พอถึงโรงพยาบาลก็ตกลงกันว่าจะผ่าตอนเย็น หมอไม่อยากให้นานกว่านี้ แต่แม่ก็ดันไปกินข้าวตอนสิบเอ็ดโมงเสียอีก เพราะจำไม่ได้ว่าเขาให้งดอาหาร ถ้ารอให้งดอาหารครบแปดชั่วโมง ก็จะเกินเวลาสิบสองชั่วโมงที่น้ำเดิน แต่สรุปแล้วหมอก็ให้แม่ก็เข้าห้องผ่าตัดตอนใกล้ๆ ห้าโมง
ทั้งสองท้องแรก ป่าป๊าไม่ได้เข้าห้องผ่าตัดกับแม่ แต่คราวนี้หมออนุญาตให้เข้าได้ ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามถ่ายวิดีโอ ตอนที่อยู่ในห้องรอคลอด พยาบาลกลับบอกว่า เอากล้องเข้าไปไม่ได้ เพราะเขาไม่อนุญาต บอกว่ามีกรณีฟ้องร้องกันเยอะ เอารูปที่ถ่ายไปเป็นหลักฐานอะไรทำนองนั้น ป่าป๊าก็เลยหงุดหงิด เพราะตั้งใจเต็มที่ แต่สุดท้ายก่อนเข้าห้อง ป่าป๊าก็ไปคุยกับหมออีกที หมอบอกว่าถ่ายได้ หมออนุญาต ป่าป๊าก็เลยได้ถ่ายรูปคราวนี้เอง สมความตั้งใจ
ถึงจะคลอดมาแล้วสองคน แม่ก็ยังกลัวอยู่ดี ตอนที่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดไปก่อน (เขาต้องเตรียมอะไรๆ ให้เรียบร้อยก่อน ถึงค่อยให้คุณพ่อเข้ามาได้) แม่ก็ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ มองเห็นนาฬิกาในห้องผ่าตัด 16.48 แล้ววิสัญญีแพทย์ก็มาฉีดยาบล็อกหลังให้ พอเริ่มชา ก็รู้สึกว่าเขาทำอะไรกันชุลมุนทีเดียว แม่ก็รอว่าเมื่อไหร่ป่าป๊าจะเข้ามาเสียที อยากจะถามก็ไม่กล้า แล้วก็ได้ยินเสียงพูดว่า "ลงมีดสิบเจ็ดศูนย์ศูนย์" แต่ตอนนั้นแม่มองไม่เห็นนาฬิกาแล้ว เพราะเขาเอาผ้ามาบัง ก็เลยไม่รู้ว่าเวลาเท่าไหร่ยังไง สักพักก็ได้ยินเสียงพูดว่า "คุณพ่อมารอแล้ว" ก็เลยอุ่นใจว่า เขาไม่ได้ลืมให้ป่าป๊าเข้ามาแน่
แล้วป่าป๊าก็เข้ามา ถามแม่ว่าเจ็บหรือเปล่า แม่ก็บอกว่าไม่เจ็บ ป่าป๊าเล่าให้ฟังทีหลังว่า ตอนที่เดินเข้ามาเห็นมีเลือด (แสดงว่าลงมีดไปแล้ว) หมอกับผู้ช่วยทำท่าทั้งงัด ทั้งดึง (ป่าป๊าทำท่าทางให้ดูด้วย) เหมือนใช้แรงมากๆ ดูน่าจะเจ็บไม่น้อยทีเดียว แต่พอแม่บอกไม่เจ็บ ป่าป๊าก็เลยเริ่มลงมือถ่ายรูป
กล้องที่ป่าป๊าใช้เป็นกล้องแบบคนที่เล่นกล้องใช้ ไม่ใช่กล้องปัญญาอ่อน เวลาที่ถ่ายรูป เสียงมันจะดังรัวๆ แบบมืออาชีพ ป่าป๊าก็รัวเป็นชุดเลย จนวิสัญญีแพทย์ที่อยู่ด้วยกันทนไม่ไหว บอกว่า "คุณพ่อ นี่เขาไม่ให้ถ่ายรูปหรอกนะคะ" ป่าป๊าก็เลยบอกว่า คุณหมอที่ผ่าตัดอนุญาต แล้วก็ชวนคุยว่า คุณหมอจำผมไม่ได้เหรอ ลูกผมทุกคนก็คุณหมอนี่แหละเป็นคนบล็อกหลัง (รู้สึกว่าหมอสมบูรณ์มักจะเลือกหมอวิสัญญีคนนี้ร่วมทีมผ่าทุกครั้ง ทั้งสองหมอ แม่ว่าอายุคงจะหกสิบ บวกลบได้มั้ง ทีมนี้มั่นใจได้)
คุณหมอฟังแล้วก็เลยรู้สึกโอเคขึ้นมั้ง แม่ได้ยินเสียงเขาคุยกัน แต่จำความไม่ค่อยได้ แล้วก็ได้ยินเสียงหมอวิสัญญีพูดว่า "นี่ไงๆ ออกมาแล้ว คุณพ่อถ่ายเลยๆ" วินาทีนั้น แม่ก็รอฟังว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือเปล่า ลูกแม่จะมีอะไรผิดปกติมั้ย แล้วก็ได้ยินเสียงบอกว่า "ผู้ชาย" แล้วก็มีเสียงร้องจ้า ไม่ได้ยินว่ามีอะไรผิดปกติ แม่ก็เลยโล่งใจ
พอเขาทำความสะอาดเด็กเสร็จ ก็จะเอามาให้แม่ดู ให้ถ่ายรูปด้วยกัน แม่จำได้ว่าทั้งสองคนแรกแม่ไม่ได้เห็นลูกเลย หมดสติไปก่อน ได้ยินเสียงหมอบอกว่า เอาเด็กมาให้แม่ แล้วเดี๋ยวหมอจะให้ยาให้พักแล้ว แม่กำลังจะเอ่ยปากว่า อย่าเพิ่งให้ยาขอดูลูกก่อน ปรากฎว่าไม่ทันอีกตามเคย แม่หมดสติไปก่อนแล้ว ทั้งๆ ที่ตายังลืมอยู่นั่นแหละ รูปที่ถ่ายมาก็เห็นว่าแม่ยังลืมตามองกล้องอยู่ แต่จริงๆ แล้ว แม่ไม่มีสติแล้ว จำอะไรไม่ได้เลย
ปกติหลังจากผ่าตัดเสร็จ จะต้องนอนพักฟื้นดูอาการประมาณสองชั่วโมง แล้วถึงจะกลับห้องพักได้ ป่าป๊าก็ได้รับแจ้งว่าเขาจะพาแม่มาส่งประมาณสองทุ่ม แต่ปรากฎว่า มีเหตุขัดข้องบางอย่าง แม่จำไม่ค่อยได้ คล้ายๆ ได้ยินพยาบาลพูดว่าเลือดมันไหลออกจากมดลูกไม่หมด หรืออะไรทำนองนี้ แล้วเขาก็มาช่วยกันนวดหน้าท้องแม่เพื่อไล่เลือดออกให้หมด ตอนที่เขาทำก็ไม่เท่าไหร่ แต่พอหมดฤทธิ์ยาแล้ว ปรากฎว่า แม่ปวดสุดชีวิต ปวดขนาดว่า ถ้าปวดแบบนี้ตายดีกว่ามั้ง
คิดว่าตอนที่พูดว่าลงมีดสิบเจ็ดศูนย์ศูนย์ คือตอนที่ลงมีดจริง ๆ อะแหละ เพราะจากที่ดูซีรีส์ญี่ปุ่น คุณหมออาซะดะ เวลาจะทำอะไร หมอต้องบอกตลอด เหมือนเป็นหลักฐานไปในตัว
ตอบลบฝากบอกโอกิด้วยว่า มีเพื่อนแม่บอกว่า หัวเน่าแล้ว
ตอบลบ>: )
ป้าใจร้ายว่ะ จริงๆ แล้วหัวมันยังไม่เน่าหรอก แถมยังเป็นช่วงโปรโมชั่นอีกตะหาก 555
ตอบลบไอโกะมันคงต้องมีนิสัยเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิมมากเลยนะ ไหนจะต่อสู้กะ โอกิแล้ว ยังต้องห้ามโอกิไม่ให้รังแกน้องอีก
ตอบลบพี่เธียรเคยสอนมันตอนทะเลาะกับโอกิว่า ไอโกะ ถูกป่าป๊าดุมากกว่า เพราะไอโกะเป็นพี่ พูดรู้เรื่องมากกว่า แล้วมันก็หัวเราะ พูดเองว่า เดี๋ยวพอน้องคนใหม่ออกมาอีก ไอโกะก็ยิ่งต้องถูกดุมากกว่าเดิมสิเนี่ย เพราะมีน้องสองคนแล้ว --> มันก็คงรู้สถานการณ์ดี
ตอบลบไอโกะมันฉลาด แต่โอกิมันเจ้าเล่ห์ :)
ตอบลบทำไมไม่ไปเคี่ยวเข็ญโอกิบ้าง เคี่ยวเข็ญแต่ไอโกะ เหมือนที่ทำงานเลย เวลาลูกน้องคนไหนพูดไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ไปใช้มัน ไปใช้ไอ้คนที่พูดรู้เรื่องจนงานมัน overload
ตอบลบ