วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2550

ผลงานไอโกะ




ไอโกะ...

ตั้งแต่หนูเริ่มขีดๆ เขียนๆ อะไรได้ ป่าป๊าก็บอกให้แม่เก็บผลงานของหนูไว้ จริงๆ แล้วแม่ก็ขี้เกียจเก็บ แต่ก็นึกว่าเก็บไว้บ้างก็ดีเหมือนกัน พอหนูเริ่มไปโรงเรียน ทุกครั้งที่จบเทอม คุณครูก็จะมอบผลงานที่ไอโกะทำในชั้นเรียน ทั้งงานประดิษฐ์ รูปวาด งานปั้น สารพัด ซึ่งบางทีก็ดูคล้ายๆ เศษขยะมากกว่าผลงานคืนมาให้ ป่าป๊าก็บอกให้แม่เก็บไว้ให้ดีอีก แต่แม่ไม่อยากเก็บ เพราะแม่ไม่ค่อยชอบเก็บของ

แม่คิดว่าตอนที่ป่าป๊าบอกให้เก็บนั้น ป่าป๊าคงไม่รู้หรอกว่าไอโกะจะสร้างสรรค์ผลงานได้มากมายขนาดไหน นี่ไอโกะยังไม่ขึ้นป.หนึ่งเลย แม่เก็บผลงานไอโกะไม่ไหวแล้ว เพราะไอโกะเขียนจดหมายให้แม่กับป่าป๊าทุกวัน บางครั้งแม่เผลอวางทิ้งไว้ ไอโกะก็จะถามว่าทำไมไม่เก็บไว้ให้ดี

แม่ไม่รู้ว่าพอไอโกะโตๆ แม่จะยังเก็บผลงานไอโกะไว้ได้แค่ไหน แต่ตอนนี้มีบางอันที่แม่รู้สึกประทับใจ แม่ก็เลย scan เก็บไว้ แม่เพิ่งจะอ่านหนังสือ "อัจฉริยะสร้างได้" ที่อี๊นิจซื้อมา เขาพูดถึงอัจฉริยภาพ 8 ประการของมนุษย์ แม่คิดว่าถ้าแม่รู้จักที่จะช่วยแนะนำและสอนหนูได้ถูกทาง หนูอาจจะมี "อัจฉริยภาพทางภาษา" ได้จริงๆ เพราะเวลานี้หนูเริ่มอ่านหนังสือได้เยอะแล้ว ครูชื่นบอกว่าไอโกะเป็นผู้ช่วยครูได้มากเลย เวลาที่เพื่อนๆ อ่านไม่ออก คุณครูก็จะให้ไปถามไอโกะ หนูเริ่มแต่งประโยค และเขียนคำพูดต่างๆ ได้เอง

เมื่อสามสี่เดือนก่อน ป่าป๊าบอกกับไอโกะว่า ถ้าไอโกะอายุครบห้าขวบเมื่อไหร่ ไอโกะจะต้องอ่านหนังสือด้วยตัวเองทั้งหมดแล้ว จะไม่มีใครอ่านให้ฟังแล้วนะ ไอโกะก็รับปากและเข้าใจ แม่หวังว่าไอโกะจะทำตามสัญญานะ เพราะทุกวันนี้เวลาก่อนนอน ไอโกะก็จะต้องเอาหนังสือมาให้แม่อ่าน โอกิก็จะต้องกินนม แล้วทั้งสองคนก็จะต้องการแม่พร้อมๆ กันเลย เฮ้อ!

ปล.มีอยู่วันหนึ่งแม่ไปรับไอโกะช้ากว่าปกติ ตอนแรกแม่คิดว่าไอโกะจะบ่น แต่ไอโกะกลับบอกแม่ว่า "พรุ่งนี้ไอโกะอยากให้หม่าม้ามารับช้ากว่าวันนี้นิดนึง" แม่ถามว่าทำไม ไอโกะก็บอกว่า "เพราะว่าบุ๊ค จีรภัทร กลับบ้านช้า ถ้าไอโกะกลับเร็ว บุ๊คจีรภัทร ก็ไม่มีเพื่อน" รู้จักเห็นใจเพื่อนด้วยนะเนี่ย

เด็กมีปัญหา

ไอโกะ...

เมื่อสัปดาห์ก่อนมีการนำเสนอร่องรอยการเรียนรู้ของเด็กหลังจากเรียนจบครึ่งเทอมแรก ที่โรงเรียนหนูน้อยจะแบ่งการเรียนรู้ในแต่ละปีเป็น 4 องค์ (เทอมละ 2 องค์) พอเปิดเทอมปุ๊บ ทางโรงเรียนก็จะส่งแผนมาให้ผู้ปกครองดูเลยว่าแต่ละองค์จะเรียนเรื่องอะไร พอจบองค์ก็เชิญไปดูไปชมว่าลูกๆ เรียนอะไรไปบ้าง มีการแสดงผลงานของลูกๆ ให้ดู

ปีแรกที่ไอโกะไปเรียน แม่กับป่าป๊าก็ไปดูการนำเสนอร่องรอยการเรียนรู้ (แม่ว่าเรียกว่าประชุมผู้ปกครองน่าจะง่ายกว่า) ด้วยกันทั้งสองคน ครั้งแรกที่ไปก็ไปกันมือเปล่า พอไปถึงก็พบว่าพ่อแม่คนอื่นๆ มีกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอไปถ่ายรูปลูก ถ่ายรูปผลงานต่างๆ แม่ก็งงๆ เหมือนกัน เพราะไม่ได้คิดมาก่อนว่าเราควรจะต้องใส่ใจกับเรื่องลูกกันขนาดนี้ พอครั้งที่สองป่าป๊าก็เลยเอากล้องไปถ่ายบ้าง แต่พอชักบ่อยๆ เข้า (ก็ปีละ 4 ครั้งนี่นะ) แม่ก็ชักจะขี้เกียจถ่ายแล้วล่ะ ครั้งสุดท้ายนี่แม่ไปคนเดียว เอากล้องไปด้วย แต่ก็ไม่ได้ถ่ายอะไรเลย

ปีนี้ไอโกะก็ยังอยู่กับครูชื่นเหมือนเดิม แต่ครูเหน่งเปลี่ยนไปสอนชั้นประถม แล้วมีครูแป๋มมาแทน ตั้งแต่แรกที่ไอโกะไปโรงเรียนใหม่ๆ ก็มีปัญหากลัวครูชื่น จนเกือบจะไม่ไปโรงเรียน พอผ่านมาได้ แม่ก็รอๆ ว่าพอเลื่อนชั้น ไอโกะจะได้เปลี่ยนคุณครูประจำชั้นเสียที แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เปลี่ยน ครูชื่นก็ตามมาสอนเรื่อยไป จนแม่หมดหวังแล้วว่า ไอโกะจะได้เปลี่ยนคุณครูประจำชั้นเมื่อไหร่

จริงๆ แล้วครูชื่นก็ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่แม่คิดว่าถ้าไอโกะได้เปลี่ยนคุณครูบ้าง พัฒนาการด้านสังคมของไอโกะอาจจะดีขึ้นกว่านี้ คราวนี้แม่ได้คุยกับครูชื่นต่อหลังจากการประชุมเสร็จ ครูชื่นบอกว่าไอโกะยังมีปัญหาในการเข้ากับคนอื่น เก็บตัว ไม่ยอมพูด ขาดความมั่นใจในการแสดงออก แล้วครูชื่นก็เอาวิดีโอที่ถ่ายไว้ให้แม่ดู ไอโกะนั่งเล่นบล็อกไม้คนเดียว ไม่เข้ากลุ่มเล่นกับเพื่อน ครูชื่นบอกว่าไอโกะจะเล่นกับเพื่อนที่สนิทอยู่สองสามคนเท่านั้น

ครูชื่นคิดว่าการที่ไอโกะเป็นแบบนี้ อาจจะมีผลมาจากทางบ้าน คือ สอนหนูแบบบอกว่าอะไรถูก อะไรผิดชัดเจนเกินไป ทำให้หนูมีความรู้สึกกลัวผิด และไม่กล้าทำหรือพูดอะไร ถ้าไม่มั่นใจว่าถูกแน่ๆ แม่ว่าที่ครูชื่นพูดก็อาจจะมีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่แม่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ บางทีถ้าได้พาไอโกะไปพบนักจิตวิทยา เราอาจจะได้คำตอบที่ดีกว่านี้ แต่ครูชื่นไม่เห็นด้วยกับแม่ เพราะครูชื่นไม่คิดว่าไอโกะมีความผิดปกติมากจนถึงขนาดต้องไปพบจิตแพทย์

หลังจากที่คุยกับครูชื่น แม่ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เพราะเรื่องที่ไอโกะขี้อาย ไม่มั่นใจ กลัวคนแปลกหน้า และร้องไห้ง่ายๆ เมื่อเจอกับสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนนั้น เป็นเรื่องที่แม่รู้สึกว่าเป็นปัญหามากๆ อยู่ก่อนแล้ว พอครูชื่นมาคุยกับแม่แบบนี้อีก แม่ก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตกลงพฤติกรรมของไอโกะเป็นธรรมชาติของเด็กขี้อายที่โตแล้วจะดีขึ้น หรือเป็นเรื่องที่ควรได้รับการแก้ไขก่อนที่จะกลายเป็นปัญหามากกว่านี้กันแน่

สุดท้ายแม่ก็เลยไปพบครูอ๋อซึ่งเป็นครูใหญ่ แล้วฝากให้ดูไอโกะให้ด้วย เพราะแม่คิดว่าครูอ๋อมีประสบการณ์ในการสังเกตพฤติกรรมเด็กมามากกว่า ครูอ๋อบอกแม่ว่า ไม่ต้องกังวล บางทีครูประจำชั้นก็ตัดสินเด็กผิดๆ ได้เหมือนกัน เราเป็นแม่ สังเกตลูกที่บ้านก็ควรจะรู้ว่าลูกมีความสุขหรือไม่ พฤติกรรมของไอโกะที่แม่บอกก็ไม่ได้เป็นเรื่องผิดปกติจนต้องกังวล แล้วครูอ๋อก็บอกว่าจะคอยดูให้ แม่ก็ไม่ได้คิดว่าครูอ๋อจะช่วยดูให้จริงๆ จังๆ หรอก แต่ก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็คิดว่าแม่อาจจะลองหานักจิตวิทยาปรึกษาดูบ้าง

ผู้ติดตาม


View My Stats