วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เข้าใจผิด


โอกิครับ

ช่วงนี้อาม่าไม่สบาย ต้องอยู่โรงพยาบาล แม่เลยต้องไปโรงพยาบาลทุกวัน กว่าจะกลับก็ค่ำแล้ว พอฟ้าเริ่มมืด โอกิก็จะเริ่มคิดถึงแม่ งอแง อารมณ์ไม่ดี เมื่อวานนี้ป่าป๊าซื้อเสื้อเหลืองมาให้ไอโกะใหม่ตัวหนึ่ง ป่าป๊าเรียกไอโกะให้มาลองเสื้อใหม่ พอเห็นไอโกะลองเสื้อ โอกิก็อยากลองบ้าง เดินวนไปวนมาปากก็บอกว่า "ลอง..ลอง..ลอง" ไม่หยุดจนป่าป๊าต้องบอกให้ไอโกะถอดเสื้อให้โอกิลองด้วย พอได้ลอง โอกิชอบใจมาก เดินยิ้มถูกใจ ไม่ยอมถอด ไอโกะซึ่งเป็นเจ้าของตัวจริงก็เริ่มไม่สบอารมณ์ "ทำไมน้องไม่คืนเสื้อไอโกะเสียที" ป่าป๊าพยายามจะหว่านล้อมขอให้ถอดเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล จนสุดท้ายป่าป๊าเลยบอกว่า "ถ้ายังงั้น หม่าม้ากลับมาเมื่อไหร่ ต้องถอดคืนเจ๊ไอโกะเลยนะครับ" พอได้ยินชื่อหม่าม้า โอกิก็หยุดคิดนิดนึง แล้วก็บอกให้ "ถอด..ถอด" โดยดี พอถอดเสื้อเสร็จ โอกิก็พูดว่า "หม่าม้า..หม่าม้า.." แล้วก็เริ่มจะงอแงเมื่อหาแม่ไม่เจอ ป่าป๊าบอกว่าโอกิเข้าใจผิด นึกว่าถ้าถอดเสื้อเมื่อไหร่ จะได้เจอแม่นั่นเอง เพราะทุกครั้งเวลาป่าป๊าต่อรองอะไร ก็จะใช้วิธีคล้ายๆ กันแบบนี้ คือ "ถ้าหยุดร้องไห้ ถึงจะพาไปหม่าม้า" "เอาขยะไปทิ้งก่อน จะได้ขึ้นไปหาหม่าม้า"

มีอยู่ครั้งนึงที่ป่าป๊ากับแม่เปลี่ยนรถกันใช้ เพราะป่าป๊าจะเอารถแม่ไปขนของ วันนั้นป่าป๊ากลับถึงบ้านก่อน ทุกครั้งที่แม่เลี้ยวรถเข้าบ้าน โอกิจะรออยู่ตรงหน้าต่าง แล้วก็ยิ้มรอด้วยความดีใจ คราวนี้แทนที่จะเห็นแม่ กลายเป็นป่าป๊าแทน โอกิรีบเดินไปที่ประตู ป่าป๊าบอกว่าโอกิเดินสวนป่าป๊าออกไปเลย ไม่มีทักทาย แล้วเรียกหา "หม่าม้า..หม่าม้า.." ป่าป๊าต้องตามไปอุ้มโอกิกลับมาแล้วบอกว่า "หม่าม้ายังไม่กลับครับ หม่าม้าไปรับเจ๊ไอโกะ" ป่าป๊าเล่าว่าพอเข้ามาในบ้านแล้ว โอกิก็ยังทำใจไม่ได้ พอทุกคนเผลอ โอกิยังเดินไปที่หน้าต่างมองไปที่รถแม่แล้วตะโกนเรียกอีกทีว่า "หม่าม้า...หม่าม้า"

7-7-7


โอกิครับ

วันนี้ตอนขับรถกลับบ้านแม่ฟังวิทยุ มีข่าวผู้หญิงคลอดลูกบนรถแท้กซี่ ทะเบียนรถ 7777 วันที่ 7 เดือน 7 ปี 07 ฟังแล้วก็รู้สึกทึ่งว่าทำไมมันบังเอิญได้เข้าท่ามาก แม่คิดในใจว่าเด็กคนนี้คงจะเป็นคนที่ใครๆ ก็จะจำวันเกิดเขาได้แม่นทีเดียว

พอกลับมาถึงบ้าน ฝนตกหนัก แม่เดินเข้าบ้าน โอกิมายืนรอด้วยความคิดถึงเหมือนเดิม สวัสดีแม่แล้วก็มาเกาะแข้งเกาะขาร้อง นม นม นม ตามเคย แม่อุ้มโอกินั่งที่โซฟา ก่อนจะให้กินนม แม่บอกให้โอกินับหนึ่งถึงสิบให้ฟังก่อน โอกิก็เริ่มนับ หนึ่ง สอง สาม จนถึงสิบ บางตัวยังไม่ค่อยชัด แต่ก็นับได้เอง เรียงลำดับอย่างถูกต้อง เจ๊ไอโกะ กับจี่จี๊โชวที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ก็พลอยลุ้นไปด้วย พอโอกินับครบสิบ ทุกคนก็ตื่นเต้นกันใหญ่ เจ๊ไอโกะรีบวิ่งไปหลังบ้าน ตะโกนเล่าให้อาเน่ฟังว่า "อาเน่ หม่าม้าให้น้องนับเลข น้องก็นับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ นับได้เองเลยนะอาเน่"

วันนี้เป็นวันที่โอกินับเลขหนึ่งถึงสิบได้เป็นครั้งแรก แม่คงจะจำวันนี้ได้แม่นเพราะมันมีเหตุการณ์คนคลอดลูกประกอบด้วย จริงๆ แล้วโอกิเพิ่งจะเริ่มนับเลขให้แม่ฟังได้เมื่อสักอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง แต่เป็นการนับตามที่แม่พูดทีละคำ ความจริงพอโอกิเริ่มนับเลขตามแม่ได้ แม่ก็ดีใจแล้วเพราะใครๆ ก็ได้แต่ว่าโอกิไม่ยอมพูดเสียที ตอนเจ๊ไอโกะขวบครึ่ง เจ๊ไอโกะนับหนึ่งถึงสิบได้แล้ว แต่โอกิยังไม่พูดเลย กูเจินก็แซวอยู่เรื่อยว่าเมื่อไหร่จะเรียนคุมองได้เสียที ป่าป๊ากับอี๊นิจก็ว่าแม่ไม่ค่อยสอนโอกิมากเหมือนไอโกะ พอโอกินับหนึ่งถึงสิบได้เองแล้วแบบนี้ แม่ก็รู้สึกโล่งใจมาก แม้จะช้ากว่าเจ๊ไอโกะไปสองสามเดือน แต่ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว

ทุกวันนี้แม่ยังนึกดีใจว่าทั้งโอกิและไอโกะโชคดีมากที่แม่ได้มีโอกาสเคยเป็นครูคุมองมาก่อน ทำให้แม่ได้ความรู้ดีๆ มาใช้กับทั้งสองคนได้หลายอย่าง ถ้าแม่ไม่ได้เรียนรู้มาจากคุมอง แม่คงไม่มีความอดทนและความพยายามที่จะสอนลูกขนาดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างที่ทั้งสองคนยังพูดไม่ได้ เวลาที่แม่พูดให้ฟังข้างเดียว เหมือนโยนก้อนหินลงบ่อน้ำ คือโยนเท่าไหร่ก็จมหายไปหมด แม่นับให้ไอโกะและโอกิฟังทุกวันเวลาที่กินนมแม่ ถ้าเฉลี่ยวันละ 5 ครั้ง โอกินับได้เองตอนอายุ 1 ปี 8 เดือน นับเป็นวันก็ประมาณ 600 วัน เท่ากับโอกิได้ยินแม่สอนให้นับหนึ่งถึงสิบนี้ถึง 3000 ครั้งทีเดียว กว่าที่จะนับได้เอง

ตอนที่แม่สอนคุมองมีเด็กอนุบาลคนหนึ่งต้องใช้เวลากว่าสามเดือนถึงจะจำเลขสามได้ คุณแม่เขาบ่นกับแม่เยอะมากว่าทำไมลูกเขาถึงจำไม่ได้เสียที เวลานั้นแม่ก็ได้แต่บอกให้เขาพยายามสอนบ่อยๆ สิบครั้งไม่ได้ ก็ต้องร้อยครั้ง ร้อยครั้งยังจำไม่ได้ ก็ต้องพันครั้ง ด้วยความที่รู้แต่ทฤษฎีแต่ไม่มีประสบการณ์ แม่ก็ต้องยอมรับว่าเวลานั้นแม่ก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเด็กคนนั้นจะเรียนได้หรือเปล่า แต่ในที่สุดเขาก็จำได้

จากประสบการณ์ที่ได้รับในการสอนคุมอง ทำให้แม่คิดว่าคุมองช่วยให้แม่สอน Life Skill ให้ลูกได้ง่ายขึ้นจริงๆ ความอดทน ความพยายาม ความไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก ความล้มเหลว ความสำเร็จ ความมีวินัย ความรับผิดชอบ คุณสมบัติทุกอย่างที่พ่อแม่คาดหวังอยากให้มีในตัวลูก ทั้งหมดนี้แม่คิดว่าการเรียนคุมองช่วยให้เด็กทุกคนสร้างสิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่รู้ตัว สาเหตุสำคัญที่แม่ให้ลูกเรียนคุมองก็เพราะ Life Skill เหล่านี้ต่างหาก ไม่ใช่เพราะอยากให้ลูกเป็นอัจฉริยะ หรือเรียนเก่งเหมือนคนอื่น แม่ก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งสองคนจะเรียนคุมองจนเป็น completer ได้หรือเปล่า แต่แม่อยากให้ทั้งสองคนรู้ว่าถ้าลูกทำได้ แม่จะภูมิใจมาก เพราะแม่คิดว่าการเป็น completer ของคุมองมีความหมายมากกว่าการจบมหาวิทยาลัยเสียอีก

ปล. เมื่อสองสามวันก่อน โอกิไม่สบาย ไอแบบมีเสมหะ ป่าป๊าพาไปหาหมอได้ยามากินหลายขวด ยาแก้อักเสบหมอบอกให้แช่ตู้เย็น พอวันรุ่งขึ้นป่าป๊าก็ไปหยิบยามาให้อาเน่ป้อน เสร็จแล้วก็เอาไปเก็บในตู้เย็น พอจะเก็บป่าป๊าก็เหลือบไปเห็นยาอีกขวดหนึ่ง ป่าป๊าก็เลยดูขวดที่เพิ่งเอาให้โอกิกิน เห็นฉลาก "โรงพยาบาลสัตว์" ป่าป๊าตกใจมาก ร้องเสียงหลง บอกอาเน่ว่า "หม่า..โอกิมันกินยาหมา ของไอ้จู๋ ของโอกิมันขวดนี้" พอตั้งสติได้ก็นึกได้ว่ายาหมา ก็คงเหมือนยาคน แล้วก็เป็นยาแก้อักเสบเหมือนกัน คงไม่เป็นไร พอกลางคืนโอกิร้องไห้เสียงแปลกๆ แม่เลยบอกป่าป๊าว่า "นี่ไง โอกินกินยาหมา ร้องเหมือนหมาแล้วเนี่ย"

ผู้ติดตาม


View My Stats