วันพุธที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

โอกิไปโรงเรียน Part II

แม่คิดว่าโอกิคงจะรู้สึกไม่สบายใจมากๆ ไม่ชอบและอึดอัดกับการไปโรงเรียนสุดๆ ดูเหมือนว่าจะหนักกว่าไอโกะ เพราะตอนนั้นไอโกะจะร้องตอนเช้า เวลาจะไป แต่พอกลับมาอยู่บ้านแล้วจะลืม แต่ของโอกินี่ดูเหมือนจะคิดถึงมันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยมั้ง เวลาที่คนโตๆ เครียดและไม่สบายใจ ก็อาจจะแก้ปัญหาด้วยการกินเหล้า ฟังเพลง ชอปปิ้ง ระบายกับเพื่อน ไปเที่ยว ฯลฯ แล้วเด็กๆ ล่ะจะจัดการกับความเครียดและไม่สบายใจของตัวเองอย่างไร

นอกจากการร้องไห้แล้ว แม่รู้สึกว่าโอกิก็พยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ในหลายๆ ทาง ตัวอย่างเช่น พยายามขอร้องและบอกป่าป๊าให้รับรู้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" เพราะคิดว่าป่าป๊าเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายได้ ถ้าป่าป๊าบอกว่าไม่ต้องไปก็ไม่ต้องไป เมื่อขอร้องป่าป๊าไม่สำเร็จก็คิดแผนถ่วงเวลาการไปโรงเรียน ด้วยการเรียกร้องโน่นนี่ จะให้จี่จี๊อาบน้ำให้ พอจี่จี๊อุ้มไปก็เปลี่ยนใจ จะให้อาเน่อาบ พออาเน่จะพาไปอาบ ก็บอกจะกินนมก่อน พอเอานมให้กิน ก็จะกินขนมปัง พอเอาขนมปังให้ก็จะขี่จักรยาน สุดท้ายก็โดนบังคับให้ต้องไปโรงเรียนอยู่ดีอีกแผนหนึ่งก็คือ ประท้วงด้วยการทำตัวป่วน ไม่ยอมลงจากรถ ไม่ยอมให้ใครอุ้ม ไม่ยอมเข้าบ้าน พูดไม่รู้เรื่อง ทำเอาแม่และป่าป๊าเวียนหัวมากๆ

เวลาที่ผู้ใหญ่พูดกันว่าควรใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการตัดสินใจนั้น แม่ว่าบางทีเราก็ลืมไปว่า อารมณ์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งเช่นกัน แล้วบางครั้งก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็ได้ถ้าใช้อารมณ์เป็นเหุตผลในการตัดสินใจในบางเรื่อง การที่โอกิไม่ชอบไปโรงเรียน ก็คงมีเหตุผลที่เป็นความรู้สึกกลัวของเด็กนั่นแหละ แม่นึกถึงตัวเองว่าตอนป.6 ที่จะเข้ามาเรียนกรุงเทพนั้นแม่ก็กลัวเหมือนกัน แล้วก็ไม่ยอมมาจนกระทั่ง ม.3 หลังจากที่อี๊นิจเข้ามาก่อนแล้ว หลายๆ ครั้งที่เราก็ไม่กล้าไปไหน หรือไปทำอะไรคนเดียว ก็อยากจะชวนใครสักคนไปเป็นเพื่อนพอคิดอย่างนี้แล้ว แม่ก็รู้สึกเข้าใจและเห็นใจโอกิขึ้นมาทันที

อาเน่พยายามอธิบายว่า "โอกิต้องไปโรงเรียนนะครับ ถ้าไม่ไปโรงเรียน เดี๋ยวจะเซ่อช่า ไม่รู้เรื่อง กลายเป็นเด็กโง่นะ รู้มั้ย" โอกิก็ร้องไห้ไปตอบไปว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน กิอยากเป็นเด็กโง่ ฮือๆ" อาเน่พยายามใหม่ "โอกินะ ไปโรงเรียนวันนี้ แล้วก็พรุ่งนี้อีกวัน ก็จะหยุดแล้วนะ" โอกิก็ตอบว่า "ไม่อยากไปแล้ว อยากหยุดวันนี้เลย ฮือๆ"

ด้วยเหตุผลของผู้ใหญ่อย่างเรา ทำให้โอกิต้องยอมจำนนไปโรงเรียนอย่างปฏิเสธไม่ได้ จะว่าไปอาจจะเรียกได้ว่าแม่และป่าป๊าก็ใช้กำลังในการตัดสินใจเหมือนกัน เพราะเหตุผลของลูกไม่เป็นที่ยอมรับ (ของสังคม:)

เมื่อโอกิยอมรับสภาพได้แล้วว่า ยังไงๆ ก็ต้องไปโรงเรียนอยู่ดี ความต้องการถัดมาก็คือ ขอให้มีใครไปเป็นเพื่อนสักคนก็ยังดี จากที่เคยพูดว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" วันนั้นโอกิตื่นตั้งแต่ตีสี่ แล้วก็บอกแม่ว่า "อยากให้ป่าป๊าไปโรงเรียนด้วย ไม่อยากให้ป่าป๊าไปทำงาน" แม่เลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวโอกิไปถามครูภานะ ว่าให้ป่าป๊าอยู่ด้วยได้หรือเปล่า ถ้าครูภาบอกว่าได้ก็ได้นะ" พอได้ยินดังนั้น โอกิรู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที ประหนึ่งว่าตัวเองแก้ปัญหาหนักอกได้แล้ว คงจะนึกในใจว่าในที่สุดก็หาทางออกได้แล้ว แล้วโอกิก็หลับต่อจนเช้า ลุกจากที่นอน เดินลงข้างล่างเอง อาบน้ำ กินนม เร่งให้ป่าป๊าพาไปโรงเรียน บ๊ายบายคนที่บ้านอย่างร่าเริง จนอาเน่ (ที่ไม่รู้เรื่องข้อตกลง) คิดว่าโอกิปรับตัวได้แล้ว

พอถึงโรงเรียนไอโกะก็พาโอกิไปเก็บกระเป๋า ป่าป๊ารีบไปหาครูภา เล่าเรื่องข้อตกลงให้ฟัง ยังไม่ทันเตี๊ยมกันดี ทั้งสองคนก็รีบเดินมาหา โอกิยังไม่ทันอ้าปากพูด ครูภาก็ชิงตัดบทว่า "ไม่ได้นะครับ ป่าป๊าอยู่กับโอกิไม่ได้ ตอนเย็นถึงจะมารับ" เท่านั้นแหละ ฝันสลายลงไปต่อหน้าต่อตา โอกิปล่อยโฮแบบไม่ต้องอายใคร (คงไม่มีเด็กคนไหนอายเวลาร้องไห้หรอก)ป่าป๊าก็เลยต้องรีบกลับไปทำงาน (แบบไม่ค่อยสบายใจเช่นกัน)

เวลาผ่านไปทีละวัน โอกิก็ยังไม่รู้สึกดีกับการไปโรงเรียน เรียกได้ว่าครุ่นคำนึงถึงความทุกข์ของการไปโรงเรียนแทบจะตลอดเวลา นอนไม่ค่อยหลับกระสับกระส่าย อาเน่บอกว่า อายุยังไม่ถึงสามขวบ รู้จักที่จะกลุ้มจนนอนไม่หลับ แล้วโตๆ อีกหน่อยจะขนาดไหนกัน

โอกิคงจะประเมินสถานการณ์ว่าจะเอาไงดีว้า หลังจากที่ครูภาไม่ยอมให้ป่าป๊าอยู่ด้วย โอกิก็หันมาขอร้องแม่แทนว่า "อยากให้หม่าม้าไปด้วย" แม่ก็ตกปากรับคำเพื่อให้โอกิสบายใจ วันถัดมา โอกิก็ไม่งอแงตอนเช้า แต่ตื่นตีห้าเหมือนเดิม ลุกมาย้ำกับแม่ว่าอยากให้แม่ไปด้วย กินนม ขนมปัง อาบน้ำแต่งตัว พร้อมไปโรงเรียน ระหว่างทางก็ดูสองข้างทาง พูดคุยเป็นปกติ ไม่มีอาการเครียดให้เห็น แต่พอถึงโรงเรียนปุ๊บ โอกิก็รีบบอกให้แม่อุ้มทันที หลังจากนั้นก็ติดหนึบเลย "ไม่อยากหาครูอ้อม ไม่อยากหาครูนุ่น" เจอครูบีก็ "ไม่อยากหาครูบี" "อยากให้โรงเรียนปิด" แม่ต้องอุ้มไปส่งที่ห้องให้ครูริญ แล้วโอกิก็ปล่อยโฮเต็มความสามารถอีกครั้งหนึ่ง ตอนเย็นป่าป๊าไปรับ กลับมาเล่าให้แม่ฟังว่า วันนี้เค้าเล่าลือกันทั้งโรงเรียนว่าโอกิจะปิดโรงเรียน

วันนี้โอกิก็เปลี่ยนแผนใหม่ด้วยการให้ป่าป๊าไปส่ง เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งที่จะขอร้องคุณครูให้ป่าป๊าอยู่ด้วย ก่อนไปก็เต็มไปด้วยความหวังเหมือนเดิม ร่าเริงตั้งแต่ออกจากบ้านถึงโรงเรียน พอป่าป๊าจูงไปส่งคุณครูที่หน้าประตู โอกิก็บอกคุณครูว่า "อยากให้ป่าป๊าอยู่ด้วย" คุณครูเลยบอกว่า "ได้ครับ เดี๋ยวให้ป่าป๊าไปใส่บาตรด้วยกันแล้วค่อยกลับนะ" โอกิฟังไม่ทันจบก็ปล่อยโฮทันที ป่าป๊าบอกว่า โอกิทำเหมือนผู้ใหญ่ที่หลอกตัวเอง คือ รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีทางที่ป่าป๊าจะอยู่ด้วยได้ แต่ก็มีความหวัง พอคุณครูตอบ ก็แทบจะไม่ได้ฟังหรอกว่าคุณครูพูดอะไร เหมือนรู้ว่าถึงบทนี้แล้ว ก็ร้องได้เลย คุณครูอุ้มโอกิไปพร้อมกับเสียงร้องไห้ "ฮือๆ ฮือๆ ให้เจ๊โกะไปด้วย ให้เจ๊โกะไปด้วย" ไอโกะเป็นที่พึงสุดท้ายแล้ว ไอโกะก็สงสารน้อง เดินตามไปติดๆ ยื่นมือให้แล้วก็บอกว่า "เจ๊อยู่นี่...เจ๊อยู่นี่..." ป่าป๊าได้แต่ยืนดูพี่น้องเดินจากไป ด้วยอารมณ์ขำปนสงสาร เฮ้อ!

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

โอกิไปโรงเรียน Part I

เปิดเทอมปีนี้โอกิอายุสองขวบครึ่งพอดี แม่กับป่าป๊าตกลงกันว่าโอกิน่าจะไปโรงเรียนได้แล้ว เร็วกว่าไอโกะครึ่งปี เพราะตอนนั้นไอโกะไปโรงเรียนอายุสามขวบเต็มแล้ว ก่อนหน้านี้ทุกคนก็คาดหวังว่า การไปโรงเรียนของโอกิน่าจะราบรื่นดี เพราะมีไอโกะไปก่อนแล้ว แล้วโอกิก็เคยไปรับไอโกะที่โรงเรียนบ่อยๆ ไปเล่นไปอะไรๆ จนทั้งครูทั้งนักเรียนกว่าครึ่งโรงเรียนรู้จักโอกิหมดแล้ว

แต่สวรรค์อาจจะไม่อยากให้ชีวิตโอกิราบเรียบก็เป็นได้ ถึงต้องจัดให้มีอุปสรรคบ้างเป็นแบบฝึกหัดชีวิต เนื่องจากเป็นเด็กใหม่ โรงเรียนจึงจัดให้เปิดเทอมก่อนเด็กเก่า 1 อาทิตย์ ดังนั้นโอกิจึงต้องไปโรงเรียนก่อนโดยไม่มีไอโกะ จริงๆ แล้วเด็กใหม่อื่นๆ ที่มีพี่ โรงเรียนก็ยอมให้พี่ไปอยู่เป็นเพื่อนน้องได้เหมือนกัน อย่างเจนนี่และนิหน่า ก็มีน้องใหม่เข้าปีนี้ ก็ได้รับมอบหมายให้ไปดูแลน้องเหมือนกัน แต่เนื่องจากไอโกะติดภารกิจไปเรียนวาดรูป (ซึ่งไอโกะก็ไม่อยากไปเหมือนกัน ร้องไห้เสีย 5 วันจาก 7 วันที่ต้องไป) ก็เลยไม่ได้ไปดูแลโอกิเลย

สามวันแรก โรงเรียนให้เด็กไปเรียนครึ่งวัน และให้ผุู้ปกครองอยู่ด้วยได้ วันแรกป่าป๊าอยู่ วันที่สองและสามอาเน่อยู่ ป่าป๊าบอกว่าโอกิโดดเรียนทั้งวันเลย ไม่ยอมเข้าห้องเรียน เอาแต่จะขี่จักรยานข้างนอก เวลาให้เข้าแถวก็ไม่ยอมเข้าแถว สรุปว่าสามวันแรก โอกิยอมไปโรงเรียนโดยดี แต่ร้องไห้เป็นระยะๆ พอทนได้ เพราะมีป่าป๊ากับอาเน่อยู่ด้วยวันที่สี่โอกิต้องอยู่โรงเรียนคนเดียวทั้งวัน ป่าป๊าไปส่งเหมือนปกติ แล้วโอกิก็ร้องกระหน่ำตอนที่ต้องจากกันกับป่าป๊า สัปดาห์แรกผ่านไปแบบมึนๆ กันทั้งบ้าน

พอสัปดาห์ที่สอง คราวนี้ไอโกะไปโรงเรียนพร้อมโอกิแล้ว แต่ก็โชคร้ายที่เปิดเทอมวันแรก รถติดมาก ป่าป๊าไปถึงโรงเรียนก็เข้าแถวกันแล้ว คุณครูรีบรับโอกิไป ร้องไห้เหมือนเดิม ไอโกะก็ต้องรีบไปเข้าห้องของตัวเอง พอตอนเย็นแม่ถามไอโกะว่าได้ดูแลน้องหรือเปล่า ไอโกะก็บอกว่า ไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน เพราะว่างไม่ตรงกันเลย

โอกิคงจะเริ่มรับรู้แล้วว่าชีวิตที่โรงเรียนเป็นอย่างไร แม่คิดว่าคงจะผิดคาดเหมือนไอโกะนั่นแหละ โอกิเริ่มมีอารมณ์แปรปรวน งอแงทั้งวัน พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง จะเอาโน่นเอานี่ จะให้แม่อุ้มตลอดเวลา วันที่สองที่ป่าป๊าไปส่ง พอถึงสี่แยกอุดมสุข (แยกเดิมที่ไอโกะต่อรองกับป่าป๊าว่าจะไปทำงานกับป่าป๊าแทนไปโรงเรียนได้มั้ยนั่นแหละ) โอกิก็บอกป่าป๊าว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ป่าป๊าก็บอกว่า "ไม่ได้หรอก เด็กทุกคนก็ต้องมีหน้าที่ไปโรงเรียน" โอกิก็ได้แต่บ่นว่า "กิไม่อยากไปโรงเรียน"

ตลอดทั้งอาทิตย์ โอกิเครียดมากกับการไปโรงเรียน คอยวนเวียนบอกคนโน้น คนนี้ว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" กลางคืนก็ตื่นทั้งคืน ตื่นมาก็พูดแต่ประโยคเดิมว่า "โอกิไม่อยากไปโรงเรียน" ทำให้คนทั้งบ้านก็พลอยเครียดไปกับโอกิด้วย

วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ถ่ายรูป

หลังปิดเทอมใหม่ๆ แม่นินาจัดทริปชวนเด็กๆ ห้องหนูน้อย 6 ไปตามรอยไดโนเสาร์ที่ขอนแก่น ไปกันหลายครอบครัว มีนินา ไอโกะ เจนนี่ บุก บุ๊ค จ. บุ๊ค ภ. เด็กๆ สนุกกันมาก พ่อๆ แม่ๆ ก็รู้สึกชอบใจ เพราะเวลาไปเที่ยวด้วยกันแบบนี้ สนุกกว่าต่างคนต่างไปกันเอง

พ่อแม่ที่เคยแค่ยิ้มให้กันห่างๆ ก็สนิทกันมากขึ้น รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน รู้ว่าเพื่อนของเราเป็นเพื่อนของเขาด้วยก็มี ป่าป๊ายังได้คุยกับพ่อบุ๊ค ภ. เรื่องกล้องถ่ายรูป แล้วก็สุดท้ายเลยไปซื้อกล้องมาใหม่ เพราะรู้แล้วว่ากล้องที่เราใช้อยู่มันถ่ายไม่สวย ป่าป๊าเป็นคนทำอะไร ทำจริง กว่าจะตัดสินใจซื้อกล้องใหม่ แม่เห็นอ่านหนังสือเป็นสิบเล่ม เข้าเน็ตอยู่ตั้งสองอาทิตย์

พอได้กล้องใหม่มา ก็ปรากฎว่ารูปของพวกเราดูดีขึ้นมาทันตา คราวนี้เวลาที่คุณครูขอรูปไอโกะ โอกิ สวยๆ หล่อๆ แม่ก็หาไม่ยากแล้วตอนที่ป่าป๊าฝึกวิชาใหม่ๆ ให้ไอโกะเป็นนางแบบ ไอโกะก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วก็ออกมาสวยอย่างนี้

พอโพสหลายๆ ท่าเข้า ไอโกะก็ช่วยออกแบบด้วย โดยการบอกป่าป๊าว่า "ป่าป๊า ลองเอาผมมาไว้แบบนี้ด้วยมั้ย" แล้วก็เอาผมมาปิดหน้าให้ป่าป๊าถ่าย ไม่รู้ว่าหนูไปจำมาจากไหน ป่าป๊าบอกว่าที่ไอโกะเอาผมมาปิดหน้าตอนแรกน่ะ มาเป็นกระเซิงเต็มหน้าเลย นี่ป่าป๊าช่วยจัดเยอะแล้วถึงได้แบบนี้มา
ป่าป๊าได้กล้องใหม่ กล้องเก่าก็เลยตกเป็นของไอโกะ ซึ่งถูกใจหนูมาก ถ่ายทั้งวัน ถ่ายจนแบตหมด การ์ดเต็ม แม่ต้องคอยลบให้เรื่อยๆ เวลาไอโกะถ่ายรูป แม่เห็นไอโกะถ่ายส่งเดช ไม่เห็นจะโฟกัสอะไร แต่ก็ปรากฎว่ามีฟลุ๊คๆ ถ่ายออกมาสวยกว่าแม่เสียอีก


มีวันหนึ่ง โอกิแกล้งอะไรไอโกะไม่รู้ แม่เลยทำโทษให้โอกิไปนั่งนิ่งๆ แล้วก็นึกได้ว่า ไอโกะอยากถ่ายรูปโอกิ แต่โอกิมักไม่ค่อยยอมให้ถ่าย แม่เลยเพิ่มโทษโอกิด้วยการบอกให้โอกินั่งนิ่งๆ ให้ไอโกะถ่ายรูป โอกิก็ยอมโดยดี แต่หน้าบูดไปหน่อย แม่เลยสั่งให้ยิ้มด้วย ไอโกะชอบการทำโทษครั้งนี้มาก เพราะได้ถ่ายรูปโอกิสมใจ

วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

ใจดี

อาทิตย์ที่แล้วป่าป๊าซื้อลูกโป่งมาให้ทั้งสองคนเล่น ป่าป๊าเป่าให้คนละลูก แล้วก็ให้ไอโกะเอาลูกโป่งที่เหลือไปเก็บเอาไว้เล่นวันหลัง เล่นกันไปเล่นกันมายังไงไม่รู้ แม่เห็นโอกิถือลูกโป่งของตัวเองเล่น แต่ของไอโกะไม่มี แล้วก็ได้ยินไอโกะถามว่า

ไอโกะ - "โอกิ ลูกโป่งของเจ๊ไปไหน"
โอกิ - "ไม่รู้"
ไอโกะ -"บอกมานะ ว่าเอาของเจ๊ไปไว้ที่ไหน"
โอกิ - "ไว้ที่โน่น"
ไอโกะ - "โน่นไหน เอามาคืนเจ๊เดี๋ยวนี้นะ"
โอกิ - "หายไปแล้ว"
ไอโกะ - "ถ้าไม่เอามาคืน เดี๋ยวเจ๊ไปเป่าลูกใหม่นะ" (ไอโกะเดินไปที่ตู้เก็บของ จะเอาลูกใหม่มาให้ป่าป๊าเป่า)

โอกิ กลัวไอโกะได้ลูกใหม่ รีบวิ่งไปหลังบ้าน เอาลูกโป่งมาคืน แล้วยังลอยหน้าลอยตาบอกแม่อีกด้วยว่า "โอกิ ใจดีมากเลย อุตส่าห์เอาให้ไอโกะ"

ซักได้

มีอยู่วันหนึ่ง ไอโกะเอาเสื้อสีขาวเก่ามอมแมมมาให้แม่ดู แล้วก็ถามว่า "หม่าม้า เสื้อไอโกะมันเลอะมากเลย อะไรซักได้" แม่ดูแล้วก็เห็นว่าน่าจะเป็นรอยเปื้อนยางกล้วย แล้วก็คราบเก่าๆ สารพัดเต็มไปหมด ดูยังไงก็ซักไม่ออกแน่ๆ แม่เลยบอกไอโกะว่า "ซักไม่ได้หรอก ไอโกะ" ไอโกะทำท่าไม่ยอมจำนน ถามต่ออีกว่า "แล้วอะไรซักได้ล่ะ"

แม่ก็บอกเหมือนเดิมว่า "มันซักไม่ได้แล้ว ซักยังไงก็ไม่ออกหรอกค่ะ" ไอโกะทำท่าผิดหวัง ตาแดงๆ เหมือนจะร้องไห้ "ก็ที่ในทีวีเค้าบอกว่าซักได้นี่" อ๋อ ฝีมือคุณปุ้ยนี่เอง สงสัยปิดเทอมนี้ไอโกะคงจะดูทีวีมากไปซะแล้ว

สุดท้ายแม่เลยไปซื้อบรีสมาให้ไอโกะทดลองซักด้วยตัวเอง แม่ถามว่าใช้แค่ไหน ไอโกะตอบได้ทันทีว่า "ครึ่งฝาก็พอ" คนทำโฆษณาน่าจะภูมิใจว่าโฆษณาของตัวเองได้ผลนะเนี่ย ไอโกะพยายามซักด้วยตัวเอง แล้วก็เห็นผลว่าซักไม่ออกจริงๆ แม่ต้องอธิบายว่าคราบบางอย่างก็ซักได้ บางอย่างก็ซักไม่ได้ ไอโกะถึงจะเข้าใจ

ผู้ติดตาม


View My Stats