วันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

ไม่จริ๊ง...ไม่จริง...


คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา... ในห้องนอน.. เสียงสนทนาของสองแม่ลูก
ไอโกะ “วันนี้วันอะไรคะ หม่าม๊า..”
หม่าม๊า “วันอาทิตย์ค่ะ..”
ไอโกะพูดต่อเหมือนไม่ได้ยินที่หม่าม๊าตอบ.. “พรุ่งนี้วันอาทิตย์เหรอคะ..”
หม่าม๊า “ไม่ใช่จ๊ะ.. วันนี้วันอาทิตย์ พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ไงคะ..”

ป๊าได้ยินการสนทนาในคืนนั้นเพียงเท่านี้...

เช้าวันต่อมา.. ป๊าอุ้มไอโกะลงมาข้างล่างในตอนเช้าเหมือนปกติทุกวัน โดยอุ้มลงมานอนต่อที่โซฟา หลังจากนั้นก็ไปรับโอกิลงมาด้วย และให้มานอนเล่นข้างๆเจ๊ไอโกะ
ไอโกะถึงจะงัวเงีย แต่ก็นอนเล่นกับน้องโอกิที่นอนยิ้มอยู่ข้างตัว
กิจวัตรดังเช่นทุกเช้า... ป๊าเปิดโทรทัศน์ดูข่าว เสียงสรยุทธ์ ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ดังขึ้นทันทีที่เปิดโทรทัศน์... “สวัสดีครับ ท่านผู้ชมทุกท่านครับ.... พบกันอีกครั้งในเรื่องเล่าเช้านี้ วันนี้เป็นวันจันทร์ที่สิบสองกุมภาพันธ์ สองพันห้าร้อยห้าสิบ เป็นวันที่เราจะได้สวมใส่เสื้อเหลือง......”
ไอโกะลุกพรวดขึ้นนั่ง หันมามองสรยุทธ์ แล้วสวนคำทันที... “ไม่ใช่น๊ะ... วันนี้วันอาทิตย์นะ....” ไอโกะหันมองป๊าเพื่อรอให้ป๊าช่วยสนับสนุน.. [เออใช่.. สรยุทธ์ เอ็งพูด..ผิด...] แต่มันไม่เป็นอย่างที่ไอโกะคาดหวัง
“ไอโกะ.. วันนี้วันจันทร์นะคะ.. วันนี้ไปโรงเรียนไงลูก..”
ไอโกะล้มตัวลงนอนอย่างผิดหวังสุดๆ สีหน้ายังคงบ่งบอกเหมือนจะพูดว่า... [ ไม่จริ๊ง.... ไม่จริง.....]

ไม่เป็นไรหรอกไอโกะ อารมณ์นี้ป๊าว่าทุกคนก็คงเคยเป็นกันมาทั้งนั้น ป๊าก็เหมือนกัน บางวันคิดว่าเป็นอีกวันอยู่นั่นทั้งวันเลย หรือบางวันลุกขึ้นตอนเช้าก็ไม่อยากให้เป็นวันทำงานเลย... “แต่เราก็ต้องทำตามหน้าที่ของเราอยู่ดีนะไอโกะ..”

วันพฤหัสบดีที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

ไอโกะถูกทำโทษ




เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว.... ป๊าขับรถไปส่งไอโกะที่โรงเรียนเหมือนทุกๆวัน แต่วันนี้ป๊าสังเกตุเห็นไอโกะเล่นกิ๊บรูปคิดตี้สีชมพูสดอยู่อย่างชอบอกชอบใจ (ทุกครั้งไอโกะจะเอาของที่ชอบมาถือเล่นในรถตอนนั่งรถไปโรงเรียน แต่เนื่องจากคุณครูจะไม่ให้เอาของเล่นไปที่โรงเรียน ไอโกะก็จะฝากของไว้ที่รถป๊า เมื่อถึงโรงเรียนแล้ว)
แต่คราวนี้ป๊าเห็นหนูชอบมาก และเนื่องจากมันเป็นกิ๊บ เลยแนะนำไปว่า
ป๊า...“ไอโกะ... ไอโกะก็เอากิ๊บติดไว้ที่ผมสิ ก็เหมือนกับอาเน่ทำผมให้ไง คุณครูก็ไม่ว่าเป็นของเล่นหรอกค่ะ”
ไอโกะ... “คุณครูก็จะนึกว่าป่าป๊าซื้อ....”
ไอโกะชะงักไว้แค่นั้นอย่างมีพิรุธ !!!
ป๊า... “ไอโกะ... ว่าไงน๊ะ บอกป๊าใหม่ซิ..”
ไอโกะนิ่งครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ (... ซวยแล้ว..หลุดปาก.....เอาไงดีหว่า.. เอาไงดีหว่า...) แต่ก็ตัดสินใจเล่าความจริงให้ฟังในที่สุดว่า ไอโกะเก็บได้ตอนไปเข้าห้องน้ำที่โรงเรียนเมื่อวานนี้ ไอโกะเลยเก็บเอาไว้เป็นของตัวเอง
หลังจากป๊าพูดให้ฟังว่าการเป็นคนดีควรทำอย่างไรเสียยืดยาว.... ก็ถึงเวลาให้ไอโกะได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง
ป๊า... “ตกลง ไอโกะอยากเป็นเด็กดีไม๊คะ...”
ไอโกะไม่พูดแต่พยักหน้าเล็กๆ...
ป๊า... “ดีมากค่ะ... งั๊นวันนี้เอาไปให้ครูเหน่ง หรือครูชื่นก็ได้นะ... ให้คุณครูหาเจ้าของให้นะคะ...”
ถึงโรงเรียนแล้ว... ไอโกะเดินลงจากรถ.. หันกลับมามองป๊าด้วยสีหน้าตั้งคำถาม... (....ไอโกะอยากเก็บไว้นี่คะ...)
ป๊า... “อย่าลืมนะคะ... เอากิ๊บให้คุณครูด้วยนะคะ...”

ตอนค่ำวันนั้นเอง....
ป๊า... “ไอโกะ วันนี้เอากิ๊บให้คุณครูรึเปล่า...”
ไอโกะตอบพลางเล่นไปพลาง อย่างไม่ได้ใส่ใจ... “คืนแล้ว..”
ป๊า... “ให้คุณครูอะไรคะ..”
คราวนี้ไอโกะเงยหน้าขึ้นมอง นิ่งคิดคำตอบอย่างมีพิรุธ !!! (อีกแล้ว) และตอบในที่สุด.... “ครูชื่น”
ป๊า (อย่างเงี้ย ต้องมีครอสเช็ค...) “งั้นพรุ่งนี้ป๊าไปถามครูชื่นนะ....”
ไอโกะทำสีหน้าไม่สู้ดี... (....ซวยอีกแล้วซิ...) และในที่สุดหลังจากนิ่งไปพักนึง ไอโกะก็กลับคำบอกว่า “ไอโกะทำหายไปแล้ว ยังไม่ได้คืนคุณครูเลย....” ไม่ว่าจะคาดคั้นอย่างไร ไอโกะก็ยืนยันว่าทำหายไปแล้วจริงๆ...
หม่าม๊านิ่งฟังอยู่พักนึงแล้ว... จึงเดินลงไปข้างล่าง...
หม่าม๊ากลับขึ้นมาด้วยสีหน้าถมึงทึง... ยึ่นกระเป๋านักเรียนของไอโกะขึ้นมาชูให้ไอโกะและป๊าดู ในซองใสหน้ากระเป๋านักเรียน มีกิ๊บสีชมพูสดหราอยู่ตรงนั้นเอง
(ว๊า... ไม่แนบเนียนเล๊ย....ลูกฉัน...)
คราวนี้ถึงตาป๊าปั้นหน้าเคร่งเครียดมั่ง ป๊าดึงไอโกะขึ้นมานั่งอยู่ตรงหน้า... “ไอโกะ... ไอโกะทำอะไรผิดพลาด ป๊าพอรับได้ แต่ถ้าไอโกะโกหก ป่าป๊า หม่าม๊า อย่างนี้ ป่าป๊ายอมรับไม่ได้.... รู้ไม๊คะ...”
ไอโกะทำสีหน้าสลด.. ไม่มีคำพูดหลุดจากปาก...
ป๊าเองก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้ จะตีก็ดูจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ขณะนี้ ที่ไอโกะพร้อมยอมรับผิดอย่างสิโรราบ... ครั้นจะไม่ลงโทษแล้วพูดอบรมเฉยๆ ก็คงจะไม่ทำให้หนูเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี
(...ทำงัยดีหว่า..ดิด...คิด..คิด..คิด..คิด...)
ป๊า.... “ไอโกะ... เอางี้นะ... ป๊าจะลงโทษไอโกะโทษฐานพูดโกหก สามสิบวัน... ในช่วงสามสิบวันนี้ ไอโกะจะไม่ได้กินขนมที่อยากจะกิน จะไม่ได้ของที่อยากได้ ไอโกะจะต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง เช่นแปรงฟัน (ไอโกะมักจะขี้เกียจแปรงฟัน.. และมักขอให้ป๊าช่วยแปรงให้เสมอ) และจะไม่มีการอุ้ม ไอโกะต้องเดินด้วยตัวเอง ใครซื้อของให้ไอโกะในช่วงนี้ ป๊าจะริบไว้หมด.. เข้าใจไม๊คะ...)
ไอโกะพยักหน้าอย่างจำยอม... แต่เสียงหม่าม๊าครางเบาๆ... “too long.”
(เออ.. จริงแฮะ แต่พูดไปแล้วนี่หว่า...)
ป๊าพูดต่อ... “ไอโกะ.. แต่ถ้าพรุ่งนี้ไอโกะเอากิ๊บไปคืนให้คุณครูนะ... ป๊าจะลดโทษให้เหลือเจ็ดวัน ตกลงไม๊คะ...”
ไอโกะรีบพยักหน้า... สีหน้าดูดีขึ้นเล็กน้อย....

ตั้งแต่วันนั้น... เมื่อไอโกะขอกินขนมหรือไอติม ก็จะได้รับคำตอบจากป่าป๊า หม่าม๊า เหมือนกันทุกๆครั้ง...
“ไม่ได้ค่ะ... นี่อยู่ในช่วงทำโทษของไอโกะนะคะ...” ไอโกะก็จะยอมรับโดยดี....
ผ่านไปสี่วัน... ตอนเช้า.. ขณะป๊าไปส่งไอโกะที่โรงเรียน... “ไอโกะ... เช้าวันนี้ไอโกะทำตัวดีมาก.. ฉะนั้นป๊าจะให้ไอโกะพ้นช่วงทำโทษ... ดีมั้ย..”
ไอโกะฉีกยิ้มกว้าง... พยักหน้ารับดีใจอย่างคาดไม่ถึง...
ป๊า... “แล้วคราวหน้า.. อย่าโกหก ป่าป๊า หม่าม๊า อีกนะคะ...”
ไอโกะตอบด้วยเสียงดังฟังชัด... “ค่ะ...” แล้วพูดต่อแบบเข้าใจดีอีกตามฟอร์ม.. “ถ้าไอโกะโกหกอีก ป่าป๊าก็จะไม่ให้กินขนม ไม่ให้กินไอติม ไม่ให้ของเล่นเลย ใช่ไม๊คะ....”

ตอนเย็นเมื่อกลับมาบ้าน หม่าม๊าตรงเข้ามาต่อว่าป๊า... “โห...ไม่เตี๊ยมกันมั่งเลย...” แล้วก็เล่าให้ฟังว่า ตอนไปรับไอโกะที่โรงเรียนไอโกะขอซื้อน้ำ แดง(มีขายที่โรงเรียน) แต่หม่าม๊าไม่ซื้อให้(ทุกทีเคยซื้อให้) และอธิบายให้ฟังว่า “ไอโกะ.. ช่วงนี้หม่าม๊ามีค่าใช้จ่ายเยอะ.. เราต้องประหยัดนะคะ เดี๋ยวกลับบ้านหม่าม้าทำให้กิน” ไอโกะก็ยอมรับโดยดี

แล้วหม่าม้าก็พาไอโกะไปเรียนคุมอง พอเรียนคุมองเสร็จ ก่อนจะกลับบ้าน ไอโกะก็ทำท่าชะงัก ชี้มือไปที่ตู้ไอติม ส่งสัญญานให้รู้ว่า อยากกินไอติม หม่าม้าก็บอกอีกว่า ไม่ได้ค่ะ แต่คราวนี้ ไอโกะทำหน้าเศร้า...พูดเสียงสั่น...
“แต่...ป่าป๊า.. บอกว่าไอโกะหมดโทษแล้วนี่....”

หม่าม้าก็งงๆ ไม่รู้จะยังไงดี สุดท้ายก็ยืนยันต่อไปว่า “หม่าม้าก็ไม่ได้ทำโทษไอโกะนี่นา หม่าม้าบอกแล้วไงว่า ตอนนี้เราต้องช่วยกันประหยัด ไอโกะต้องไม่ร้องจะซื้อโน่น ซื้อนี่อีกแล้วนะ”

โอกิเป็นหมา....




โอกิอายุปาเข้าไปขวบสามเดือนครึ่งแล้ว ป่านนี้หนูยังไม่ยอมพูด หรือทำท่าว่าจะพูดในเร็วๆนี้เลย...

สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ อาเน่พยายามสอนให้หนูออกเสียงบ้างเหมือนกัน และเสียงที่เด็กเล็กไม่น้อยถูกสอนให้เริ่มต้น ก็คงไม่พ้นเสียงเห่าของหมา... โอกิก็เหมือนกัน
อาเน่...”โอกิ.. มีมี่เห่ายังไง...” (มีมี่เป็นหมาตัวเมียสายพันธุ์แจ๊ครัสเซล)
โอกิทำปากจู๋พร้อมเป่าลมเสียงแหลมเล็ก... “ ฮู้...”

นั่นเป็นเสียงที่ทุกคนได้ฟังและฮากันครืน ในตอนกลับถึงบ้านเย็นวันนึง เมื่อสองสัปดาห์ก่อน แล้วหลังจากนั้นเป็นต้นมา เวลาโอกิต้องการอะไร ก็จะได้ยินคำถามก่อนเสมอว่า “โอกิ.. มีมี่เห่ายังไง” โอกิก็จะขานรับ “ ฮู้...”

สัปดาห์ที่แล้ว เราไปค้างกันที่แม่กลอง ไม่รู้ว่าใครซื้อข้าวเกรียบกุ้งของเอสแอนด์พีมาด้วย เป็นข้าวเกรียบกุ้งชิ้นเล็กบรรจุกระป๋องและไม่ค่อยมันมากนัก กินอร่อยมาก
โอกิซึ่งคงได้ลิ้มลองแล้ว และรู้ถึงรสอร่อยเช่นเดียวกัน... จึงเดินรี่เข้ามาหาในทันทีที่ป่าป๊าคว้าเจ้ากระป๋องข้าวเกรียบกุ้งนี้ขึ้นมา แล้วมายืนเอามือสองมือไหว้ปะหลกปะหลกอยู่ตรงหน้า
ป๊าถามก่อนที่จะส่งข้าวเกรียบกุ้งให้.. “โอกิ.. มีมี่เห่ายังไง”
“ ฮู้...”
เมื่อได้สมใจ โอกิก็เดินกินวนเวียนอยู่พักนึง พอข้าวเกรียบกุ้งแผ่นนั้นหมด ก็ตรงรี่เข้ามาอีกครั้ง มองด้วยสายตาอ้อนวอนเล็กๆ ป๊าคว้าข้าวเกรียบกุ้งชิ้นใหม่ชูขึ้นก่อนเอ่ยปาก.. “โอกิ...”
ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ โอกิก็สวนขึ้นทันที “ ฮู้.. ฮู้..”
เออชักสงสัยซะแล้วว่า ลูกฉันดูจะกลายเป็นหมาไปซะแล้วละมั๊งเนี่ย....

เย็นวันก่อน เห็นเจ๊ไอโกะนั่งอยู่กะน้องโอกิสองคน เจ๊ยื่นฝรั่งในมือชิ้นหนึ่งให้น้องโอกิ พอน้องยื่นมือมารับเจ๊ก็ชักมือกลับพร้อมกับถามว่า... “โอกิ...เห่ายังไง...”
โอกิทำปากจู๋ยื่นยาวอีกครั้ง ก่อนส่งเสียงแหลม... “ ฮู้.. ฮู้..”
555...ไม่ต้องสงสัย มันเป็นหมาไปแล้ว....

ผู้ติดตาม


View My Stats