วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

โอกุไม่สบาย

ตอนที่โอกุครบห้าเดือนก็เริ่มไม่สบายกระเสาะกระแสะ เหมือนเด็กไม่แข็งแรง ทำเอาแม่รู้สึกเสียความมั่นใจไปโขทีเดียว เพราะทั้งไอโกะและโอกิไม่มีใครเป็นแบบนี้ ก่อนหน้านี้ แม่ก็สังเกตเห็นว่าโอกุก็มีน้ำมูกบ้างนิดๆ หน่อยๆ ดูไม่หนักหนา แต่ก็รู้สึกว่ามากกว่าพี่สองคนในวัยเดียวกัน

แต่ช่วงที่เริ่มเป็นมากๆ นั้น ดูแย่มากๆ เพราะโอกุไออย่างน่ากลัว ขี้มูกยืด หายใจไม่ค่อยได้ ร้องเสียงวี้ดๆ ในคอ งอแง ครั้งแรกที่พาไปร.พ. คุณหมอก็รีบตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่ทันทีเลย แต่ก็ไม่พบเชื้อ คุณหมอก็สรุปว่ากล่องเสียงอักเสบ ที่บ้านก็งงกันใหญ่ว่า กล่องเสียงอักเสบได้ไง เพราะโอกุไม่ค่อยจะร้องไห้เท่าไหร่เลย

คุณหมอให้ยามากินเยอะแยะ แต่ก็ดูจะไม่ค่อยดีขึ้นเลย แม่ต้องพาไปพ่นยาและดูดเสมหะที่ร.พ.เช้า-เย็น หลายวัน ประมาณอาทิตย์หนึ่งก็หาย เว้นไปได้สักห้าหกวันวัน โอกุก็เริ่มมีอาการเหมือนเดิมอีก ทั้งไอ ทั้งหวัด ดูแย่มากๆ คุณหมอเลยคิดว่าโอกุน่าจะเป็นภูมิแพ้ ให้ยามาเหมือนเดิม แล้วก็ต้องพาไปพ่นยาและดูดเสมหะทุกวันอีก

คราวนี้แม่เริ่มกังวลมากแล้ว เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมโอกุป่วยบ่อยยังงี้ ดูเป็นเด็กไม่แข็งแรงเอาเสียเลย แม่ก็โทษว่าโอกิคงจะเอาเชื้อโรคมาให้น้อง เพราะชอบมากอด มาหอมน้องตลอดเวลา เวลาที่โอกิพยายามจะเข้ามาหอมน้อง ก็จะถูกแม่ดุ โอกิก็จะเสียใจงอนตุ๊บป่องเลย แล้วก็ถามว่า "ทำไมหอมไม่ได้ ก็โอกิรักน้องนี่"

ครั้งที่สามที่โอกุเริ่มมีอาการอีก คราวนี้แม่ไม่พาไปร.พ.แล้ว แต่ไปหายาจีนมาให้กินแทน ป่าป๊าก็ตั้งข้อสังเกตว่า โอกุอาจจะแพ้อาหารที่แม่กิน เพราะช่วงนั้นแม่ชอบกินไอติมทุกเย็นเลย แต่แม่ก็ไม่ปักใจเชื่อ ก็คิดว่าจะลองงดผลิตภัณฑ์นมดู ยังไม่ทันเริ่มปฏิบัติ แม่ก็พบสาเหตุที่ทำให้โอกุป่วยบ่อยจนได้

วันนั้นเราไปเที่ยวหัวหินกัน แล้วไอโกะกับโอกิก็ซื้อกูลิโกะมากิน แต่โอกิกินไม่หมด เลยเอามาให้แม่ แม่ก็เลยหักแท่งส่วนที่เป็นขนมปังเล็กๆ จับให้โอกุลองแทะเล่น เพราะตอนนั้นครบหกเดือนแล้ว เริ่มทดลองกินอาหารอื่นนิดๆ หน่อยๆแล้ว แต่เนื่องจากมันแข็งมาก โอกุใช้เหงือกแทะๆ ก็ไม่ละลายเสียที แม่ก็เลยเอาทิ้งไป หลังจากนั้นไม่นาน รอบๆ ปากโอกุก็เป็นผื่นแดงเต็มไปหมด แม่ก็เลยคิดได้ว่าโอกุคงจะแพ้นมวัวนี่เอง

ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา จะมีบางวันที่โอกุเป็นผื่นตามตัวบ้าง แต่ทาบัวหิมะก็หาย เวลาที่มีผื่นขึ้น เราก็พยายามจะหาว่าเกิดจากอะไร แต่ก็ไม่รู้ สงสัยว่าอาจจะไปโดนละอองอะไรบ้าง เปลี่ยนสบู่หรือเปล่า แต่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจากอาหารที่แม่กินเลย พอแม่เห็นปากโอกุแล้ว ก็ถึงบางอ้อว่า วันไหนที่แม่กินขนมเค้ก ขนมปังที่นมเนยเยอะๆ ชาเย็นของโปรด ไอติม โอกุก็จะมีอาการแพ้ เป็นผื่น พอหยุดกิน มันก็หายไป โดยที่แม่ไม่รู้

ช่วงที่โอกุเป็นตลอดทั้งเดือนนั้น เป็นช่วงที่แม่กินขนมนมเนยพวกนี้อย่างดุเดือดมาก กินทุกวันอย่างเอร็ดอร่อย โอกุก็กินนมแม่ทุกวัน ก็เลยเจอสารก่อภูมิแพ้ทุกวัน สะสมมากๆ เข้า ร่างกายก็เกิดการปฏิเสธ ทำให้ไม่สบายอย่างหนัก พอรู้สาเหตุ แม่ก็เลยงดอาหารพวกนี้ทั้งหมด โอกุก็หายจากอาการป่วยสามวันดี สี่วันไข้ไปเลย แม่อดกินของอร่อย แต่ก็ทำให้น้ำหนักลดไปได้อีก ก็ดีเหมือนกัน



8 ความคิดเห็น:

  1. ทำไมคนรุ่นเรารอดมาได้อ่ะ เป็นรุ่นวัวควายรึเปล่า เพราะก็กินนมชงเยอะมากๆ

    ตอบลบ
  2. guestbook นี้ เขียน comment ยากสุดๆเลย ช่วยแก้หน่อยดิ ใช้ความพยายามมากกว่าทำงานอีก

    ตอบลบ
  3. คิดว่าวัวสมัยก่อนไม่เหมือนวัวสมัยนี้นะ

    ตอบลบ
  4. จริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่มันก็รอดนั่นแหละ เพราะนมวัวมันก็เป็นอาหารชนิดหนึ่ง มีโปรตีน ไขมัน เกลือแร่ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ คนที่ไม่แพ้ก็โตมาได้แบบไม่มีปัญหา หรืออาจจะไม่มีปัญหาตอนเล็กๆ แต่ไปเกิดปัญหาตอนโตๆ อย่างพวกมะเร็ง หรืออะไรพวกนั้น

    แต่ถ้าคนที่แพ้ มันก็โตมาแบบทรมาน แบบพวกที่ป่วยบ่อยๆ สามวันดีสี่วันไข้ จริงๆ เราก็ไม่เคยคิดว่าโอกุมันจะแพ้นมวัวนะ แต่เราก็ไม่คิดจะให้มันกินนมวัวอยู่แล้ว เสียดายว่าเราชอบกินเค้ก พอมันแพ้เราก็เลยอดกิน แต่เดี๋ยวพอมันสักขวบนึง เราจะลองใหม่ มันอาจจะทนได้มากขึ้น

    พวกธรรมชาติบำบัด เขาก็จะบอกว่านมวัวเป็นสาเหตุของโรคพวกเนื้องอก มะเร็ง ภูมิแพ้ อะไรต่ออะไร เพราะอุตสาหกรรมนมกระตุ้นให้คนสมัยนี้กินนมตั้งแต่เกิดจนตาย ในขณะที่ตามธรรมชาติแล้ว ไม่มีสัตว์ชนิดไหนกินนมต่อหลังจากพ้นวัยหย่านมแล้ว เราก็เชื่อแบบนั้นนะ

    ตอบลบ
  5. ปล. (ป้าลืม) จะถามว่า รูปที่มีพยาบาล เขาทำอะไรกับโอกุเหรอ?

    ตอบลบ
  6. หห ไงที่ท้องผูกท้องเสียอยู่จนทุกวันนี้เพราะว่าตอนเด็กกินนมตราหมี(นมผงยุคนั้นมีอยู่ยี่ห้อเดียวเริ่ดสุดที่แม่จะหามาให้กินได้) แล้วคงย่อยไม่ได้ แม่บอกว่าตอนเด็กต้องเอาไม้จิ้มฟันแคะตูดเลย จนทุกวันนี้ถ้ากินนมจะท้องเสียทันที(ประมาณ 30 นาทีเห็นผล)หรือไม่ก็ท้องผูก แล้วก็จะไม่ปกติท้องอืดท้องเฟ้อถ้ากินนมวัวเข้าไป ที่กินกาแฟร้านโปรดสาเหตุนึงก็เพราะมันมีสูตรนมถั่วเหลืองร้านอื่นไม่มี เห็นใจโอกุนะ ชะตากรรมเดียวกัน

    ตอบลบ
  7. ป้าลืม->หน้ากากพ่นยา ช่วยลดอาการบวมของเยื่อบุทางเดินหายใจ อันนี้ไม่ค่อยทรมานหรอก แต่ตอนที่ใส่สายยางดูดเสมหะสิ น่าสงสารมันมาก ร้องซะไม่มี

    หห-> การตลาดของนมสมัยนั้น จะแสดงให้เห็นว่านมผงมันทันสมัย เป็นเครื่องแสดงฐานะเลยนะ แม่เราเล่าว่า คนแถวบ้านมาถามแม่ว่า "มีตังค์ ทำไมไม่ซื้อนมผงให้ลูกกิน"

    ตอบลบ
  8. รูปไอ้ตี๋ปากถลอก น่ารัก น่าสงสารมาก

    ตอบลบ

ผู้ติดตาม


View My Stats