู้เรื่อง เข้าใจทุกอย่าง แต่เวลาปฏิบัติเองนี่ไม่ได้เรื่องเลย เวลามีปัญหาอะไร ไอโกะร้องไห้ก่อนทุกครั้งเชียว

วันพุธที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2549

พูดไม่ได้ แต่รู้เรื่องนะ


โอกิ...

ทำไมโอกิไม่ยอมเดินเสียทีนะครับ ไม่ยอมพูดด้วยนะครับ แล้วก็ไม่ยอมนอนยาวๆ ด้วย แม่ต้องอุ้มโอกินอนด้วยกันทั้งคืนเลย วางได้แป๊บเดียวหนูก็รู้สึกตัวร้องโวยวาย ต้องอุ้มไว้กับอกดูดนมกันทั้งคืนเลย ทุกเช้าแม่จะปวดเมื่อยไปทั้งตัว เพราะนอนไม่สบายเลย เมื่อไหร่หนอ หนูจะยอมให้แม่นอนสบายๆ สักสามชั่วโมงก็ยังดี

นี่ดีว่าหนูเป็นลูกคนที่สองแล้วนะ แม่ก็พอจะอดทนได้ ถ้าเป็นคนแรก แม่คงรู้สึกทุกข์ทรมานกว่านี้ แต่การที่แม่ไม่ค่อยได้นอนนี่ก็เป็นเรื่องดี ที่ทำให้แม่ลดน้ำหนักไปได้เยอะทีเดียว ทำให้แม่กินของอร่อยได้เต็มที่โดยไม่อ้วนเลย ตั้งแต่ตอนที่แม่คลอดไอโกะ น้ำหนักแม่ก็จะเกินกว่าก่อนท้องมา 3 กิโล ซึ่งพยายามลดเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ แตปรากฎว่าพอคลอดโอกิแล้ว โอกิก็ไม่ค่อยยอมให้แม่นอนสบายๆ ทำให้น้ำหนักแม่ลดลงไปเท่าเดิมก่อนจะท้องไอโกะอีกแน่ะ

แม้ว่าโอกิจะไม่พูด แต่ก็ฟังรู้เรื่อง และเข้าใจอะไรๆ พอสมควร อย่างคืนก่อนที่อยู่ดีๆ โอกิก็คลานเข้าไปที่ห้องน้ำคนเดียว ปกติเวลาที่ทุกคนเข้าห้องน้ำไปแปรงฟัน โอกิก็มักจะคลานเข้าไปขอมีส่วนร่วมด้วยเสมอ แต่คราวนี้ไม่มีใครอยู่เลย ไฟก็ปิด แต่โอกิคลานดึ๊บๆ ไปคนเดียว แม่บอกไอโกะว่า ไปแอบดูโอกิซิว่าเข้าไปทำอะไรในห้องน้ำคนเดียว แม่แอบดูก็เห็นโอกินั่งอยู่ สักพักก็คลานออกมาหาแม่ แม่ก็อุ้มขึ้นมากินนม แล้วก้ได้กลิ่นตุๆ เปิดก้นดูถึงรู้ว่าโอกิอึเสร็จเรียบร้อยแล้ว แม่เลยถามว่า “อ๋อ โอกิปวดอึใช่มั้ย ถึงคลานไปห้องน้ำน่ะ แม่ไม่รู้เรื่องเลย” โอกิก็ร้อง “อื้อๆๆๆ” ตามเคย

น้ำหมด




วันก่อนแม่ขับรถไปเติมน้ำมัน ปกติแม่จะพยายามเลือกเติมปั๊มที่เค้าแถมน้ำให้ด้วย พอดีว่าน้ำในรถก็เหลือขวดสุดท้าย แม่ก็เลยไปเติมปั๊มเชลล์ที่แถมน้ำ พอเติมเสร็จ เด็กปั๊มก็เอาน้ำมาส่งให้ ไอโกะถามแม่ว่า “หม่าม้า...ทำไมเค้าเอาน้ำให้หม่าม้าล่ะ เค้ารู้เหรอว่าน้ำเราหมดแล้ว”

กูเจินเล่าให้แม่ฟังว่า กูเจินชงชาเย็นมากิน พอไอโกะเห็นก็อยากกินด้วย กูเจินเลยบอกว่า ให้ไอโกะกินแค่คำเดียวนะ ไอโกะก็รับคำ ดูดเสร็จแล้วก็วาง พอกูเจินเดินขึ้นข้างบนลงมาอีกที ปรากฎว่าชาเย็นของกูเจินหมดไปจนเหลือก้นถ้วยนิดเดียว กูเจินเลยถามว่า “ไอโกะแอบกินน้ำกูเจินอีกเหรอ” หนูก็ทำหน้าตายบอกว่าไม่ได้กิน พอถามว่าใครกินก็บอกว่าไม่รู้ กูเจินก็เลยบ่นๆ ว่าใครนะแอบกิน พออาเน่ถามว่าเรื่องอะไรกัน กูเจินก็เลยบอกอาเน่ว่า “เนี่ย ไม่รู้ว่าใครแอบกินชาเย็นจนหมดเกลี้ยงเลย” ไอโกะรีบเถียงทันทีว่า “ยังไม่หมดนะ กูเจิน ยังเหลืออีกนิดหน่อย” 5555

พอแม่รู้เรื่องก็เลยต้องเรียกหนูมาบอกว่า วันหลังถ้ากินก็ต้องยอมรับว่ากิน ห้ามโกหกผู้ใหญ่อีก หนูก็ทำหน้าจ๋อยๆ และพยักหน้าว่าคราวหลังจะไม่ทำแบบนี้อีก

วันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2549

วันพ่อ

ไอโกะ...

ใกล้ถึงวันพ่อแล้ว คุณครูคงจะสอนให้เด็กๆ วาดรูปเพื่อแสดงความรักกับพ่อ กลับมาจากโรงเรียนไอโกะก็ตั้งใจวาดอย่างสุดฝีมือ แล้วก็พับขยุกยู่ยี่มาให้ป่าป๊า แล้วก็บอกว่า “ไอโกะเขียนจดหมายให้ป่าป๊า”



เดี๋ยวนี้เวลาไอโกะอยากเขียนคำว่าอะไรก็มักจะถามว่าเขียนยังไง แล้วให้คนอื่นบอกตัวอักษรทีละตัว ส่วนใหญ่ก็หนูก็จะเขียนได้เกือบทถกตัวแล้ว ยกเว้นตัวยากๆ แปลกๆ ที่ไม่ค่อยได้เขียนบ่อย อย่างเช่นวันนี้หนูถามแม่ว่า ก็ เขียนยังไง แม่บอกว่า ก.ไก่ แล้วก็ ไม้ไต่คู้อยู่ข้างบน หนูก็ทำหน้าสงสัย ถามว่า “ยังไงล่ะหม่าม้า” แม่กำลังให้นมน้องอยู่ก็เลยทำมือวนๆ ในอากาศแล้วก็บอกว่า เหมือนเลขแปดไทยไง แล้วหนูก็ก้มลงไปเขียนแล้วเอาผลงานมาส่งแบบนี้



หนูบอกให้แม่อ่าน แม่ก็อ่านว่า “หนูรักพ่อ รักโอกิ รักแม่” ไอโกะรีบบอกว่าไม่ใช่ แล้วอ่านให้ฟังใหม่ว่า “หนูรักพ่อ พ่อรักโอกิ แม่ก็รักโอกิ”

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

โอกิเองครับ



โอกิ...

แม่ไม่ค่อยได้เขียนไดอารี่เกี่ยวกับโอกิเลยนะครับ เพราะแม่ไม่มีมุขเลย ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร เพราะโอกิยังพูดไม่ได้ ก็เลยไม่มีเรื่องอะไรจะเขียน ตอนที่แม่เริ่มเขียนเรื่องของเจ๊ไอโกะนั่น ก็เป็นตอนที่เจ๊ไอโกะเริ่มจะพูดได้บ้างแล้วเหมือนกัน

แม่คิดว่าแม่คงจะเริ่มมีอะไรที่พอจะเขียนเกี่ยวกับโอกิได้บ้างแล้วล่ะ

เวลานี้โอกิอายุ 1 ขวบ กับ 1 เดือนแล้ว น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มากๆ 8 โลนิดหน่อย น้ำหนักเท่ากับเด็ก 7-8 เดือนเลย ตอนแรกแม่ก็กลุ้มๆ เหมือนกัน แต่ก้ไม่รู้จะทำยังไง ก็หนูเป็นคนกินไม่เก่ง นอนไม่เก่ง ก็เลยไม่ค่อยโตมั้ง

แล้วก็ยังไม่ยอมเดิน ไม่ยอมพูด ติดแม่หนึบเป็นตังเม หนูยังตื่นทั้งคืน แทบทุกชั่วโมง แม่เฝ้าแต่รอว่าเมื่อไหร่หนูจะนอนได้ยาวสัก 3 ช.ม.บ้าง แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีความหวังเลย แต่ก็ช่างเถอะ เพราะนอกนั้นแล้ว หนูก็เป็นเด็กน่ารักมาก ร่าเริง แจ่มใส หัวเราะเอิ๊กอ๊ากได้ตลอด เวลามีคนเล่นด้วยถูกใจ

หนูชอบเล่นกับเจ๊ไอโกะมาก เวลาหนูสองคนเล่นกัน หัวเราะสนุกทั้งคู่ น่ารักมากๆ เลย ใครเห็นก็อมยิ้มชอบใจ

จี่จี๊โช เป็นองครักษ์พิทักษ์โอกิโดยเฉพาะ คุยกันรู้เรื่อง โอกิสั่งได้ทั้งๆ ที่พูดไม่เป็นนี่แหละ แม่คิดว่าโอกิอาจจะกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเลือกภาษาอะไรเป็น ภาษาแม่ดี ระหว่างพม่ากับไทย แม่คิดว่าหนูได้ยินทั้งสองภาษามากพอๆ กัน เพราะทุกวันนี้เจ๊ไอโกะก็พูดพม่าคล่องขึ้นมาก เท่าที่แม่สังเกต หนูฟังรู้เรื่องทั้งสองภาษาเลย

ในระหว่างที่ยังตัดสินใจไม่ได้นี้ โอกิก็จะใช้เสียง ฮื่อๆ ประกอบกับการใช้นิ้วชี้ ในการเรียกร้องสิ่งที่ตัวเองต้องการ พร้อมกับการร้องไห้อย่างไม่ลืมหูลืมตาในบางครั้ง ซึ่งเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว โอกิจะปิดสวิทช์เสียงร้องได้ในทันทีทันใดเช่นกัน ไม่เป็นไรนะครับ ตอนนี้ยังพูดไม่ได้ ก็ร้องไปก่อน แต่ถ้าพูดได้เมื่อไหร่ แล้วยังร้องไม่มีเหตุผลอีก คงต้องมีมาตรการอื่นแล้วนะครับ

วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ไอโกะเปลี๊ยนไป๋


ไอโกะ..

แม่หาเรื่องวุ่นวายมาทำจนไม่มีเวลาเขียนไดอารี่ของหนูเลย ขาดจังหวะไปเป็นเดือนๆ เลย โชคดีที่ในระหว่างกำลังทำเรื่องยุ่งๆ นี้ ทำให้แม่ได้มาเจอบ้านใหม่คือ blogger แทน diaryland ที่ blogger นี่ใช้งานง่าย เหมาะกับคนชอบอะไรง่ายๆ สบายๆ แบบแม่ แถม upload รูปหนูได้สะดวกด้วย ทำให้แม่มีอารมณ์อยากเขียนไดอารี่ขึ้นมาอีก

เดือนนี้หนูอายุครบ 4 ขวบเต็มแล้ว ใครๆ ที่ไม่ได้เห็นหนูนานแล้ว พอมาเจอก็จะบอกว่า “ไอโกะ เปลี๊ยนไป๋” คือ ดูน่ารักขึ้นกว่าเดิม บางคนถึงกับชมเลยว่า “ไม่น่าเชื่อว่าไอโกะจะสวยกว่าตอนเด็กๆ ตั้งเยอะ” จริงๆ แล้วเรื่องหนูดูดีขึ้นนี่ ป้าบุษกรที่อยู่ข้างบ้านเป็นผู้จุดประกายก่อนใครเพื่อน ตั้งแต่ลูกเป็ดขี้เหร่เริ่มโตขึ้น เพราะแกพูดตรงๆ เลยว่า “ไอโกะนี่โตแล้วสวยแล้ว ไม่เหมือนตออนล็ก ขี้เร้ ขี้เหร่”

แม่เลยต้องไปค้นรูปเก่าๆ มาเปรียบเทียบดูว่า ไอโกะเปลี่ยนไป จริงอย่างที่ทุกคนพูดหรือเปล่า หนูลองดูเอาเองแล้วกันนะว่าเป็นยังไง





ผู้ติดตาม


View My Stats