วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2554

โอกุอดนมกลางคืน

เมื่อวันก่อนแม่ทดลองให้โอกุงดนมตอนกลางคืนเป็นครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ คือคิดว่าจะลองดูเฉยๆ ก่อนหน้านี้ ตอนโอกิ แม่เคยพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ โอกิก็เลยกินนมแม่ทั้งกลางวันกลางคืนตลอดไปจนหย่านมเลย พอถึงโอกุแม่ก็เลยไม่ได้คิดว่าจะให้งดนมกลางคืน อาจจะเป็นเพราะเป็นคนที่สาม มันเป็นความเคยชินไปแล้ว ที่แม่จะต้องหลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืนไปพร้อมๆ กับลูกๆ ทุกคน ที่เคยหวังลึกๆ ว่าโอกุจะหลับยาวทั้งคืนสักคนก็ยังดี ก็ปรากฎว่าผ่านไปสองปีโดยไม่มีทีท่าว่าจะเป็นไปได้

จะว่าไปเหตุการณ์มันออกจะแย่กว่าเดิม คือหลังๆ นี่ โอกุยิ่งตื่นบ่อยกว่าเดิม ห้าทุ่ม ตีหนึ่ง ตีสาม ตีสี่ ตีห้า แล้วก็ต้องขอกินนมทุกครั้งที่ตื่นด้วย แม้ว่าแม่จะนอนให้โอกุกินนมได้ แต่มันก็ทำให้แม่ปวดเมื่อยไปทั้งตัวอยู่ดี

น่าเสียดายที่แม่ไม่ได้อัดเสียงโอกุเอาไว้ตอนที่แม่ไม่ยอมให้โอกุกินนม เก็บไว้ฟังตอนโตๆ น่าจะดี คืนแรกโอกุตื่นห้าทุ่มกว่า พอแม่ตัดสินใจว่าลองดูแม่ก็เลยไม่ให้กิน (แม่ไม่ได้เตี๊ยมกับป่าป๊าก่อนล่วงหน้าเหมือนทุกทีด้วยนะ) โอกุร้องไห้คร่ำครวญเป็นการใหญ่ "ฮือๆๆ หม่าม้าขอกินมิ้วหน่อยๆ ๆ ๆ" แม่ไม่ให้กิน โอกุก็ร้องจะกิน ป่าป๊าช่วยส่งเสียงดุมาในความมืดว่า "หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ นอนได้แล้วครับโอกุ" "ถ้าโอกุร้องไห้อีก จะต้องมานอนกับป่าป๊าแทนนะ" ได้ผลพอสมควร คือ โอกุหยุดร้องไห้ น้ำเสียงกลั้นพยายามที่จะไม่ร้องไห้อย่างเต็มที่ แต่ปากก็ยังอ้อนวอนว่า "หม่าม้า..ขอกินมิ้วหน่อย"

แม่บอกว่ากินไม่ได้แล้ว กลางคืนต้องนอน ตอนเช้าค่อยกิน โอกุก็เลยเปลี่ยนเป็น "หม่าม้าอุ้มหน่อย" แม่อุ้มโอกุพาดบ่า เดินตบหลังเบาๆ ช่วยกล่อมให้หลับ ประมาณ 5 นาที พอโอกุเงียบ แม่คิดว่าหลับแล้ว ก็วางลงบนที่นอน ปรากฎว่าโอกุยังไม่หลับ ยกมือส่ายหน้าแบบกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ว่า "ไม่เอา ไม่นอนตรงนี้" แล้วก็เอามือวางบนโซฟาบอกว่า "นอนนี้กั่ว" (นอนตรงนี้ดีกว่า) โอกุอยากนอนบนโซฟากับแม่นั่นเอง (คงหวังว่าถ้าแม่นอนกอด อาจจะฟลุกได้กินนมมั้ง)

แม่บอกกับโอกุว่า "นอนตรงนี้ก็ได้ แต่นอนเฉยๆ นะ กินนมไม่ได้" โอกุก็พยักหน้า แม่ก็เลยนอนข้างๆ โอกุนอนตะแคงหันหน้าไปอีกข้างหนึ่ง แม่ตบก้นให้เบาๆ คิดว่าโอกุจะหลับ พอแอบดูก็เห็นว่ายังไม่หลับ นอนลืมตาในความมืด น่าสงสารจริงๆ แม่เปลี่ยนเป็นอุ้มโอกุมานอนบนตัวแล้วก็ลูบหลังให้แทน สักพักก็หลับ แม่เลยอุ้มไปวางบนที่นอนโอกุเหมือนเดิม

ได้สักชั่วโมง โอกุก็ตื่น ปีนขึ้นมาหาแม่ "หม่าม้า ขอกินมิ้วหน่อย" "หม่าม้า กุอยากกินมิ้ว" แม่ไม่ให้กิน แต่คราวนี้โอกุไม่ยอมนอนกับแม่แล้ว ปีนลงไปนอนที่นอนตัวเอง แม่แอบมองคิดว่าโอกุจะหลับ แต่ปราฎว่าโอกุนอนลืมตามองเพดาน แต่ไม่ร้องไห้แล้ว น่าสงสารมากๆ แม่เกือบใจอ่อนแล้วเชียว

คืนนั้นโอกุตื่นขอกินนมทั้งคืน แต่แม่ก็ไม่ได้ให้กินสักครั้ง เป็นอันว่าแม่ใจแข็งไม่ยอมให้โอกุกินนมกลางคืนได้สำเร็จไปหนึ่งคืน จนกระทั่งเช้าแม่ก็เลยบอกโอกุว่า "เช้าแล้วครับ กินมิ้วได้แล้ว โอกุอยากกินมั้ย" โอกุพยักหน้าดีใจ ปีนขึ้นมานอนกินนมอย่างมีความสุข

คืนวันที่สอง แม่ก็ย้ำกับโอกุก่อนนอนว่า กินก่อนนอน แล้วกลางคืนตื่นมากินไม่ได้แล้วนะ จนกว่าจะเช้า โอกุก็พยักหน้า โอกุตื่นครั้งแรกตอนใกล้ๆ สี่ทุ่ม แม่ยังนั่งทำงานอยู่ โอกุเดินมาหาแม่เงียบๆ ส่งเสียงเรียก "หม่าม้า" แม่เลยอุ้มโอกุขึ้นมาแล้วพาไปนอนด้วยกัน โอกุไม่ร้องขอกินนมเลย น่ารักมากๆ

ตื่นครั้งที่สองแม่นอนแล้ว โอกุปีนขึ้นมานอนกับแม่ส่งเสียงฮึดฮัดพยายามจะเปิดเสื้อ แม่บอกโอกุว่า กลางคืนแล้วต้องนอนนะครับ กินนมไม่ได้ เดี๋ยวเช้าค่อยกินนะ โอกุก็หลับไปโดยดี คืนที่สองนี้โอกุยังตื่นหลายครั้ง แต่ไม่ได้ร้องไห้ทรมานเหมือนวันแรก ปีนขึ้นมาหาแม่ แล้วพอรู้ว่าไม่ได้กินนมแน่ๆ ก็ปีนลงไปนอนเองหลายครั้ง ไม่น่าเชื่อว่าโอกุจะยอมรับสภาพได้ง่ายอย่างที่คาดไม่ถึงเช่นนี้

เช้าของคืนวันที่สอง โอกุตื่นแล้วก็ไปปลุกป่าป๊าโดยการเขย่าขาป่าป๊าให้ตื่น (แม่ไม่รู้หรอก ป่าป๊าเล่าให้ฟังทีหลัง) แล้วก็กลับมาปีนหาแม่ คราวนี้ได้กินนมแล้ว มีความสุขจริงๆ

เมื่อคืนนี้เป็นคืนที่สาม โอกุก็ตื่นหลายครั้งเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนจะทำใจได้แล้ว ปีนขึ้นมาหาแม่แล้วไม่ได้กิน ก็ปีนลงไปนอนเอง มีหงุดหงิดบ้างเล็กน้อย ร้องไห้นิดหน่อย แต่ก็ผ่านคืนที่สามไปได้ด้วยดี สรุปว่าโอกุทำได้ดีกว่าที่แม่คิดเยอะทีเดียว แม่ดีใจจริงๆ :)

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

โอกุสองขวบ

หลังๆ นี้แม่ไม่ได้เขียนบล็อกเลย เวลานึกอยากจะเขียนก็ไม่ค่อยจะว่าง มีเหตุให้ต้องทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา ในใจก็รู้สึกผิดว่าไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับโอกุเท่าไหร่เลย เดี๋ยวโตๆ ไป โอกุไม่มีเรื่องของตัวเองอ่านเหมือนพี่ๆ จะน้อยใจมั้ย แต่เป็นลูกผู้ชายก็ไม่ควรจะขี้น้อยใจหรอกนะแม่ว่า

เผลอแป๊บเดียวโอกุก็ครบสองขวบแล้ว พูดเยอะเชียวล่ะตอนนี้ ตอนขวบครึ่งไปหาคุณหมอเดือนเพ็ญ โอกุก็ยังไม่ค่อยจะพูด ไม่เรียกแม่ เรียกใครเลย จนคุณหมอเกริ่นๆ ว่า จะให้ไปฝึกพูดแล้ว เพราะกลัวจะพูดช้า แต่โอกุก็ไม่ต้องทำให้แม่เสียตังค์ เพราะตอนขวบเก้าเดือนก็เริ่มจะอยากพูดแบบจริงๆ จังๆ สอนอะไรก็พยายามพูดตาม จนตอนนี้เริ่มจะพูดไม่หยุดแล้ว

วันก่อนแม่พาโอกุไปรับไอโกะกับโอกิที่แหลมคม ตอนนั่งรถกลับบ้าน ไอโกะกับโอกิกินขนมกันหลังรถ โอกุอยากกินด้วย แต่ตัวเองนั่งอยู่ในคาร์ซีทไปร่วมกับเขาไม่ได้ เลยต้องโวยว่า "ไอโกะแบ่งน้องด้วย" ไอโกะก็บอกว่าเดี๋ยวถึงบ้านก่อนแล้วค่อยกิน โอกุฟังไม่เข้าใจหรือไม่ได้ยินก็ไม่รู้ พูดซ้ำว่า "ไอโกะแบ่งน้องด้วย" โอกิเลยต้องลุกมาบอกว่า "เดี๋ยวถึงบ้านแล้วเฮียกิแบ่งให้นะ" คราวนี้โอกุเข้าใจแล้วเลยพยักหน้าบอกกับโอกิว่า "สุดยอด" รู้จักจำคำพูดแบบนี้มาใช้ด้วยนะ

วันเกิดโอกุปีแรกมีขนมเค้ก แต่โอกุก็กินไม่ได้ เพราะแพ้นมเนย ปีนี้แม่เลยเปลี่ยนเค้กวันเกิดโอกุเป็นวุ้นแทน หน้าตาเหมือนขนมเค้ก ถูกกว่าเยอะเลย อร่อยด้วยนะ แต่โอกุก็ไม่กินอยู่ดี จะเอาแต่หั่นเล่นอย่างเดียว ตอนขวบหนึ่งโอกุไม่ทันได้เป่าเค้กของตัวเอง เพราะโอกิแย่งเป่า ปีนี้ป่าป๊าเตือนโอกิไว้ก่อนว่าห้ามแย่งน้องเป่า แต่โอกุก็ยังเป่าไม่เป็น เลยเสร็จโอกิเหมือนเดิม

เนื่องจากโอกุยังเล็กเกินกว่าจะรู้จักของขวัญวันเกิด แม่ก็เลยไม่ได้คิดจะซื้ออะไรให้ แต่บังเอิญว่าวันนั้นแม่ไปซีคอนเจอร้านขายของญี่ปุ่นเปิดใหม่อีกร้านหนึ่ง 60 บาททุกชิ้น ก็เลยเข้าไปเดินดูเล่นๆ แล้วก็เห็นบัวรดน้ำเป็นรูปช้างอันเล็กๆ น่ารัก น่าจะเหมาะกับโอกุดี เลยเอามาอันหนึ่ง แล้วก็เจอนาฬิกาข้อมือสีชมพู ไอโกะคงชอบ แต่ถ้าไอโกะได้ แล้วโอกิไม่ได้ สถานการณ์คงไม่ค่อยดี แม่เลยต้องซื้อสีฟ้ามาอีกอันสำหรับโอกิ ในใจก็คิดว่าโอกิอาจจะไม่ชอบ แต่ถ้าไม่มีโอกิต้องโวยแน่ๆ

ไอโกะเห็นนาฬิกาก็ถูกใจ ส่วนโอกิเห็นตอนแรกไม่ถูกใจเท่าไหร่ แต่พอกลับมาบ้านตอนเย็น ใส่มาอวดแม่แล้วก็สารภาพว่า "ตอนแรกโอกิก็ไม่ค่อยจะชอบ แต่ไปๆ มาๆ ตอนนี้ชอบมากเลย"

แต่ที่โอกิถูกใจมากกว่าก็คือ บัวรดน้ำรูปช้างของโอกุนั่นเอง โอกุยังไม่ทันเห็นเลย โอกิรีบเอาไปรดน้ำก่อนเชียว แม่ต้องเตือนว่าของน้องนะ โอกิถึงเอามาคืน โอกุก็ถูกใจเช่นกัน เอาไปรดน้ำสนุกเลย โอกิยังบอกแม่อีกด้วยว่า "วันเกิดโอกิคราวหน้าโอกิอยากได้ช้างรดน้ำแบบนี้เหมือนน้องนะ"



วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ปีใหม่ 2554

ปีใหม่ปีนี้เราไปเที่ยวเขาใหญ่กันโดยบังเอิญ เพราะว่าแม่กับป่าป๊ามีงานยุ่งกันทั้งสองคน เลยไม่ได้วางแผนว่าจะไปไหนกันดี แต่คงจะเป็นโชคดีของทั้งสามคน เพราะเพื่อนป่าป๊าจองที่พักที่เขาใหญ่ไว้สองคืนแล้วไปไม่ได้ เขาก็เลยยกให้ พวกเราก็เลยได้ไปนอนค้างบนเขาใหญ่กันสองคืน 28-29 ธ.ค. ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะเป็นวันกลางสัปดาห์ที่คนยังไม่ค่อยเยอะนัก อากาศก็หนาวกำลังดี

ไอโกะดูเทอร์โมมิเตอร์หน้าห้องพักได้ 14 องศา

บ้านพักที่เราได้เป็นบ้านสองห้องนอน ไม่หรูหรา แต่สะดวกสบายมาก แม่ชอบมาก เพราะห้องมันกว้างมีที่วางของเยอะดี นอกจากเพื่อนป่าป๊าจะให้ที่พักแล้ว ยังให้ยืมเต๊นท์มากางอีกด้วย ตอนแรกโอกิก็ทำท่าลังเลว่าจะนอนเต๊นท์หรือนอนในบ้านดี แต่ไอโกะอยากนอนเต๊นท์ โอกิก็เลยตามไอโกะ สรุปว่าไอโกะ โอกิ กับป่าป๊านอนเต๊นท์หน้าบ้านกันสามคน แม่กับโอกุนอนในบ้านหนึ่งห้อง ส่วนอีกห้องหนึ่งอาเน่นอนกับพี่สิเอ

เรานอนที่เขาใหญ่สองคืนแล้วก็กลับกรุงเทพ เปลี่ยนกระเป๋าแล้วก็ไปนอนที่แม่กลองอีกสองคืน คืนวันที่ 30 มีงานเลี้ยงปีใหม่ คิ้วใหญ่เอาของเล่นจาก 20 shop มาแจกเด็กๆ ลังใหญ่เลย เด็กเส้นทั้งสามคนก็เลยส้มหล่น ได้ของเล่นอีกหลายอย่าง โอกิเล่นจานบินหมุนๆ แล้วกระแทกเข้าหน้าตัวเอง ตรงกลางระหว่างคิ้วทั้งสองข้าง เป็นแผลเล็กๆ แม่ไม่เห็นเหตุการณ์ ไม่รู้ว่าโอกิร้องไห้หรือเปล่า มาเห็นร่องรอยเอาตอนที่กลับกรุงเทพแล้ว

อาเน่เล่าให้ฟังว่า อาเน่บอกกับโอกิว่า "โชคดีนะที่มันไม่โดนตาโอกิ ถ้าโดนตาล่ะก็ตาบอดแน่ๆ เลย" โอกิฟังอาเน่แล้วก็ตอบว่า "โอกิว่าโอกิก็โชคดีนะที่มีตาสองข้าง ถ้าบอดไปข้างนึงก็ยังเหลืออีกข้างนึง"

ผู้ติดตาม


View My Stats